มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 21 ฉบับที่ 314 เมษายน 2541]

มะเร็งเทียม

น.พ.วีระ


"โทรศัพท์คุณหมอจากโรงพยาบาลอื่นค่ะ" อาชีพหมอกลัวอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือ การกลัวภรรยาซึ่งสังคมยอมรับ กลัวอย่างที่สองคือกลัวโทรศัพท์ กลัววิทยุติดตามตัว ที่เรียกว่า ทาสติดเอว เพราะเก้าในสิบครั้งต้องเป็นเรื่องของ รพ.มีงานให้ทำ ยิ่งผิดเวล่ำเวลายิ่งกลัวมากจนสะดุ้ง เพราะในฐานะของแพทย์ที่ปรึกษา เฉพาะทางมะเร็งนรีเวชกรรม นั้น งานหลักก็คือ จับมีดผ่าตัดนั่นเอง เมื่อเพื่อนร่วมงาน หรือร่วมอาชีพปรึกษามาให้ไปช่วยดูแล ก็ทำใจได้ว่า งานนั้นต้องหินพอสมควร บ่อยครั้งที่ต้องเรียกว่าหินสุดสุด ถ้าวิทยุตามตัวยามวิกาลหลังเที่ยงคืนหรือดึกมากๆ แล้วละก็เกือบทั้งร้อยเก็บเสื้อผ้า ใส่รถโดยเฉพาะชุดทำงานเพราะผ่าเสร็จ ก็มักจะเช้าเข้าทำงานได้เลย จิตใต้สำนึกเลยทำให้กลัวโทรศัพท์ไปได้ และดูเหมือนว่า หมอก็จะคล้ายๆ กัน ดังนั้นเวลาถ้าจะให้มีประชุมใหญ่ในกลุ่มแพทย์ที่ต้องการ การปรึกษาหารือที่สำคัญและต้องการระดมสมอง ต้องเอาไปประชุมในหุบเขา ที่การสื่อสารไปไม่ถึงจึงจะสัมฤทธิ์ผล

วกเข้าเรื่องต่อเนื่องจากโทรศัพท์ข้างต้น รับสายได้ความว่า มีคนไข้ขอปรึกษา เธอเป็นสาวโสดสูงอายุ อายุประมาณ 59 ปี ผอมมากจนสังเกตได้ว่า ไม่มีชั้นไขมันใต้ผิวหนังและกล้ามเนื้อก็ถูกทำลาย ซึ่งการดูว่าอ้วนหรือผอมทางการแพทย์นั้นสำคัญมาก เพราะบอกถึง เบื้องลึกของความผิดปกติ ที่มีเกิดขึ้นในร่างกายผู้นั้น เธอผู้นี้แพทย์เจ้าของคนไข้ เพียงเห็นคนไข้เดินผอมมากท้องโตๆ สังเกตจากการแต่งตัวก็พอจะเดาโรค ที่เธอถูกเบียดเบียนว่า น่าจะเป็นโรคเรื้อรังและมีเศรษฐานะจากการแต่งตัวบุคลิกภาพว่า มีอันจะกิน ทำให้ไม่นึกถึงว่าจะเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ ซึ่งเป็นโรคจนเธอน่าจะ เป็นกลุ่มโรคอ้วนคือ พวกกลุ่มโรคเนื้องอกทั้งเนื้อร้าย (มะเร็ง) หรือไม่ร้าย หรือโรคไม่ติดต่อต่างๆ อาจจะโรคของความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ ที่กำลังคุกคามประชาชนไทย เช่น โรคเบาหวาน โรคตับฯ

