มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 21 ฉบับที่ 315 พฤษภาคม 2541]

แก๊ง ออฟ โพร์ (Gang of Four)

น.พ.วีระ สุรเศรณีวงศ์


เมื่อหนึ่งสัปดาห์เศษได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการ ควบคุมมะเร็งในหน่วยงานย่อยหน่วยหนึ่งที่จะต้องทำหน้าที่ ร่วมประชุมวางแผนรับผิดชอบทำเกี่ยวกับการป้องกันมะเร็งทั้งของไทย และเทศ ซึ่งส่งตรงมาจากองค์การอนามัยโลก เพื่อจะได้ให้มีกรอบความรู้ แก่คณะกรรมการทุกท่าน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขาที่ต่างกัน ได้มีกรอบความรู้และได้รู้วิทยาการทันสมัยของโลกเพื่อจะได้นำมาร่วม ระดมสมองไม่ใช่เพื่อประลองปัญญาแต่เพื่อเค้นเอาปัญญาของแต่ละท่าน มาช่วยกันทำงานนับว่าได้ความรู้ทั้งทางวิชาการและความรู้จักแต่ละท่าน ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในต่างสาขาอย่างภาษิตว่าคุยกับบัณฑิตเพียงชั่วครู่ ได้ความรู้เพิ่มพูนเป็นทวีคูณ

ในงานนี้ได้ความรู้ถึง ปัญหาสาธารณสุข ของประเทศไทยในทศวรรษหน้าว่า คนไทยจะถูกเบียดเบียน ด้วยโรคที่ไม่ใช่โรคติดเชื้อมากขึ้นๆ มีแนวโน้มใกล้เคียงกับประเทศพัฒนา เข้าไปทุกที ซึ่งในประเทศพัฒนาแล้ว สาเหตุการตายของประชาชนหรือสาเหตุการเจ็บป่วยเกิดจากโรค ที่ไม่ใช่โรคติดต่อ เช่น โรคหัวใจ เบาหวานความดัน โรคมะเร็ง โรคจากอุบัติเหตุเรียกกลุ่มโรคเหล่านี้ว่าเป็นดรรชนีความเจริญก็พอได้

สามโรคต้น ๆ ที่กล่าวนั้นคือ โรคหัวใจ เบาหวาน ความดัน เป็นโรคที่เกิดสัมพันธ์กับการบริโภคอาหาร เรียกว่า โรคแพ้ท้อง แพ้ปาก ก็ว่าได้ ยิ่งความเจริญมากเท่าไรอาหารที่ไร้ประโยชน์ อุดมด้วยสีสันและรสชาติจะถูกผลิตมาหลอกล่อให้เกิดการบริโภคมากขึ้น แทนที่จะบริโภคสารอาหารเพื่อบำรุงร่างกายกลายเป็นบริโภคสารพิษ ซึ่งคงได้พบข่าวการให้ข้อมูลจากสถาบันมะเร็ง ว่าเด็กสาวไทย เป็นมะเร็งเต้านมพบได้มากขึ้น ซึ่งในอดีตทานอาหารโดยน้ำพริกปลาทู ข้าวแกง แกงร้อนนานปีทีหนจะพบมะเร็งเต้านมในสตรีอายุน้อย

แต่ยุคปัจจุบันอาหารฟาสต์ฟู้ดอาหารของชาวตะวันตก ซึ่งอุดมไปด้วยสีสัน ไขมัน ไร้ซึ่งคุณค่าทางโภชนาการ แต่ด้วยค่านิยมทางสังคม IT. วัยรุ่นเลยชอบบริโภคจนสถิติโรค ที่ไม่ค่อยฮิตในชาวตะวันตกก็ตามอาหารเข้ามาฮิตในไทยจนน่าวิตก

