อิจฉา ก้าวร้าว แย่งของน้อง ต้องแก้อย่างไร


ดิฉันมีลูกสาวอายุ 2 ขวบครึ่ง กับลูกชายอายุ 1 ขวบ 4 เดือน ตอนนี้มีปัญหาคือพี่สาวพี่สาวจะอิจฉาน้องชายตลอดเลยค่ะ เวลาที่ไม่พอใจก็จะแกล้งน้องตีน้องไม่ก็ผลักน้อง และยังชอบแย่งของเล่นน้องอยู่เรื่อยๆ แย่งมาแล้วก็ไม่เล่น แค่จะเอาชนะพอเอาชิ้นอื่นให้ลูกก็ไม่ยอมต้องเอาของเล่นที่น้องกำลังเล่นอยู่ พอพี่สาวแย่งไปก็ร้องและต้องยอมพี่บ่อยครั้ง

1. กลัวว่าโตขึ้นลูกชายจะต้องเป็นคนที่ยอมคนอื่นตลอด และไม่กล้าที่จะต่อสู้อย่างลูกผู้ชาย เพราะว่าเขาเป็นฝ่ายที่จะต้องยอมอยู่เรื่อยไปค่ะ และนิสัยของลูกสาวเข้าข่ายก้าวร้าวหรือไมค่ะ

2. ขอให้คุณหมอช่วยบอกพฤติกรรมที่ไม่ดีของเด็กในช่วงอายุ 1-3 ปี ที่ต้องคอยระวังไม่ให้เด็กติดเป็นนิสัย




1. เด็กอายุใกล้ๆ กันเวลาที่ผู้ใหญ่สอนให้ยอมกันมักไม่ได้ผล เพราะเขาไม่เห็นว่าอีกฝ่ายหนึ่งไม่มีอะไรให้น่ายอม

การสอนขึ้นอยู่ที่ว่าอยากให้ลูกเป็นอย่างไร ถ้าอยากให้ลูกรู้จักรักษาสิทธิ์ตัวของตนเองละเคารพสิทธิ์ของผู้อื่น ก็ต้องสอนให้คิดแบบเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นพี่หรือน้อง ส่วนใครจะยอมใครก็เป็นเรื่องของแต่ละบุคคลว่าใครจะใจดีกว่ากัน

ถ้าจะสอนให้น้องยอมพี่ให้ง่ายในการปกครอง คุณแม่ต้องบอกให้ลูกไห้รู้ พูดย้ำเวลาจะให้น้องอยู่กับพี่ และควบคุมดูแลให้น้องยอมพี่อย่างสม่ำเสมอจนเป็นนิสัย แต่ถ้าจะสอนให้พี่ยอมน้องเสมอก็ให้ทำแบบเดียวกัน

เด็กวัยนี้ความเข้าใจเรื่องคุณธรรมยังพัฒนาไปไม่มากนัก ถ้าเขาทำผิดจากที่สอนก็ต้องดุหรือลงโทษ ถ้าทำดีก็ต้องชมหรือให้รางวัล

ถ้าคุณแม่เห็นว่าลูกคนโตควรอ่อนโยนกับน้องให้มากกว่านี้ ส่วนลูกคนเล็กก็ควรจะกล้าหาญและรู้จัก แก้ปัญหามากกว่านี้ ต้องมีกติกาว่าเวลาใครอยากเล่นของเล่นของคนอื่นต้องขอเจ้าของก่อน ไม่มีสิทธิ์แย่งมา

ถ้าใครไปแย่งของคนอื่นจะต้องไปนั่งสงบสติอารมณ์ (time out ) หากใครเอาของเล่นอีกคนมาเล่น แล้วเจ้าของทวงคืนก็ต้องคืนทันที ถ้าไม่คืนเองผู้ใหญ่ก็ต้องเอาคืนและทำตามกติกาเสมอ ไม่นานเด็กๆ ก็จะรู้จักขอบเขตความเป็นเจ้าของของตนเอง เข้าใจเรื่องการเคารพกติกา เด็กก็จะรู้สึกมั่นคงปลอดภัย เพราะรู้ว่าตัวเองทำถูกและได้รับการยอมรับจากคนในบ้าน

ในขณะเดียวกันคุณแม่ต้องสอนให้ลูกทั้งสองคนพูด "ขอ" เป็นเช่น "ขอเล่นหน่อย" "เล่นได้มั้ย" และสอนให้ปฏิเสธได้ "ยังไม่ให้" "หนุยังเล่นอยู่" "รอก่อนนะ" หรือ ถ้ายังไม่พูดก็ส่ายหน้า เป็นต้น

นอกจากนั้นก็ต้องสอนให้ "ขอบคุณ" คนที่ให้ยืมด้วย ถ้าที่บ้านมีของเล่นบางชิ้นที่ซื้อให้พี่น้องเล่นด้วยกันอาจกำหนดให้คนที่เอามาเล่นก่อนมีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะให้อีกคนหรือเปล่า และอาจจะต้องมีกติกาเพิ่มเติมอีกในกรณีที่เด็กชอบครอบครองของเล่นที่ละหลายๆ อย่างโดยไม่แบ่ง ก็ต้องกำหนดให้เล่นของเล่นทีละอย่าง และต้องเก็บของเล่นเดิมเข้าที่ก่อนหยิบชิ้นอื่นมาเล่น

กฎสำคัญอีกข้อ คือ ห้ามตี ผลัก หรือการทำให้ผู้อื่นเจ็บ หรือเป็นอันตรายเด็ดขาดสอนลูกๆ ว่ามีอะไรไม่ชอบก็ให้พูดกัน ถ้าคุยกันแล้วจัดการไม่ได้ให้ไปหาผู้ใหญ่ขอช่วยแนะนำ