สรุป ผู้ป่วยรายนี้ โสดอายุกลางคน อาชีพปล่อยเงินกู้ ซึ่งเรียกว่าอาชีพชาวสวน คือ ปลูกดอกเบี้ยยู่กับหลาน ครึ่งปีมานี้รู้สึกเบื่ออาหาร เหนื่อยอ่อน ท้องโตขึ้น แต่ค่อยๆ โต นึกว่าตัวเองอ้วน เลยไม่ได้ไปพบแพทย์ 2 เดือนมานี้เริ่มท้องผูกประจำ และถ่ายลำบาก หมายถึง ถ่ายอุจจาระและทานได้น้อย คือ ทานได้เพียงเล็กน้อยก็รู้สึกแน่นอืดท้อง น้ำหนักตัวเริ่มลด ก็พยายามหายาสมุนไพร ซึ่งปัจจุบันกำลังฮิตเพราะ สังคมกำลังหลงไหล กับการสาธารณสุขทางเลือกใหม่ (ALTERCATIVE MEDICINE) ซึ่งเป็นช่องทางให้บรรดาหมอเถื่อนชนิดต่างๆ ที่เรียกว่าชนิดต่างๆ เพราะมีหลายประเภท อาทิ หมอน้ำมนต์ หมอสมุนไพร หมอฝังเข็ม หมอนวดเฟ้นบำบัด ซึ่งมีชื่อภาษาอังกฤษ เรียกว่า ไตรโรพาติก ซึ่งแอบอ้างว่า เป็นหมอ ซึ่งกระทวงสาธารณสุขตีความแล้วไม่ใช่ ซึ่งต่างประเทศไม่รับรองว่าเป็นหมอ ทำเอาเมืองไทยฮือฮากันอยู่พักหนึ่ง

ปัจจุบันก็มีหมอน้ำผักปั่น สร้างความฮืฮฮาทางจอทีวีเร็วๆ นี้ ทำเอาหมอถูกกฎหมาย หรือหมอจริงบางท่านเสียศูนย์ไป รายการนี้เรียกว่า ต่อยผิดสังเวียนกระดูกมวย ตามศัพท์ชาวบ้าน ยาลูกกลอนกินวันละ 40-50 เม็ด เท่านั้นยังไม่พอ ยังมียาหม้ออีกทางแล้วถ่ายท้องได้คล่องแรก ๆ เนื่องจากถ่ายอุจจาระที่คงค้างออกมา ทำให้รู้สึกสบายท้องขึ้น ความรู้สึกว่าท้องเล็กลง บรรดาหมอทางเลือกเหล่านั้นก็ว่า เป็นการถ่ายเอาของเสียของเน่าออก ทานอยู่ 2 เดือน ยิ่งทานก็ยิ่งเพลีย หลังๆ ลุกขึ้นแทบไม่ได้ ไม่มีแรง น้ำหนักตัวลดลงมาก ท้องกลับโตขึ้นสวนทางกับน้ำหนักตัว ด้วยความตระหนี่ถี่เหนียว จริงๆ ต้องเรียกว่า ขี้เหนียวเพราะใช้เงินไม่เป็น กลัวเสียเงินมาก ไม่ยอมไปหาแพทย์ทนซื้อยาบำรุงกินเองจน 1 สัปดาห์ก่อน มาโรงพยาบาล ญาติไปเยี่ยมเพราะเห็นหายไปไม่ส่งข่าวเหมือนเช่นเคย พอมาพบสภาพ อ่อนระโหยโรยแรงผอมจนภาษาชาวบ้านเรียกว่า หนังหุ้มกระดูก ซึ่งทางการแพทย์ถือว่าเป็นทุพโภชนาขั้นร้ายแรง ก็รีบนำส่งโรงพยาบาล ตรวจหลายแพทย์จนถูกส่งต่อมาพบสูติ-นรีแพทย์ เพราะมีความผิดปกติที่ช่องเชิงกราน

เธอผู้นี้ตลอดชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการตรวจภายในเลย เพราะความเชื่อ ความอาย โดยเฉพาะสังคมไทย เราเชื่อว่าสาวโสดโอกาสจะเป็นมะเร็ง ของอวัยวะสืบพันธ์สตรี ไม่น่าจะเป็นโรคดังกล่าวประกอบกับความอาย ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ ปัจจุบันการแพทย์ก็ได้พยายามที่จะให้ประชาชน หรือสาธารณชนได้เข้าใจว่า การตรวจร่างกายประจำปี โดยเฉพาะสตรีเพศ รวมถึงการตรวจภายในและเต้านม ต้องกระทำทุกปี เพราะความชุกชุมของโรคในสตรี สูงขึ้นมาก การตรวจสม่ำเสมอจะช่วยป้องกัน ไม่ให้เกิดโรคร้ายได้หรือช่วยผ่อนหนัก ให้เป็นเบา เพราะเจ้าโรคเนื้องอกทั้งร้ายและไม่ร้าย ไม่ใช่ว่าปุ๊ปปั๊ป ก็โผล่เป็นโรคร้ายแรงเลย ทันทีก็หาไม่ ค่อยๆ เป็นค่อย ๆ ไป ต้องมีการเตรียมการฟักตัว การกลายพันธุ์ การแพร่กระจาย ขั้นตอนมากมี