จากสถิติทางการแพทย์ปรากฏว่า สถิติการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ในคนไทยกำลังพุ่งแรงแซงโค้งอันดับมาเรื่อยๆ ไม่ช้าไม่นาน ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขต้องขยับมาอันดับหนึ่ง ซึ่งการดูแลรักษาโรคทางการแพทย์นั้นโรคมะเร็งจะพบว่า จะเสียค่าใช้จ่ายต่อการรักษาให้ครบสูงมากกว่าโรคอื่น ๆ และยังไม่ได้บอกว่าการรักษาครบนั้นจะหายขาดหรือ ไม่เพราะบางกลุ่มโรค มีโอกาสหายต่ำ และแม้เมื่อหายจากโรคแล้วก็ยังต้องมีขบวนการ ตรวจติดตามดูรอยโรคหรือการเกิดกลับเป็นใหม่อีก จากสถิติของสาธารณสุข ไม่นานมานี้ พบว่ามะเร็งที่อันตรายต่อคนไทยมีที่สำคัญ 4 ชนิดซึ่งเรียงตามลำดับ

อันดับหนึ่ง มะเร็งตับ อันดับสอง มะเร็งปอด อันดับสาม มะเร็งปากมดลูก อันนี้เป็นเฉพาะสตรี ซึ่งสองอันดับแรกพบได้ทั้งเพศชายเพศหญิงรวมกัน ตัวเลขยังนำหน้าอันดับสามคือ มะเร็งปากมดลูก ไม่มากอันเป็นสื่อถึง ปัญหาทางสาธารณสุขว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคพยาธิของสตรีอันดับต้น และ อันดับสี่คือ มะเร็งเต้านม โรคนี้กำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงของศตวรรษ แซงโรคมะเร็งต่างๆ มาในช่วงเวลาสั้น ๆ และมีแนวโน้มจะพุ่งต่อไปแม้จะเป็นในสตรีมากกว่าในบุรุษเพศ หรือเกือบร้อยละเก้าสิบก็ว่าได้ทั้งสี่โรคนี้ถือได้ว่าเป็นกลุ่มโรคมะเร็ง ที่เป็นปัญหาทางสาธารณสุขของเมืองไทยเราซึ่งโรคแต่ละประเทศ จะไม่เหมือนกันแปรเปลี่ยนไปตามปัจจัยหลายอย่าง

ในฝรั่งโดยเฉพาะชาวอเมริกันอันดับหนึ่งเป็นมะเร็งเต้านม รองลงมาเป็นมะเร็งปอด บางประเทศก็เป็นอันดับหนึ่งมะเร็งปอด เช่น ในรัสเซียและทางอัฟริกาบางประเทศในญี่ปุ่นก็จะพบว่า มะเร็งกระเพาะสูงมากจะเห็นว่าความแปรปรวนของโรคไปตามพื้นที่ต่างๆ ของโรคปัจจัยอาหารเป็นปัจจัยเด่นชัดที่เป็นตัวปัจจัยสำคัญ ญี่ปุ่นกับไทยก็คงเอเชียด้วยกันทานข้าวหรือที่เรียกว่ากลุ่มชนวัฒนธรรมข้าวเช่นกัน แต่ญี่ปุ่นนั้นมะเร็งกระเพาะอาหารสูงมาก ๆ จนหมอญี่ปุ่นเป็นหมอที่มีความชำนาญ ในการส่องกล้องดูกระเพาะอาหารเป็นยอดของโลกไม่ว่าฝรั่ง เจ๊ก แขก ถ้าจะเรียนเรื่องส่องกล้องดูกระเพาะต้องมาที่ญี่ปุ่น ส่วนไทยนั้น มะเร็งกระเพาะไม่ติดอันดับทั้งๆ ที่คนไทยกินอาหารแซบกว่าญี่ปุ่นมากมาย เคยเห็นชาวบ้านทางภาคใต้ทานอาหารชนิดข้าวคำพริกขี้หนูคำแกล้มไปตลอด ยิ่งปัจจุบันคงเคยได้ยินก๋วยเตี๋ยวพริกกะเหรี่ยงบริโภคแล้วนึกถึงคำพังเพย "สบายปาก ลำบากก้น"