สำหรับลูกคนโตอาจลองใช้วิธีสร้างตารางสะสมความดี โดยให้รูปลอกน่ารักๆ ติดลงในช่องของวันที่เขาไม่ทำผิดกติกา เพื่อเสริมสร้างรากฐานของความภาคภูมิใจในการทำความดี และอาจจะตกลงกันก็ได้ว่าสามารถเอาคะแนน คือจำนวนรูปลอกที่ได้นี้ไปแลกสิทธิ์พิเศษหรือของรางวัลที่ตกลงกันไว้ต่อได้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมที่ดี ยังเป็นการฝึกการรอคอยด้วย

ที่สำคัญอย่าลืมสนใจลูกๆ และชมเชยในช่วงเวลาที่เด็กๆ เล่นกันได้ดี อยู่ด้วยกันอย่างสงบน่ารัก ถ้อยทีถ้อยอาศัย แบ่งปันกันเล่น เพราะการชมเป็นการส่งเสริมแรงที่ดีซึ่งจะทำให้เด็กๆ คงทำพฤติกรรมที่ดี ยังเป็นการฝึกการรอคอยด้วย

ตอนที่เด็กๆ ยังเล็กขนาดนี้ ผู้ใหญ่หลายบ้านไม่ได้มีกติกาอะไร เพราะเข้าใจว่าเด็กยังไม่ข้าใจ จริงๆ แล้วผู้ใหญ่สามารถมีกฎกติกาได้ตั้งแต่ลูกยังเล็ก สิ่งสำคัญคือกฎและวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้ผู้ใหญ่ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องเขาใจตรงกัน

สุดท้ายขอฝากข้อสังเกตคือให้มองหาสาเหตุที่พี่น้องทะเลาะกันด้วยว่ามีอะไรบ้างที่ผู้ใหญ่จะต้องแก้ไขด้วยหรือไม่


2. เด็กวัย 1-3 ปี มีพฤติกรรมที่ต้องคอยระวังเยอะมาก หมอขอเลือกตอบเฉพาะบางตัวอย่าง ซึ่งนำมาจากประสบการณ์ตรงที่มีคนถามหมอมาบ่อยที่สุด ในเด็กวัย 1-3 ปี แต่ละช่วงอายุก็แล้วกันนะค่ะ

เด็กวัย 1 ปี พฤติกรรมที่พบว่าเป็นปัญหาบ่อยที่สุดคือ การตื่นมาร้องเพื่อกินนมตอนกลางดึก ซึ่งส่วนมากเกิดเพราะผู้ปกครองไม่ทราบเด็กควรจะนอนได้ตลอดทั้งคืนตั้งแต่อายุ 4 เดือน และเวลาเด็กตื่นขึ้นมาส่งเสียงอ้อแอ้ตอนดึก แทนที่จะกล่อมธรรมดาก็แถมให้นมไปด้วย โดยอาจจะอยากให้ลูกอ้วนท้วนโตไวๆ แต่ลืมนึกไปว่าจะเป็นการฝึกให้ลูกหิวกลางคืนด้วย หลังจากนั้นลูกเลยต้องตื่นมาร้องหิวขอกินนมอยู่เรื่อยไป คุณพ่อคุณแม่ก็เหนื่อยหน่อย เพราะว่าไม่ได้พักผ่อนนอนหลับสบายอย่างที่ควรจะเป็น

ฉะนั้นอย่าช้าเมื่อลูกเริ่มกินอาหารเสริมแล้วให้คุณพ่อคุณแม่ค่อยๆ ลดนมมื้อดึกลงเรื่อยๆ จนลูกสามารถที่จะหยุดได้เลยค่ะ ซึ่งนอกจากคุณพ่อคุณแม่จะไม่เหนื่อยแล้วข้อดีอีกอย่างที่หมอรับรองได้คือลูกไม่ผอมและฟันไม่ผุด้วยค่ะ

เด็กวัย 2 ปี พฤติกรรมที่เป็นปัญหาบ่อยครั้งที่สุดคือ การร้องเสียงดังเวลาต้องการให้ตมใจ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ต้องเกิดขึ้นอย่างน้อยครั้งหนึ่งในช่วงวัยนี้ ถ้าตอบสนองอย่างถูกต้องก็จะหายไป แต่ถ้าผู้ใหญ่ดูแลไม่ถูกต้องโดยตามใจเพื่อตัดรำคาญ สงสาร หรือ เพราะอายคนมองก็จะทำให้เด็กมีพฤติกรรมนี้นานกว่าปกติ ไม่เลิกร้อง ไม่รู้จักรอ ไม่รู้จักข้อดีๆ ไปอีกนาน

ดั้งนั้น เมื่อเกิดพฤติกรรมนี้ต้องใจแข็ง ใจเย็น ทำจริงจัง ห้ามยอมบ้างไม่ยอมบ้างและอย่าลืมสอนวิธีที่เหมาะสมให้ลูกใช้แทนวิธีที่ไม่น่าดูนี้ด้วยนะคะ

เด็กวัย 3 ปี พฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงเวลาไม่ได้ดังใจ พฤติกรรมนี้มักจะเป็นผลมาจากตอนที่เด็กอายุ 2 ขวบ ถ้าผู้ใหญ่ไม่สามารถกำราบเจ้าตัวโวยให้เชื่อฟังได้ เด็กจะสะสมฤทธิ์จนได้ที่และพัฒนาไปถึงขั้นก้าวร้าว ซึ่งคนที่จะโดนฤทธิ์เดชมากที่สุดก็คือคนที่ตามใจเด็กมากสุด

พญ.เพียงทิพย์ พรหมพันธ์


(update 26 สิงหาคม 2008)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ที่ 26 ฉบับที่ 303 เมษายน 2551 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600