ผลข้างเคียงของยาแก้แพ้

ขณะนี้ลูกชายดิฉันอายุ 2 ขวบ 3 เดือน เริ่มมีอาการภูมิแพ้มาเมื่อประมาณอายุ 7 เดือน (ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นเด็กที่แข็งแรงมากไม่เคยแสดงอาการผิดปกติอะไรเลย) คือเกิดลมพิษหน้าบวมตาบวม ขึ้นผื่นไปทั้งตัวภายในเวลารวดเร็วมาก หน้าตาเห่อจนจำหน้าเดิมแทบไม่ได้ ตอนนั้นคุณหมอวิเคราะห์ว่าน่าจะแพ้ยา เนื่องจากตอนนั้นเขาทานยาอะมอกซิล เนื่องจากเป็นหวัด และหลังจากนั้นเขาก็ขึ้นผื่นลมพิษมาเรื่อยๆ ประมาณ 3 วันครั้ง ดิฉันจึงพาไปหาหมอ หมอบอกว่าเป็นภูมิแพ้ และให้ทานยา Zyrtex แรกๆ ก็กินตามอาการระยะหลังเป็นถี่ขึ้นเลยต้องกินทุกวันจนทุกวันนี้ ดิฉันรู้สึกไม่สบายใจมาก ที่ลูกต้องกินยาทุกวัน เนื่องจากกลัวผลข้างเคียงของยามาก และเท่าที่ผ่านมาเขาจะเป็นเด็กที่ทานข้าวยาก ทานน้อยเมื่อเทียบกับเด็กอื่นๆ ขณะนี้น้ำหนัก 12 กิโลกว่า เลยไม่ทราบว่าเป็นผลข้างเคียงของยา ที่ทานทุกวันหรือไม่
รบกวนคุณหมอช่วยแนะนำวิธีธรรมชาติบำบัดให้ด้วยนะคะ และ Zyrtex จะมีผลข้างเคียงอะไรบ้างหากต้องทานต่อกันเป็นปีๆ เพราะเคยหยุดยา ผื่นลมพิษก็ขึ้นอีกค่ะ เลยไม่ได้หยุดซะที รบกวนคุณหมอแนะนำด้วยหรือจะแนะนำแหล่งข้อมูลที่ดิฉันจะค้นคว้าก็ได้ค่ะ

วีรมล ละมูนกิจ













จากประวัติที่คุณแม่เล่าให้มาจะเห็นได้ว่าลูกชายนั้นคงเริ่มต้นจากการที่แพ้ยาแล้วก็เป็นลมพิษ จากนั้นมีอาการเหมือนกับเป็นผื่นลมพิษอยู่เรื่อยๆ เป็นปีแล้วจนต้องรับประทานยาแก้แพ้มาตลอด หยุดไม่ได้

ที่สำคัญหมออยากจะให้ดูก่อนว่าผื่นที่ขึ้นนั้นแท้จริงเป็นผื่นอะไร เพราะว่าผื่นภูมิแพ้นั้นมีหลายอย่างค่ะ อาจจะเป็นตุ่มเล็กๆ อาจจะเป็นผื่นเล็กๆ หรืออาจจะเป็นผื่นลมพิษเป็นจ้ำๆ ใหญ่ๆ เลยก็ได้ ถ้าหากว่าเราจะอนุโลมว่าผื่นที่ขึ้นนั้นเป็นผื่นลมพิษจริงๆ แล้วก็เป็นมาบ่อยๆ ทุกอาทิตย์ ทุกสัปดาห์จนกระทั่งหยุดยาไม่ได้เลย เราคงต้องไปมองหาสาเหตุกันให้ชัดเจนมากขึ้นว่ามันเกิดจากอะไรกันแน่ จะเพียงพูดว่าลูกเป็นโรคภูมิแพ้เท่านั้นคงไม่พอเสียแล้ว เพราะว่าโรคภูมิแพ้นั้นมันเป็นอาการอย่างหนึ่ง เป็นโรคอย่างหนึ่งที่ต้องมีที่มาที่ไป ที่สำคัญคือจะต้องมีปัจจัยมากระตุ้นทำให้อาการภูมิแพ้แสดงออกมา ไม่ใช่อยู่ๆ ก็จะแสดงออกมาอยู่เสมอๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่มีผื่นลมพิษออกมาด้วยตัวของตัวเอง คือหมายถึงว่าออกมาเองโดยไม่ได้มีสารก่อกระตุ้น เป็นเรื่องที่เราจะต้องศึกษาหาข้อมูล แล้วก็ต้องดูแลให้เหมาะสมต่อไปให้ตรงประเด็น ไม่ใช่ให้ยาแก้แพ้ ซึ่งยาแก้แพ้นี้เหมือนกับจะเป็นการรักษาตามอาการ เป็นการรักษาประคับประคองเท่านั้นเอง
หมออาจจะต้องบอกว่างานนี้จะต้องหาคุณหมอโรคภูมิแพ้หรือคุณหมอเด็กเป็นผู้ให้คำปรึกษาระยะสั้น และระยะยาวก่อน เพราะว่าที่สำคัญคือเราจะต้องมานั่งวิเคราะห์สาเหตุว่าแต่ละครั้งที่ลูกมีอาการ มันเป็นการเกิดขึ้นโดยมีสิ่งมากระตุ้นหรือมันเกิดขึ้นโดยไม่มีสิ่งกระตุ้น อาจจะต้องมีการตรวจเพิ่มขึ้นในการวินิจฉัย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเลือด หรือการตรวจอุจจาระ หรือแม้แต่การเอ็กซ์เรย์ปอดในบางคน ซึ่งมีความจำเป็นในการที่จะหาสาเหตุที่ชัดเจนว่าทำไมโรคลมพิษนั้นมันเกิดขึ้นบ่อยๆ และเรื้อรัง แล้วจึงจะทราบได้ว่าอย่างนี้เราจะดูแลได้อย่างไร