ประเทศไทยน่าจะเป็นชาติที่ทานอาหารรสเผ็ดมากที่สุดก็ว่าได้ แต่พริกที่เผ็ดที่สุดในโลกกลับไม่ได้อยู่ที่ในประเทศไทยไปเกิดในประเทศ เม็กซิโก แสดงว่าการทานอาหารรสเผ็ดไม่ใช่สาเหตุของมะเร็งกระเพาะ เป็นเพราะการทานอาหารประเภทปลาดิบ ปลารมควัน ซึ่งชาวญี่ปุ่นนิยมบริโภค แต่พอกลุ่มคนญี่ปุ่นอพยพไปอยู่ในอเมริกาหรือคนญี่ปุ่นที่เกิดในอเมริกาก็ตาม ปรากฏว่าโรคมะเร็งกระเพาะอาหารก็ลดลงไปกลับเป็นโรคมะเร็งเต้านม มากตามแบบฝรั่ง แต่ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะเป็นโรคติดต่อมาจากฝรั่ง มะเร็งไม่ติดต่อจากคนหนึ่งสู่คนหนึ่งเพราะมิฉะนั้น พวกหมอผ่าตัดมะเร็งคงแย่ โดยเฉพาะพวกหมอที่ดูแลผ่าตัดโรคมะเร็งในอวัยวะสืบพันธ์สตรี อย่างกลุ่มของผู้เขียนบางครั้งผ่าตัดก็อาจจะมีเนื้อเยื่อมะเร็งกระเด็น หรือเปื้อนตามใบหน้า เนื้อตัว โดยเฉพาะตามหน้าจะมาก เพราะต้องดูแลพุ่งเวลาทำงานถ้าติดต่อได้หน้าตาพวกเราคงมี เนื้อเยื่อก้อนทูมขึ้นที่หน้าคงพิลึกน่าดูชม

ในกลุ่มคนญี่ปุ่นที่อยู่อเมริกาพอศึกษาวิจัยก็พบว่า ที่เป็นมะเร็งเต้านมมากเหมือนฝรั่งก็เพราะปัจจัยอาหาร เพราะทานอาหารเหมือนฝรั่งซึ่งอาหารฝรั่งจะมีปริมาณไขมันค่อนข้างสูง และมีเส้นใยกากอาหารต่ำ อาหารไขมันสูงก็จะทำให้เป็นต้นทาง หรือต้นธารของการเกิดมะเร็งเต้านม ซึ่งขั้นตอนค่อนข้างละเอียดซับซ้อนมาก เส้นใยกากอาหารที่คุณพี่ป้าน้าอาสมัยก่อนเวลาจะบริโภคไม่ว่าผักหรือผลไม้ รังเกียจหนักหนาต้องเลือกที่ไม่มีหรือมีน้อย และยังเอาออกไปอีกถ้าทำได้ เช่น ส้มเป็นตัวอย่างที่ดี เส้นใยก็ดึงออก เท่านั้นไม่พอเอาไปคั้นทานแต่น้ำ กากก็ดีเส้นใยก็ดีเหล่านั้นเป็นโอสถป้องกันมะเร็งได้ เรียกว่า ไม่เห็นรูปทองในเงาะ จัดเป็นประเภทหกเขยจึงไม่น่าแปลกใจที่ปัจจุบันพวกฝรั่งจึงหันมานิยม หรือเรียกว่าเห่อก็ว่าได้ กับการบริโภคอาหารของชาวตะวันออก โดยเฉพาะอาหารไทยจะเห็นว่าในภัตตาคารอาหารไทยกิจการมักจะรุ่งเรืองดี คนไทยที่ไปอยู่เมืองนอกร่ำรวยมามากจากการทำอาหารทำภัตตาคาร บางคนเรียนจนจบปริญญาโทปริญญาเอกก็ยึดอาชีพทำร้านอาหารเป็นธุรกิจหลัก ฝรั่งปัจจุบันจึงบริโภคข้าวบริโภคพริกกระเทียมได้เหมือนคนไทยมากขึ้น ๆ

