ลูกเป็นเด็กพิเศษ จะเรียนร่วมหรือจะโฮมสคูลดี

ลูกชายเป็นเด็กพิเศษ (ไฮเปอร์แอ็กทีฟ) อายุ 3 ขวบ 5 เดือนแล้วค่ะ ยังไม่ได้เข้าโรงเรียนเลย อยากให้แนะนำสถานศึกษาที่เด็กพิเศษสามารถเรียนร่วมได้ และอยากให้บอกข้อดีข้อเสียของการนำเด็กไปเรียนร่วม หรือจะเรียนแบบโฮมสคูลดี

แม่น้องแมทธิว/ดินแดง




สถานศึกษาที่เด็กพิเศษสามารถเรียนร่วมได้มีอยู่ทั่วไปทุกพื้นที่ เพราะเป็นนโยบายของรัฐที่เปิดโอกาสให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษ ได้เข้ารับการศึกษาในโรงเรียนปกติ แต่การเรียนร่วมในสถานศึกษามีหลายลักษณะแตกต่างกันไป จึงไม่สามารถระบุชื่อสถานศึกษาให้ได้ ทั้งนี้ การเรียนการสอนจะขึ้นอยู่กับสถานศึกษาแต่ละแห่ง ดิฉันขอแนะนำให้คุณแม่น้องแมทธิวหาโอกาสเข้าไปคุยกับทางโรงเรียนว่า มีการให้บริการเด็กพิเศษ (ไฮเปอร์แอ็กทีฟ) หรือเปล่า และจะดูแลน้องแมทธิว ซึ่งเป็นเด็กพิเศษได้หรือไม่ ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกค่ะ
สำหรับข้อดีของการนำเด็กไปเรียนร่วมในสถานศึกษา ที่เห็นชัดคือเด็กได้รับการพัฒนาทุกด้านอย่างเหมาะสมตามความสามารถของเด็ก มีโอกาสเรียนรู้ มีเพื่อน และดำรงอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นบุคลากรที่ดูแลเด็ก ควรจะต้องผ่านการฝึกอบรม เพื่อดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษเฉพาะทาง

สำหรับข้อเสียของการนำเด็กไปเรียนร่วม ขึ้นอยู่กับสถานศึกษาแต่ละแห่ง ถ้าสถานศึกษาไม่พร้อมสำหรับการให้บริการพิเศษนี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านบุคลากรหรือสถานที่ ระบบการบริหารและการจัดการ ระบบการเรียนการสอนย่อมส่งผลต่อการพัฒนาเด็กโดยตรง

ส่วนการสอนเด็กแบบโฮมสคูลอาจจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เนื่องจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 เปิดโอกาสให้พ่อแม่ ผู้ปกครองที่มีความพร้อมและความต้องการมีสิทธิ์จัดการศึกษาให้ลูกหลานที่บ้านได้ แทนที่จะส่งลูกหลานของตนไปโรงเรียน ซึ่งคุณแม่น้องแมทธิวคงต้องพิจารณาปัจจัยหลายๆ ด้านด้วยกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่คุณแม่จะอยู่กับลูกอย่างเต็มที่ หรือการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เหมาะกับลูกของตน เป็นต้น สำหรับข้อดีของโฮมสคูล คือผู้เป็นพ่อแม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับลูกมากขึ้น โดยเฉพาะเป็นผลดีกับลูกที่ยังเล็ก ได้เรียนรู้ร่วมกันทั้งครอบครัว มีความรัก ความอบอุ่น และความเข้าใจให้กัน และถ้าลูกเรียนรู้อย่างมีความสุข มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ผู้เป็นพ่อแม่จะรู้สึกอิ่มใจ ความสำเร็จของโฮมสคูลจึงมุ่งไปที่ตัวลูกเป็นสำคัญ ส่วนข้อเสียของโฮมสคูลที่มีต่อตัวเด็ก ในบ้านเรายังไม่ชัดเจนเพราะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับพ่อแม่ แต่คนส่วนใหญ่มักจะกังวลในเรื่องการเรียนรู้ทางสังคม เพราะถ้าครอบครัวที่มีลูกคนเดียว โอกาสที่เด็กจะเรียนรู้การอยู่ร่วมกับคนอื่น นอกเหนือจากครอบครัวตัวเองอาจจะมีน้อยค่ะ

แต่ไม่ว่าจะเลือกสอนลูกแบบโฮมสคูล หรือนำลูกไปเรียนร่วมก็ตาม คุณแม่น้องแมทธิวคงต้องศึกษาว่าจะช่วยเหลือดูแลลูกที่บ้านอย่างไร และต้องมีการบำบัดรักษาควบคู่กันไปด้วย

ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่น้องแมทธิวด้วยนะคะ ทุกวันนี้ด้านการแพทย์เจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมาก การบำบัดรักษาที่ถูกวิธีและการช่วยเหลือเมื่อเด็กยังเล็ก จะช่วยให้ประสบความสำเร็จในการรักษามากขึ้นค่ะ

ผศ.ดร.พัชรี ผลโยธิน




(update 20 พฤษภาคม 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 9 ฉบับที่ 97 พฤศจิกายน 2546 ]



[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600