มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 21 ฉบับที่ 2 กุมภาพันธ์ 2540]

มารู้จักลำไส้ใหญ่กันเถอะ

คณะแพทย์ รพ.เปาโลฯ


ลำไส้ใหญ่เป็นอวัยวะที่เปรียบเสมือนกระโถนท้องพระโรง คือ รองรับกากอาหารที่ร่างกายไม่ต้องการเพื่อรอการกำจัดออก ในรูปของอุจจาระ มีลักษณะทางกายวิภาคเป็นท่อกลวง ที่ประกอบด้วยกล้ามเนื้อยาวประมาณ 5 ฟุต เริ่มจากท้องน้อยด้านขาว ไปตามขอบของช่องท้องขึ้นไปใต้ตับ แล้วพาดผ่านใต้ลิ้นปี่ไปสู่ชายโครงซ้าย เพื่อเลี้ยวลงตามขอบของช่องท้องด้านซ้ายลงไปทางช่องเชิงกราน แล้วจึงออกทางช่องทวารหนัก

เมื่อลำไส้เล็กได้ทำการดูดซึมสารอาหารจากอาหารที่เรารับประทานลงไป ในแต่ละมื้อแล้ว ส่วนที่ยังเป็นกากอาหารเหลวและที่เหลืออยู่จะผ่านลำไส้เล็ก เข้าสู่ลำไส้ใหญ่ส่วนต้น ลำไส้ใหญ่จะทำหน้าที่ดูดซึมน้ำและเกลือแร่ ที่ยังคงเหลืออยู่ในกากอาหารนั้น เพื่อทำให้กากอาหารแห้งลงจนเป็นอุจจาระ

ลำไส้ใหญ่แม้จะถือว่าเป็นส่วนปลายของทางเดินอาหาร แต่จริงๆ แล้วจะเห็นว่ามันแทบไม่มีหน้าที่ในการย่อยอาหารเลย กล้ามเนื้อที่อยู่บนผนังลำไส้ใหญ่จะค่อย ๆ หดตัวเป็นคลื่นเป็นจังหวะ เพื่อบีบไล่อุจจาระไปตามโพรงลำไส้ใหญ่ ในขณะที่ผนังลำไส้ ทำหน้าที่ดูดซับน้ำและเกลือแร่ไปตลอดทาง

โรคลำไส้ใหญ่ที่พบบ่อย ๆ

1. เนื้องอก (Tumors)

การเจริญเติบโตของเซลล์ผิดปกติ เรียกว่า เนื้องอกหรือทูเม่อ (Tumor) ซึ่งที่ลำไส้ใหญ่มักจะเป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็ง หากปล่อยทิ้งไว้ จะเจริญเติบโตและลุกลามไปผนังส่วนต่างๆ ของร่างกาย มะเร็งมักจะค่อยๆ เจริญเติบโต ใช้เวลาหลายปีกว่าจะปรากฏอาการ การรักษาจะมีโอกาสหายขาดได้มากถ้าตรวจวินิจฉัยได้ตั้งแต่เริ่มเป็น หรือก่อนมีอาการ

2. ติ่งถุงเนื้อ (Diverticula)

ถ้าหากมีแรงดันภายในโพรงลำไส้สูงขึ้นเนื่องจากท้องผูก หรือมีลมในลำไส้ใหญ่ค้างอยู่มาก จะทำให้เกิดแรงดัน ผนังลำไส้ใหญ่ออกไปจนเกิดเป็นติ่งเป็นถุงเนื้อโผ่ลออกไป ทางผิวลำไส้ใหญ่ เรียกว่า "ไดเวอร์ติคูลา" (Diverticula) ซึ่งเวลามีหลายๆ อันก็รวมเรียกว่าโรค "ไดเวอร์ติคูโลสิส" (Diverticulosis) ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อมีอุจจาระไปค้างอยู่ในโพรงติ่งถุงเนื้อเหล่านี้ จนเกิดการติดเชื้อและอักเสบรุนแรงเรียกว่า "ไดเวอร์ติคูไลติส" (Diverticulitis) ซึ่งก่อให้เกิดอาการปวดท้องน้อยโดยมากด้านซ้าย มีไข้และท้องผูก

3. เนื้องอกโพลิป (Polyps)

เป็นเนื้องอกที่ผนังด้านในของลำไส้ใหญ่มีขนาดและรูปร่างต่างๆ กัน ตั้งแต่เม็ดถั่วไปจนเท่าเห็ด ถ้ายังมีขนาดเล็กๆ โดยมากจะไม่เป็นเนื้อร้าย แต่ถ้าขนาดใหญ่ๆ แล้วโอกาสกลายเป็นมะเร็งมีมาก อาการที่โพลิป อาจก่อขึ้นได้มีตั้งแต่ไม่มีอาการไปจนถึงเลือดออก, ปวดมวนท้องหรือท้องผูก โดยมากถ้ามีอาการรุนแรงหรือถ้าโพลิปมีขนาดใหญ่หมอ มักจะแนะนำให้ตัดออกเสีย

คณะแพทย์ รพ.เปาโลฯ


ขอบคุณนิตยสารใกล้หมอ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600