เป็นที่น่าเสียใจที่ประชาชนไทยนั้น หนทางหรือช่องทาง การเข้าพบแพทย์หรือบริการสาธารณสุขนั้นง่ายดาย และถูกสตางค์มาก เมื่อเทียบกับของต่างประเทศ โดยเฉพาะทางตะวันตกกว่าจะพบแพทย์ได้ ต้องมีระบบนัดหมายและต้องไปพบแพทย์ที่ เป็นแพทย์ประจำของครอบครัว หรือที่อยู่ในเขตนั้นๆ ก่อน ไม่ใช่นึกจะไปพบแพทย์ก็เดินเข้าไปหาที่คลินิก หรืออยู่บางเขน ไปหาแพทย์ที่คลินิกบางแค เพราะเชื่อและศรัทธา จะเหมือนปฏิบัติในเมืองไทยเราไม่ได้ เพราะต้องมีขั้นตอน และเมื่อไปพบแพทย์ ก็พบแพทย์จริงๆ คือ ได้บริการตรวจวินิจฉัยไม่ได้ให้การรักษาพร้อมยาอย่างไทยๆเรา จะต้องไปซื้อยาที่ร้านขายยาต่างหากและไม่มีชนิดว่า ยาขอหมอวาน ตรวจเสร็จกลับบ้านก็จะมีบิลค่าตรวจส่งตามมาเก็บ อย่างต่ำก็สี่ห้าสิบเหรียญ คิดเป็นเงินไทยยุค IMF ก็สองพันเศษ นี่เฉพาะค่าตรวจค่ายาก็ต้องซื้ออีกต่างหาก ยิ่งถ้ามีหัตถการต่างๆ เช่น สุภาพสตรีเข้ารับการตรวจภายใน ตรวจค้นหามะเร็งปากมดลูก แล้วจะต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกมากมาย อาจจะหลายร้อยเหรียญทีเดียว

จะเห็นว่ามันเป็นความโชคดีของระบบการสาธารณสุขไทย ที่เอื้อต่อประชาชนมาก ทำให้การเข้าถึงบริการทางแพทย์ของประชาชน เท่าเทียมกันและทั่วถึง แต่ก็มีประชาชนบางส่วนไม่ตักตวงผลประโยชน์ที่ระบบยื่นให้ บางรายต้องอ้อนวอนให้มารับบริการแทบจะอุ้มมาตรวจยังไม่มาบอกว่าอาย หารู้ไม่ว่าอายกับตายคือคำเดียวกัน เมื่อถึงมือของสูตินรีแพทย์ ตรวจทั้งภายนอกภายในแล้วก็ให้การพิเคราะห์โรคว่า น่าจะเป็นโรคเนื้องอกร้าย หรือมะเร็งของอวัยวะสืบพันธ์สตรี และได้ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทำการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "ซาวด์" แต่ไม่ใช่ซาวด์อะเบาท์ที่วัยรุ่นใช้ เป็นการตรวจที่ง่ายและแม่นยำสูงก็แสดงให้เห็นถึง ก้อนเนื้องอกในช่องเชิงกราน และมีการแพร่กระจายไปทั่วช่องท้องและมีท้องมาน คือ มีน้ำในช่องท้อง คือ มีสารเหลวที่สร้างจากท่อเนื้อเยื่อเนื้องอก ออกมาช่องท้องในปริมาณมากซึ่งภายในขณะทำการผ่าตัดดูดออกมาได้ 5 ลิตร ซึ่งเท่ากับ 5 ขวดโค้กลิตร ก็ลองจิตนาการดูว่าจะทรมานแน่นเพียงใด จึงทำให้เธอผู้น่าสงสารนี้มีการจุกแน่นท้องทานอาหารไม่ค่อยได้ เพระ การเคลื่อนไหวของลำไส้เป็นไปอย่างบกพร่อง เพราะในขบวนการย่อยอาหาร ต้องอาศัยการเคลื่อนไหวของลำไส้ส่วนต่างๆ เพื่อให้อาหารคลุกเคล้า และทำปฏิกิริยากับน้ำย่อยได้ดีมากขึ้นๆ และโดยธรรมชาติของเนื้อเยื่อเนื้องอก จะใช้พลังงานมากกว่าเซลล์ปกติ ก็เลยดูดเอาสารอาหารในร่างกาย มาใช้ดำรงชีพของเนื้อเยื่อมากขึ้นๆ เหมือนพวกกาฝากทำให้เจ้าของร่างกาย ทรุดโทรมลงไปเรื่อยๆ