มะเร็งตับในประเทศไทยนั้นมีชื่อเสียงมากในวงการแพทย์ เรียกได้ว่า เป็นกรณีศึกษาในเรื่องของความชุกชุม ซึ่งหมายถึงมีโรคนี้มากในประชากรไทยในอัตราที่สูงและจะสูงมาก ในภาคอีสาน ทั้งนี้มาจากอาหารเป็นต้น เหตุคือ อาหารที่บริโภค ไม่สะอาดถูกสุขอนามัยทำให้เป็นการนำเอาเชื้อพยาธิใบไม้ตับเข้าสู่ร่างกาย พยาธินี้เริ่มต้นจากในหอย ปู ปลา เนื้อสัตว์บกบางชนิดปรุงสุกๆ ดิบๆ ตัวอ่อนพยาธิหรือไข่ไม่ถูกทำลายก็บริโภคเข้าสู่ร่างกายแล้วพยาธิ จะไปเจริญเติบโตในตับตามวงชีพของพยาธิใบไม้ในตับ ชื่อได้มาจาก รูปร่างพยาธิใบไม้นั่นเอง ตัวพยาธินี้ก็ปล่อยไข่ออกมากับอุจจาระ เพราะฉะนั้นก็สามารถจะตรวจได้ว่าใครมีพยาธิใบไม้ในตับ โดยการตรวจดูไข่พยาธิในอุจจาระ เมื่ออยู่ในตับนานๆ เข้า ก็จะทำให้กลายเป็นมะเร็งได้

ในภาคอีสานของไทยเรา วัฒนธรรมอาหารเป็นปัจจัย ที่ทำให้ภูมิภาคนี้ของประเทศมีโรคนี้เกิดมาก คนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นับได้ว่าเป็นคนที่ใช้ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตเป็นอาหารได้อย่างน่าพิศวง กินหรือบริโภคทุกอย่างที่เคลื่อนไหวได้ เป็นผู้ที่ทรหดอดทน ต่อสภาพแร้นแค้นได้ดีมาก แม้แต่ยิวซึ่งเป็นชนชาติที่ทรหดและฉลาด ยังยอมแพ้เมื่อไม่นานมานี้ทางอิสราเอลถึงกับทำหนังสือมายังกระทรวง ต่างประเทศในทำนองร้องเรียนเนื่องจากนิวเศน์วิทยาของพื้นที่ แถบทะเลทรายในอิสราเอลได้เปลี่ยนแปลงไปมากจนเกิดผลกระทบ วงกว้างมากขึ้น ซึ่งทางการอิสราเอลตรวจสอบแล้วพบว่า เพราะแรงงานไทยที่ไปทำงานในแถบดังกล่าวจับสิ่งมีชีวิตในทะเลทราย ซึ่งมีน้อยและหายากมาเป็นอาหารบริโภคจนเกิดความไม่สมดุล ของนิเวศน์วิทยาในระบบ สัตว์หายากบางชนิดแทบจะสูญพันธุ์ไปเลย เช่น หนูในทะเลทราย แมลงป่อง ฯลฯ ดูความสามารถของพี่น้องเราแล้วน่าทึ่ง