เราพบว่าอาการโรคลมพิษคือ อาการที่เกิดจากเด็กแพ้อาหารมากกว่าอย่างอื่นๆ ค่ะ ในแต่ละวันเด็กจะทานอะไรหลายอย่างมาก อายุขนาดนี้ก็คงจะมีอาการหลายอย่างที่เสี่ยงต่อการเป็นลมพิษ โดยเฉพาะอย่างเด็กที่แพ้อาหารได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเล อาหารที่ใส่ปรุงแต่ง หรืออาหารถั่ว ช็อกโกแลต และอีกหลายๆ อย่างที่เราไม่คิดว่าแกจะแพ้

เด็กที่เป็นคนขี้แพ้ก็จะแพ้ได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้นเริ่มต้นเราอาจจะต้องนุ่งคุยกัน วิเคราะห์อาหารในแต่ละวันที่รับประทานและจัดตารางการรับประทานเพื่อดูว่าผื่นขึ้นตรงไหน เป็นอย่างไร และดูว่าเป็นผื่นลมพิษจริงหรือไม่ ทีละขั้นตอนไป

เพราะฉะนั้น ณ วันนี้หมอเองไม่อยากจะให้คุณแม่สรุปว่าลูกเป็นโรคภูมิแพ้และต้องกินยาโรคภูมิแพ้ตลอดไป ถ้าหากเราหาสาเหตุที่แท้จริงได้แน่นอนว่าเราอาจจะต้องมีการรักษาระยะยาว อาจจะต้องใช้ยาตัวอื่นมาสลับกัน กับยาที่รับประทานอยู่ในวันนี้ แต่ที่สำคัญเราต้องหาสาเหตุกระตุ้นและทำการลดการกระตุ้นของสารก่อภูมิแพ้ในร่างกายให้ได้ เมื่อนั้นการรักษาต่างๆ มันจะง่ายขึ้นและจะสามารถควบคุมอาการไว้ได้ ในที่สุดก็อาจจะหายขาดไปเลยนะคะ

ดังนั้นในวันนี้อยากจะให้คุณแม่นำเรื่องนี้ไปปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคภูมิแพ้ หรืออย่างน้อยก็เป็นกุมารแพทย์ที่คุณแม่ให้ความเชื่อมั่น ศรัทธา คุยกันเรื่องนี้อย่างจริงจัง และจริงใจ ก็จะทำให้สาเหตุของปัญหาต่างๆ นั้นสามารรถที่จะคลี่คลายไปได้

ส่วนผลข้างเคียงจากการรับประทานยาแก้แพ้นั้นมีน้อยมากค่ะ เพราะว่าทั่วๆ ไปยาแก้แพ้ จะต้องรับประทานกันเป็นระยะยาวนานพอสมควร อย่างไรก็ตามทีควรจะอยู่ในความดูแลของแพทย์ และยาเหล่านี้ในบางครั้งการให้ไปนานๆ โดยไม่ไปหาสาเหตุของโรคที่แท้จริงนั้นก็อาจจะนำผลเสียมามากกว่าผลดีค่ะ ส่วนในเรื่องของการใช้ธรรมชาติบำบัดนั้นก่อนอื่นคงจะต้องตามหาเหตุผลก่อน ปัญหาที่เกิดขึ้นมันต้องมีที่มาที่ไป เพราะฉะนั้นถ้าเราจับประเด็นได้ว่าที่มาของปัญหานี้มันคืออะไร เราก็จะสามารถดูแลแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสมค่ะ เพราะว่านอกจากเรื่องอาหารที่ทำให้เกิดลมพิษที่เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในเด็กอายุขนาดนี้แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นอีกไม่ว่าจะเป็นปัญหาของสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆ ตัวเด็ก หรือว่าสิ่งแวดล้อมที่มาจากลักษณะบ้านช่อง พ่อแม่ที่สูบบุหรี่ การสัมผัสกับควันไฟ หรือว่าบ้านอยู่ในชุมชนที่มีการก่อสร้างมากๆ สิ่งเหล่านี้ทั้งหลาย จะเป็นเหตุให้ลมพิษของลูกไม่หายสักที

เพราะฉะนั้นเราจะต้องแก้ปัญหากันโดยหาสาเหตุแล้วมาสรุปประเด็น และพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นเหล่านั้น รวมทั้งดูแลเรื่องของการรับประทานอาหาร การควบคุมสิ่งแวดล้อม การออกกำลังกาย หรือการพักผ่อนที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยทำให้โรคลมพิษที่ลูกเป็นอยู่อาจดีขึ้นในระดับหนึ่งได้เหมือนกัน

รศ.พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร




(update 11 กุมภาพันธ์ 2003)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก  ปีที่ 19 ฉบับที่ 221 มิถุนายน 2544 ]



[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600