การรักษาสำหรับโรคในกลุ่มนี้ ต้องใช้ขบวนการรักษาหลายๆ รูปแบบ มาร่วมใช้กัน อย่างเหมาะสมที่เป็นการรักษาหลัก คือ การผ่าตัด เพื่อประโยชน์สองประการ คือ หนึ่งเพื่อการวินิจฉัยทั้งชนิดของเนื้อเยื่อว่า เป็นอะไรชนิดไหน และเป็นโรคระยะใดรุนแรงเพียงใด และประการที่สอง ต้องการที่จะลดความรุนแรงของโรค คือ การตัดเอาเนื้อร้ายออกมาให้มากเท่าที่จะทำได้ โดยให้คนไข้ไม่เสี่ยงต่อการแทรกซ้อนจากการผ่าตัด เธอได้ถูกเตรียมการ ก่อนผ่าตัดอยู่ 3 วัน รวมทั้งการเตรียมลำไส้ เพราะในเนื้องอกของอวัยวะสืบพันธ์สตรี โดยเฉพาะรังไข่มักจะไปวุ่นวายกับลำไส้ มักจะทำให้ลำไส้ตีบตันหรืออุดตันก็จะต้องแก้ไข อาจจะทำการตัดต่อ หรือเปลี่ยนทางเดินอาหารของลำไส้ และเป็นการใช้เวลา ในการปรับสภาพผู้ป่วยให้สามารถจะเข้ารับการดมยาผ่าตัดได้ ซึ่งมีขบวนการการประเมินเป็นระบบ

เธอผู้โชคร้ายนี้ได้เข้ารับการผ่าตัด การผ่าตัดนั้นเป็นความตื่นเต้น เพราะเหมือนกับการแกะห่อของฝากภายใน ที่เราเขย่าเคาะดูและเดาในใจนั้น จะถูกต้องไหม แต่การแพทย์ต้องประเมินอย่างมีระบบและแม่นยำ เมื่อเปิดหน้าท้องเข้าสู่ช่องท้องก็ปรากฏว่า มีสารเหลวในช่องท้องเหมือนวุ้นเต็มช่องท้อง และจากนั้นแพทย์จะต้องสำรวจตรวจตราอวัยวะภายในทุกอย่างละเอียดว่า มีความผิดปกติอะไรบ้างลักษณะใด ก็พบว่ามีก้อนเนื้องอกดูแล้วด้วยสายตาคือ ลักษณะของเนื้องอกร้ายหรือมะเร็งแพร่กระจายไปทั่วท้อง โดยเฉพาะที่มันเปลวนั้น เนื้องอกจับเป็นก้อนจนเปรียบคล้ายกับก้อนเค้ก (CAKE) และมีการแพร่กระจาย ตามเยื่อบุของลำไส้เหมือนเม็ดสาคูทั้งเล็กและใหญ่ทั่วไปหมด และยังทำให้ลำไส้ เกาะเกี่ยวติดกันเป็นมวลก้อนกลม รังไข่ด้านซ้ายได้กลายเป็นก้อนเนื้องอก แต่ที่ผิวมีขนาดเท่าลูกส้มโอขนาดย่อม และมัดติดกับช่องเชิงกรานแน่น การรักษาผ่าตัด เริ่มมีการตัดเอาก้อนเนื้องอกรังไข่ปฐมภูมิออกแล้ว และตัดเอามดลูกออก และรวมทั้งต่อมน้ำเหลืองและตามไปตัดเอามันเปลว และมะเร็งส่วนอื่นๆ ที่มีแพร่กระจายตามไปเอาออกให้มากที่สุด เหลือเศษเล็กๆ ที่ติดกับอวัยวะที่สำคัญ ซึ่งจะต้องให้การใช้ยาเคมีบำบัดหรือกรรมวิธีอื่นๆ มาร่วมรักษา