มะเร็งตับยังเกิดจากสาเหตุหรือปัจจัยที่สำคัญอีก 2 ปัจจัย การบริโภคสารก่อมะเร็งเข้าสู่ร่างกายที่แน่ชัดคือ สารที่เรียกว่า อะฟาลทอกซิน เป็นสารที่เชื่อว่าบางชนิดที่เกิดในเมล็ดธัญญพืช เช่น ถั่วลิสง พริก ฯลฯ โดยเฉพาะที่เก่าเก็บ สารนี้ไม่มีรสชาติมองไม่เห็น เพราะออกฤทธิ์แม้ขนาดเล็กน้อย พบได้ในพวกถั่วป่น พริกป่น ข้าวโพด ซึ่ง 2 อย่างแรกเป็นเครื่องปรุงรสอาหารประจำโต๊ะอาหารของคนไทยเรา เชื้อรานั้นจะเกิดเมื่อมีความอับชื้น พวกธัญญพืชเก่าเก็บ จึงต้องระวังบริโภคประจำก็เท่ากับตับถูกกระตุ้นด้วยสารก่อมะเร็งทุกวี่ทุกวัน นานเข้าก็กลายเป็นมะเร็งตับ 2 ปัจจัยนี้จะเห็นว่าต้นธารของโรคคือ นิสัยการบริโภคการให้ความรู้แก่ประชาชนจึงเป็นหนทางป้องกันโรค เราเรียกขบวนการนี้ว่า การป้องกันปฐมภูมิ

ในปัจจัยที่สามที่พบว่าเป็นตัวก่อให้เกิดมะเร็งตับได้คือ เชื้อไวรัสตับอักเสบ ซึ่งเป็นโรคที่พบในคนไทย ในอัตราสูงมากคือ พบได้ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของประชากร คือ มีคนเคยมีเชื้อโรคนี้ในร่างกายหรือเคยเป็นตับอักเสบ 5 ล้านคนโดยประมาณ เชื้อไวรัสตับอักเสบมีการฝังรากอาศัยอยู่ในตับมนุษย์เรานาน จนอาจจะตลอดชีวิตถ้าร่างกายปกติมันจะแฝงอยู่ค่อยกัดกร่อนทำลายไป เมื่อร่างกายอ่อนแอหรือมีสารพิษเข้าสู่ตับก็จะออกมาเล่นงาน ทำให้เกิดตับอักเสบ ถ้าปล่อยให้การอักเสบเป็นๆ หายๆ นานเข้า ก็จะกลายได้ ไวรัสตับอักเสบนั้นมีหลายชนิด ที่รู้จักกันดีคือ A และ B ถ้าเป็นกลุ่ม B ก็จะเป็นกลุ่มที่มีโอกาสกลายเป็นมะเร็งตับสูงกว่ากลุ่ม ที่เป็นชนิด A เนื่องจากทั้งไวรัสตับอักเสบ A&B สามารถติดต่อไปคนอื่นได้ อาจจะโดยการปนเปื้อนทางอาหาร การได้เลือด การใช้เข็มฉีดยาที่ไม่สะอาด น้ำคัดหลั่งหรือพวกน้ำเหลือง น้ำลาย จึงทำให้การแพร่ระบาดเป็นไปได้ง่าย จนกลายเป็นปัญหาสาธารณสุขจนกระทรวงสาธารณสุขต้องเร่งระดม วางแผนฉีดวัคซีนให้กับทารกที่คลอดทุกคนเพื่อเป็นการตัดวงจร การแพร่กระจายที่จะเกิดกับทารก ขณะเดียวกัน ก็เร่งให้ภูมิคุ้มกันกับประชนชนทั่วไปเพื่อจะลดอัตราการติดเชื้อ เป็นโรคไวรัสตับอักเสบซึ่งได้ผลดี

ปัจจุบันทารกที่คลอดในโรงพยาบาลแทบทุกคนได้รับ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ ขณะนี้แนวโน้มของโรคนี้ดีขึ้น เพราะได้มีการให้ความรู้เรื่องการบริโภคให้กับประชาชนได้เข้าใจ

