อย่างอื่นที่ควรรู้ นอกจากการเหยียบคันเร่ง และเบรค
http://ite.nectec.or.th/~elib/index.html

[ คัดลอก จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2541]

ตรวจและทำความสะอาดกรองอากาศ


กรองอากาศทำหน้าที่ดักฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกไม่ให้เข้าไปในห้องเครื่องยนต์ แต่เมื่อใช้กรองอากาศไปนาน ๆ จะทำให้กรองอากาศอุดตัน ส่งผลให้อากาศผ่านเข้าไป ในกระบอกสูบได้น้อยลง ทำให้การเผาไหม้ในห้องเครื่องยนต์ไม่สมบูรณ์ ไส้กรองอากาศที่นิยมใช้กันคือ ไส้กรองอากาศแบบแห้ง

ปกติคุณควรเปลี่ยนไส้กรองอากาศทุก ๆ 15,000 กิโลเมตร หรือเร็วกว่านั้นหากคุณขับขี่รถ ในบริเวณที่มีฝุ่นละอองมากเป็นประจำ หากกรองอากาศสกปรก รถจะมีอาการ ที่พอสังเกต ดังนี้

อาการกรองอากาศสกปรก
  1. เครื่องยนต์กำลังตก
  2. ควันไอเสียมีสีดำ
  3. เครื่องยนต์สั่น
  4. ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มมากขึ้น

คุณสามารถทำความสะอาดกรองอากาศให้รถคู่ใจของคุณได้ด้วยตนเอง เพียงแต่ปฏิบัติตามขั้นตอน ต่อไปนี้ครับ

ขั้นตอนการปฏิบัติในการทำความสะอาดกรองอากาศ
  1. เช็ดฝาครอบหม้อกรองอากาศให้สะอาด
  2. ถอดนอตหางปลา ปลดคลิปล็อกและเปิดฝาครอบออก
  3. ดึงไส้กรองอากาศออกจากหม้อกรอง
  4. เช็ดทำความสะอาดภายในหม้อกรองอากาศ
  5. ตรวจเช็กไส้กรองอากาศ
    ถ้าเห็นว่าสกปรกมากหรือครบอายุการใช้งาน ควรเปลี่ยนไส้กรองอากาศใหม่ หากเห็นว่าสกปรกไม่มาก คุณสามารถทำความสะอาดได้ โดยใช้ลมเป่า จากด้านใน ผ่านไส้กรองอากาศออกสู่ภายนอก
  6. ใส่ไส้กรองอากาศกลับเข้าที่ โดยให้เข้ากับบ่ารับ
  7. ประกอบฝาครอบให้ตรงกับเครื่องหมาย ใส่นอตหางปลา และใส่คลิปล็อก เข้าที่เดิม

เห็นไหมครับว่า ไม่ยากเลย เพียงแต่มีข้อแนะนำเล็กน้อยครับ กรณีที่คุณต้องเปลี่ยนไส้กรองอากาศแท้นะครับ เพื่อความมั่นใจผมแนะนำ ให้คุณเลือกซื้อไส้กรองอากาศ รวมทั้งอะไหล่ทุกชิ้นสำหรับรถคู่ใจของคุณ จากศูนย์บริการหรือตัวแทนจำหน่ายอะไหล่ของแต่ละยี่ห้อเท่านั้น

และไหน ๆ คุณก็เปิดฝากระโปรงรถดูไส้กรองอากาศแล้ว น่าจะลองสังเกตระดับ น้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก น้ำมันคลัตช์ น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ ซึ่งปกติจะต้องอยู่ในระดับ ขีดสูงสุดเสมอ ถ้าพบว่า อยู่ต่ำกว่าระดับขีดสูงสุด จะต้องเติมน้ำมันแต่ละประเภท ให้อยู่ในขีดสูงสุด แต่ถ้าพบว่าน้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก น้ำมันคลัตช์ หรือน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ ต่ำกว่าขีดสูงสุดบ่อย ๆ จะต้องนำรถเข้าตรวจเช็ก ที่ศูนย์บริการ

นอกจากนี้ คุณน่าจะดูระดับน้ำในหม้อพักน้ำ ซึ่งปกติจะต้องอยู่ที่ขีด "MAX" ถ้าต่ำกว่าขีด "MAX" แต่ไม่ต่ำกว่าขีด "MIN" ให้เติมน้ำสะอาดในหม้อพักน้ำให้อยู่ที่ขีด "MAX" แต่ถ้าพบว่าขีดระดับน้ำต่ำกว่า "MIN" จะต้องเปิดฝาหม้อน้ำ และเติมน้ำสะอาด ในหม้อน้ำก่อน จากนั้นจึงเติมน้ำสะอาด ในหม้อพักน้ำให้อยู่ในขีด "MAX"

สุดท้ายลองดูระดับน้ำในกระบอกน้ำล้างกระจก ควรอยู่เต็มขีดสูงสุดเช่นกัน เพื่อเตรียมไว้ล้างกระจกยามฉุกเฉิน แต่ห้ามเติมผงซักฟอกลงในกระบอกน้ำล้างกระจก นะครับ อันที่จริงคุณควรตรวจดูระดับน้ำ และน้ำมันต่าง ๆ เป็นประจำสัปดาห์ละครั้ง เพื่อรักษารถคู่ใจของคุณ ให้อยู่กับคุณนานขึ้นครับผม

ช่างอีซูซุ


[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด
ห้องสมุด E-LIB [ hey.to/yimyam ] [ pantip.com/ELIB ]

Best view with[IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]