ในปัจจุบันการผ่าตัดพัฒนาไปมาก เนื้อเยื่อที่สงสัยสามารถที่จะนำออกมาศึกษา และรอผลได้ในขณะผ่าตัดเลย ว่าเนื้อเยื่อที่ผิดปกตินั้นคือ อะไรชนิดใด ผลรายงานมาขณะผ่าตัดว่าเป็นเนื้องอกที่ไม่ร้าย คือ ดูโครงสร้างแล้วคล้ายกับว่า เป็นเนื้องอกที่ไม่ร้าย แต่ภาพทางคลินิกคือโรคมะเร็ง เพราะมีการแพร่กระจาย และเบียดเบียนที่อวัยวะต่างๆ จนก่อความเสียหายกับอวัยวะอื่นๆ การรักษาผ่าตัดนั้นก็เหมือนการดูแลรักษาความสงบของตำรวจหรือทหาร คือ ถ้าพฤติกรรมที่อันธพาลแสดงออกเป็นตัวกำหนดวิธีการที่จะปฏิบัติต่ออันธพาลนั้น ไม่ว่าหน้าตาคนผู้นั้นจะดูนิ่มนวลมีบุคลิกดีหรือมีสกุลดี ก็ไม่ใช่ปัจจัยหลักชี้นำในการที่จะทำการปราบปราม

อันธพาลในท้องเธอผู้นี้ร้ายแรงอาละวาดทำลายไปทั่วช่องท้อง แต่เมื่อดูอันธพาลปรากฏว่ามีรูปร่างเรียบร้อย พูดจาดีไม่หลุกหลิก ถ้าเราเชื่อแต่รูปลักษณะก็จะถูกหลอก เธอนอนให้ผ่าตัด 6 ชั่วโมง จนผ่าตัดเสร็จออกมาเลยต้องทานข้าวบูด เพราะสั่งอาหารเที่ยงไว้กว่าจะได้ทานก็เย็น นี้คือส่วนเสี้ยวหนึ่งของชีวิตหมอผ่าตัด หลังผ่าตัดผู้ป่วยต้องเข้าอยู่ดูแลในห้อง ICU. เพราะร่างกายผู้ป่วยจะอ่อนแอมาก ในร่างกายจะมีท่อมีสายยาง สายสวน สายน้ำเกลือ สายออกซิเจนอยู่ระโยงระยาง ต้องได้รับการดูแล ตรวจวัดสัญญาณชีพ ซึ่งก็คือ ความดันโลหิต การหายใจ ระบบของเหลวที่ไหลเข้าไหลออกจากร่างกาย เพื่อจัดสมดุลเพราะก่อนผ่าตัดร่างกายผู้ป่วยก็อ่อนแอมากอยู่แล้ว ยังต้องทนผ่าตัดอีก 5-6 ชั่งโมง สูญเสียน้ำเกลือแร่ กรดต่างๆ อีกมากมาย ก็เลยต้องควบคุมระบบต่างๆ ของร่างกายให้ได้สมดุลทั้งหมด และมีระบบ ICU. หรือห้องผู้ป่วยหออภิบาลเท่านั้น ที่คอยช่วยดูแล เพราะในระบบนี้ พยาบาลจะดูคนไข้เตียงต่อคนเลย บางครั้งอาจจะมากกว่าและมีแพทย์เฉพาะทางคือ มีความชำนาญทางหออภิบาลอยู่ ควบคุมช่วยโดยแพทย์ผู้ผ่าตัด หรือเจ้าของไข้ก็ร่วมดูแลด้วย พอผ่าเสร็จหมอกับญาติผู้ป่วย ก็จะมีความรู้สึกใกล้เคียงกัน คือ ห่วงใย เพียงแต่หมอผู้ดูแลคนไข้จะใกล้ชิดข้อมูล และรู้การทำนายโรค แต่ยิ่งรู้มากก็ยิ่งห่วงมากหลังผ่าตัดยิ่งผ่าตัดนานๆ ดึกดื่นค่ำคืน บางครั้งถึงนอนผวาเพราะความห่วงผู้ป่วย เมื่อไรที่ผู้ป่วยเคลื่อนไหวลุกเดินได้ ไม่ต้องพึ่งพาสายพยุงชีพต่าง ๆ เช่น สายออกซิเจน สายน้ำเกลือ สายท่ออาหาร ค่อยโล่งใจ คนเป็นหมอจะเห็นว่าต้องรับความกดดันจากการทำงานค่อนข้างมาก โชคดีที่ไม่ทันจบเป็นหมอเสริม

