มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[คัดลอกจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคมพ.ศ.2542]

ในขบวนการใช้ไอทีเพื่อการเรียนรู้ ปัจจัยสำคัญประการหนึ่ง คือ การสร้างเนื้อหาทางวิชาการ เปรียบเสมือนกับ การที่ประเทศลงทุนสร้างทางด่วน และโครงสร้างพื้นฐานมากมาย หากไม่มีรถวิ่งก็หามีประโยชน์ใดไม่ หรือหากสร้างทางด่วนมา ให้จักรยานหรือรถตุ๊กตุ๊ก วิ่ง ก็หามีความคุ้มค่าไม่

การสร้างเนื้อหาความรู้ที่มีประโยชน์นั้นจะเป็น " จุดแยก " ที่สำคัญในการแบ่งสังคมที่ " รวย " กับสังคมที่ " จน " ข้อมูลประเทศที่มีแหล่งผลิตมัลติมีเดียใหญ่ อย่างสหรัฐอเมริกาและทวีปยุโรป ย่อมมีความได้เปรียบ ทั้งในแง่การสร้าง " คลังสมอง " ให้กับเยาวชนในชาติของตน และยังสามารถส่งออกไปขายได้ทั่วโลกอีกด้วย

ไม่ว่าเราจะมีคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนมากสักเท่าไร,
ไม่ว่าเราจะมีการสร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ให้กับภูมิภาคอย่างกว้างขวางเพียงไร,
หรือไม่ว่าเราจะมีหลักสูตรคอมพิวเตอร์เข้มเพียงใด
หากเราไม่มีซอฟต์แวร์และเนื้อหา
แน่นอนว่า...
โครงการไอทีเพื่อการศึกษาของชาติ คงจะประสบความสำเร็จได้ยาก

ในอดีตที่ผ่านมา เรามุ่งเน้นที่จะผลักดัน ให้ครูในโรงเรียนผลิตเนื้อหาที่เรามักเรียกกันว่า " ซีเอไอ " (Computer-Aided-Instruction : CAI) ขึ้นมาใช้ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ดีตรงที่โรงเรียนผลิตกันเองได้ทั่วประเทศ เราอาจจะได้ของดีๆ ออกมามากมาย

อย่างไรก็ตาม เท่าที่ผ่านมาการสอนให้ครูทำ CAI นั้น ไม่ประสบผลสำเร็จด้วยเหตุผล 2-3 ประการ

ประการแรก --- ภาระของครูค่อนข้างหนักอยู่แล้ว คิดดูว่าครูแต่ละคนมีชั่วโมง และวิชาการสอนอยู่เท่าใด เวลาที่จะมาให้ความสนใจกับสิ่งใหม่ๆ นั้น คงเหลือไม่มากนัก ครูที่ทำ CAI ได้ดี จึงเป็นครูที่พอมีเวลาว่าง เช่น ครูพละ เป็นต้น

ประการที่สอง --- CAI เป็นเรื่องยากสำหรับครู ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่รู้แม้วิธีใช้คอมพิวเตอร์ อยู่ดีๆ จับมาเรียน โปรแกรมการทำ CAI จำพวกเครื่องมือแต่งตำราอิเล็กทรอนิกส์ เช่น Authoring Tools ทั้งหลาย มิใช่สิ่งที่คาดหวังอะไรได้มากนัก

ประการที่สาม --- รัฐขาดโครงการต่อเนื่องที่ชัดเจน ในการพัฒนาไอทีระดับโรงเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการต่อเนื่องในการ "ฝึกอบรม" ครูทั่วประเทศ เพราะเมื่อการพัฒนาพ่อไก่แม่ไก่เป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น เราจะไปคาดหวังอะไรนักหนาจากคุณครูได้

ผมเองคิดว่าประเทศไทยมีคุณสมบัติอะไรหลายอย่าง ที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นจุดอ่อนและความท้าทายในตัวเดียวกัน และสังคมของเราก็สามารถมี " ต้นแบบ " เฉพาะตัวที่หวังผลได้ โดยเฉพาะในกรณีการวางแผน เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา อันจะมีความสำคัญต่ออนาคตของเยาวชนไทย แต่ก็จำเป็นที่จะต้องใช้ตัวอย่างต่างประเทศเป็นตัวกระตุ้นตามเคย เพราะผู้ใหญ่ในประเทศไทย บางส่วนจะชอบฟัง และให้ความเชื่อถือมากกว่าภูมิปัญญาท้องถิ่น

ในกรณีนี้ อัล กอร์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ก็ได้ประกาศทุ่มงบประมาณฝึกอบรมครู ให้รู้จักใช้อินเทอร์เน็ตกันทุกคน ผมคิดว่ามีแนวทางที่จะพัฒนาเรื่องเนื้อหา และซอฟต์แวร์บางประการ ดังนี้

  • ผู้บริหารการศึกษาทั้งในระดับประเทศไปจนถึงครูใหญ่ ต้องเห็นความสำคัญ และช่วยผลักดัน
  • การผลักดันให้ครูสร้าง CAI ไม่มีอะไรเสียหาย แต่ไม่ควรเป็นกลยุทธ์สุดยอดอีกต่อไป หากจะคงนโยบายดังกล่าว ก็ควร "เลือกเน้น" เช่น มีแผนเฉพาะทาง, มีการแข่งขันประจำปี, มีการสร้างศูนย์สนับสนุน CAI และเสริมด้วยการผลิตผลงานชิ้นยอด จากส่วนกลางออกไปช่วยด้วย
  • ควรมีมาตรการจัดหา CAI ที่มีอยู่แล้วทั้งของในและของนอก หากเป็นของต่างประเทศควรลงทุนทำการดัดแปลง (Localization & Customization) ให้เหมาะสมทั้งในเชิงเนื้อหาและภาษา
  • ควรสร้างต้นแบบของการประยุกต์ใช้ CAI เพื่อการเรียนการสอน จัดทำหลักสูตรที่มีส่วนประกอบที่ใช้ไอทีและ CAI ที่มี "แผนการสอน" และการประเมินผลที่ชัดเจน
  • ส่งเสริมการจัดทำเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต (Web-baseacontent) ให้มีมวลวิกฤติมากกว่านี้ ยังมีอีกหลายต่อหลายมาตรการ ที่ผู้บริหารการศึกษาของชาติ ควรนำไปคิดไปทำให้เป็นประโยชน์

ขอบคุณหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600