อย่างอื่นที่ควรรู้ นอกจากการเหยียบคันเร่ง และเบรค
http://ite.nectec.or.th/~elib/index.html

[ คัดลอก จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2541 ]

เรื่องของยางรถยนต์


อดเขียนถึงเรื่องยางรถไม่ได้จริง ๆ ครับ เช้าวันหนึ่งผมขับรถขึ้นโทลล์เวย์ไปทำงาน ในขณะที่กำลังใช้ความเร็วพอสมควร รถคันหน้าเกิดเบรกกระทันหัน ผมจึงต้องเบรกตาม จนตัวโก่ง พร้อมกับลุ้นให้รถที่ขับตามมาอีกหลาย ๆ คันสามารถเบรกได้ โดยที่รถทุกคัน ที่ขับอยู่ข้างหน้าปลอดภัย รวมถึงรถของผมด้วยนะครับ ปรากฏว่ารถคันต้นเหตุมีอุบัติเหตุ ยางรถด้านขวาแตก ดูจากสภาพการแล้วยางรถคันดังกล่าวคงจะเสื่อมสภาพครับ

เห็นไหมครับว่ายางรถยนต์มีความสำคัญมาก ทั้งนี้เพราะยางเป็นส่วนสำคัญที่ทำหน้าที่ รองรับ น้ำหนักของรถและถ่ายทอดแรงขับเคลื่อนจากรถยนต์ลงสู่พื้นถนนพร้อมทั้งช่วยลด แรงสะเทือนของผิวถนนที่กลับคืนสู่ตัวรถอีกด้วย การดูแลรักษายางอย่างถูกวิธีมีส่วนช่วย ยืดอายุการใช้งานของยางและรถยนต์ให้ยาวนานขึ้นและช่วยสร้างความมั่นใจแก่ผู้ขับขี่ ให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุ ดังเช่นกรณีที่ผมได้กล่าวนำเป็นต้น

ยางแต่ละเส้นมีอายุการใช้งานไม่เท่ากัน เนื่องจากสภาพการใช้งานของยางที่แตกต่างกัน การขับรถบนเส้นทางที่ขรุขระเป็นประจำหรือบรรทุกน้ำหนักเกินอัตราจะทำให้ ยางทำงานหนักมากเกินไป และเกิดการสึกหรอเร็วกว่าที่ควร การหมั่นตรวจเช็กลมยาง โดยสูบลมยางให้ถูกต้องตามอัตรามาตรฐานที่กำหนดจะทำให้การขับขี่มีความปลอดภัยสูงสุด และรถยนต์สามารถทรงตัวและยึดเกาะถนนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

อัตรามาตรฐานสำหรับการสูบลมยางหรือที่เรียกว่า "ค่าแรงดันลมยาง" จะเป็นค่าที่ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์เป็นผู้กำหนด เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพของรถยนต์แต่ละรุ่น ซึ่งขึ้นอยู่กับความเหมาะสมระหว่างวัตถุประสงค์ในการใช้งานและขนาดของยาง ทั้งนี้คุณควรระมัดระวังเรื่องแรงดันลมยางในรถของคุณไม่ให้น้อยกว่าหรือมากกว่า อัตราที่กำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากอุบัติเหตุรถเสียหลักหรือเสียการทรงตัว อันเกิดจากปัญหาด้านการยึดเกาะของยางที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ

ผมขอแนะนำข้อควรปฏิบัติในการดูแลรักษายางรถยนต์ของรถคู่ใจของคุณดังนี้ครับ

  1. ตรวจเช็กและสูบลมยางให้ถูกต้องตามอัตราที่กำหนดในขณะที่อุณหภูมิของยาง
    ยังต่ำ อยู่
  2. ควรเพิ่มหรือลดลมยางให้มีความสัมพันธ์กับน้ำหนักที่บรรทุก
  3. อย่าปล่อยลมยางในขณะที่อุณหภูมิของแรงดันลมยางสูง
  4. ตรวจเช็กลมยางรวมทั้งยางอะไหล่เป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  5. อย่าลดลมยางในขณะฝนตกหรือถนนเปียกเพราะจะทำให้ประสิทธิภาพในการจับ ถนนและการรีดน้ำลดลง
  6. ทุกครั้งที่ตรวจเช็กลมยาง ควรตรวจสภาพยางว่าดอกยางมีอาการปูดบวม
    หรือบริเวณ แก้มยางมีรอยฉีกแตกหรือไม่ ถ้ามีควรเปลี่ยนยางใหม่ โดยปกติตามสภาพ การใช้งานทั่วไป ควรเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่ประมาณทุก ๆ 50,000 กิโลเมตร
  7. ในกรณีที่เพิ่งเปลี่ยนยางเส้นใหม่ให้เพิ่มความถี่ในการตรวจเช็กลมยาง ให้มากกว่า ปกติ โดยเฉพาะในช่วง 3,000 กิโลเมตรแรก เนื่องจากโครงสร้างยาง ในช่วงแรก จะมีการขยายตัว ทำให้ความดันลมยางลดลง
ยุคไอเอ็มเอฟแบบนี้ประหยัดอะไรได้ ช่วยกันประหยัดเถอะครับ ดูแลยางรถยนต์
เพิ่มอีกสัก นิดรับรองครับว่าจะช่วยคุณประหยัดไปได้หลายอัฐ ทำให้ใช้ยางรถได้นานขึ้น จ่ายค่าเปลี่ยนยางรถใหม่ช้าลง อีกทั้งยังเป็นการถนอมรถคู่ใจของคุณอีกทางหนึ่งด้วย เห็นข้อดีอย่างนี้แล้วคุณจะไม่ลองเริ่มปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลรักษายางในวันหยุด นี้เลยหรือครับ
[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด
ห้องสมุด E-LIB [ hey.to/yimyam ] [ pantip.com/ELIB ]

best view with [IE3.02] [NETSCAPE 4.05] [OPERA 3.21]