เธอผู้น่าสงสารนี้อยู่ ICU. 3 วัน กว่าจะย้ายขึ้นสู่ห้องธรรมดาและกลับบ้าน หลังผ่าตัด 2 สัปดาห์ เธอก็เริ่มมีอาการของลำไส้อุดตัน เข้าโรงพยาบาล เพื่อแก้ไขลำไส้อุดตัน อีก 2 สัปดาห์ จึงเริ่มทานอาหารได้นี่เป็นพฤติกรรม ของกลุ่มโรคเนื้องอกร้าย ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งที่ไม่ค่อยพบบ่อย และมักจะพบ เพราะสาเหตุจากความไม่เอาใจใส่ตัวเอง หรือความอายซึ่งพบได้บ่อยๆ เพราะโดยธรรมชาติของโรคนี้แล้วเป็นโรคที่หายขาดได้ถ้าพบแต่เนิ่น หรือแม้จะไม่เนิ่นแต่ก่อนที่จะลุกลามออกไปนอกรังไข่เพราะโดยธรรมชาติแล้ว รังไข่ของสตรีเป็นอวัยวะที่ยืดหยุ่นได้คล้ายลูกโป่งคือ อาจจะขายได้เกือบ 30-40 เท่าของตัวรังไข่เอง แต่เพราะเป็นอวัยวะที่ยืดหยุ่นได้ดี และแอบซ่อนอยู่ในช่องเชิงกรานเลยทำให้ไม่ค่อยก่ออาการต่อผู้ป่วย ในระยะแรกและมักจะไม่สามารถตรวจพบได้ด้วยตัวเองเลยชะล่าใจ นอกจากการตรวจภายนอกเท่านั้นจึงจะพอบอกได้ถึงความผิดปกติแต่เนิ่น ๆ

ถ้าตรวจร่างกายภายในเป็นประจำตามแพทย์แนะนำ กว่าที่จะโตจนผู้ป่วยตรวจพบได้ด้วยตนเอง ก้อนรังไข่ที่เป็นเนื้องอก จะต้องมีขนาดมากกว่า 12 เซนติเมตรขึ้นไป ซึ่งก็มักจะมีการลุกลามของเนื้องอก หรือเกิดผลแทรกซ้อนบิดขั้ว แตกปริและจะทำให้เนื้อเยื่อเนื้องอกแพร่กระจายไป ถ้าการปริค่อยๆ เกิดร่างกายปรับตัวทันยิ่งจะทำให้โอกาสที่โรคจะรุนแรงมากขึ้น เพราะคนไข้จะไม่ค่อยพบความผิดปกติในตัวเองอย่างเด่นชัด รอจนออกอาการก็ไม่ทันพระบิณฑบาตรคือ สายเสียแล้ว เข้าตำรา "ห่างหมอ ก็ใกล้วัด" นี่คือตัวอย่างของมะเร็งเทียม

น.พ.วีระ


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600