มะเร็งปอด เป็นโรคของการเอารัดเอาเปรียบ ที่กล่าวเช่นนี้เพราะ ปัจจุบันทราบแน่ชัดว่า การสูบบุหรี่นั้นเป็นปัจจัยหลัก ของการเกิดมะเร็งปอด แต่ไม่ใช่คนสูบบุหรี่ 100 คน แล้ว 100 คน เป็นไม่ต้องมีปัจจัยเกื้อหนุนอย่างอื่น เช่น มีหน่วยพันธุกรรมที่มีความโน้มเอียงจะเป็นสูงมานานและชนิดก็พบว่า มีส่วนเร่งจริงแล้วมีการกล่าวว่าสารในบุหรี่ที่ทำให้เกิดเป็นมะเร็งนั้น ไม่ใช่นิโคติน แต่เป็นละอองเถ้าของถ่านจากการเผาไหม้ (TAR) จึงได้มีการออกแบบก้นกรองชนิดต่าง ๆ แต่บุหรี่นั้นปัจจุบันจะเห็นได้ว่า มีบุหรี่นอกเข้ามามากมาย เพราะบุหรี่พวกนั้นกำลังถูกบีบรัดไม่ให้โฆษณา ไม่ให้วางขายแต่เด็กที่มีอายุไม่ถึง 18 ปีบ้าง บางประเทศ ต้องมีคำเตือนโทษบุหรี่ไว้ข้างกล่อง ซึ่งก็คือคำแช่งคำสาปก็ว่าได้

มีคนรู้จักกันบางท่านถือมากไม่ยอมสูบบุหรี่ที่มีคำเตือน ซึ่งผลิตในประเทศ ต้องให้พรรคพวกซื้อหาตามชายแดน ซึ่งมาจากประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่มีคำสาปข้างซอง พอในประเทศ ที่พัฒนาแล้วก็จะบีบบริษัทบุหรี่ในทุก ๆ ด้านห้ามโฆษณา ห้ามให้ทุนในแง่ต่าง ๆ ยังห้ามสูบุหรี่ในที่สาธารณะต่างๆ เรียกว่าคนติดบุหรี่จะถูกริดรอนสิทธิโดยปริยาย ยังไม่หนำใจ ยังไปเล่นงานด้านภาษีอีก ยังประนามซ้ำเติมภาษีที่เก็บจาก ยาเสพติดสังคมเหล่านี้ว่า SIN TAX หรือภาษีตราบาปอะไรทำนองนั้น ซึ่งได้ผลทำให้คนสูบบุหรี่น้อยลงไปมาก โดยเฉพาะในประเทศ ซึ่งพัฒนาสื่อต่างๆ ก็จะให้ความร่วมมือ ประโคมข่าวถึงโทษภัยของบุหรี่ ทำให้บริษัทบุหรี่ต้องปรับตัวเมื่อขายในประเทศตัวเองไม่ได้ ก็เริ่มหาทางออกไปสู่ประเทศกำลังพัฒนาหรือโดยเฉพาะประเทศด้อยพัฒนา ซึ่งกฎเกณฑ์ทางรัฐยังไม่เข้มงวดมาก ประกอบกับอาศัยอิทธิพลของบริษัทบุหรี่ ผ่านนักการเมืองของประเทศมหาอำนาจมาบีบให้บุหรี่เข้ามาเผยแพร่ ในประเทศด้อยกว่าได้ ประเทศไทยเราก็ถูกกระทำเช่นกัน จะเห็นว่ามีบุหรี่นอกเข้ามาเพ่นพ่านมากมาย บางยี่ห้อหรือบางชนิดชื่อน่ากลัว เช่น มารมาโล่ ซึ่งที่ซองมีรูปคาวบอยขี่ม้า แปลได้ว่า กำลังต้อนผู้เสพบุหรี่ ไปอเวจีก็คงได้ จะเห็นว่าในกลุ่มมะเร็งปอดนั้นการป้องกันที่สำคัญคือ การให้ความรู้ในเรื่องของการบริโภคสารก่อมะเร็งเข้าไปก็คือ การให้การป้องกันเชิงปฐมภูมิ ซึ่งดีกว่าการที่จะต้องไปตรวจค้นหา การก่อเกิดมะเร็งของปอดซึ่งทำได้ยากและไม่ค้มค่าลงทุน

น.พ.วีระ สุรเศรณีวงศ์


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600