มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam

[คัดลอกจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่19 พฤศจิกายน พ.ศ.2542]


ถันยรักษ์


น.พ.ธรรมนิตย์ อังศุสิงห์ เลขานุการและประธานศูนย์ถันยรักษ์

เครื่องแมมโมแกรมเพื่อตรวจหามะเร็ง เจ็บ-แต่ทนได้

" ศูนย์ถันยรักษ์ตั้งขึ้นโดยมูลนิธิถันยรักษ์ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อเป็นสถานที่ให้บริการตรวจและวินิจฉัยโรคเต้านมที่ครบวงจร คือ เมื่อตรวจแล้วจำเป็นต้องทำอัลตราซาวนด์ เพื่อวินิจฉัยเพิ่มเติม หรือต้องเจาะชิ้นเนื้อ (Core Biopsy) ก็สามารถดำเนินการต่อเนื่องได้ภายในศูนย์ และเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี ด้านการตรวจและวินิจฉัยเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรม แก่รังสีแพทย์และเจ้าหน้าที่รังสีเทคนิค และให้เป็นแหล่งเผยแพร่ข่าวสารความรู้เรื่องมะเร็งเต้านม กับการป้องกันแก่แพทย์และประชาชนทั่วไป

คนไทยส่วนใหญ่ไม่คิดป้องกันโรคก่อนเกิดโรค มักคิดแต่ว่าเป็นแล้วมารักษา แต่กว่าจะมารักษามันสายเกินไปแล้ว โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม สถิติของรัฐมีว่า 80% ของคนไข้มะเร็งเต้านม มาพบแพทย์ เมื่อเป็นระยะที่ 2-3 แล้ว มาเป็นก้อนแล้ว ถือว่าเป็นมาก ไม่ดี เราจึงพยายามจะลดให้จำนวนที่เป็นนี้ให้เหลือระยะที่ 0-1 แต่ตัวเลขที่สำรวจนี้ยังไม่ชัดเจนนัก แล้วเท่าที่ประเมินว่า ทำไมถึงไม่มาพบแพทย์แต่เนิ่นๆ มีหลายสาเหตุ เช่น
1. ค่านิยมหรือความเชื่อ เพราะมะเร็งเต้านมไม่มีอาการ ผู้หญิงไทยมักคิดว่าแล้วจะมาตรวจทำไม หรือเป็นแล้วค่อยมารักษา หรือไม่ก็ไปคิดถึงเรื่องดวง คิดว่าดวงดีก็ไม่เป็น
2. วัฒนธรรม เต้านมเป็นของสงวนสำหรับผู้หญิงไทย ไม่อยากให้ใครมาแตะต้อง
3. ขาดความรู้หรือตระหนักถึงอันตรายของโรคนี้ เช่น เมื่อสำรวจตัวเองพบว่ามีก้อนจริง ก็ไม่คิดว่าเป็นมะเร็ง รอได้ คิดว่าก้อนจะหายไป กว่าเขาจะมาพบหมอบางทีสายเกินไป
4. ค่าใช้จ่ายในการทำแมมโมแกรมหรือมาหาแพทย์ ต้องบอกว่าค่าใช้จ่ายมีอยู่แล้ว ตั้งแต่ 1-3 พันบาท ถ้าเผื่อคนที่ไม่มีอาการและค้นพบระยะแรก เงินไม่กี่พันก็ไม่อยากเสีย มีก้อนแล้วก็ไม่มาหาหมอ แต่การมีก้อนอาจเป็นมาแล้ว 2-3 ปี
5. การรณรงค์ส่งเสริมให้ความรู้ยังไม่แพร่หลาย ประชาชนยังไม่เข้าใจ

ในอเมริกา เขารณรงค์มะเร็ง เต้านมมา 30 ปี เพราะคิดว่า ถ้าสามารถค้นพบมะเร็งเต้านมในระยะแรก จะลดรายจ่ายการรักษาในระยะปลายๆ ที่ต้องใช้เงินมาก และลดการทุกข์ทรมาน ทุ่นรายจ่ายการรักษาระยะหลังดีกว่า เอาเงินนั้นมาป้องกันดีกว่า ในขณะที่บ้านเราป้องกันน้อยไป เสียกับเงินค่ารักษาสูง แต่ก่อนอเมริการณรงค์เรื่องมะเร็งปากมดลูก ประสบความสำเร็จไปแล้ว ขณะนี้สถิติมะเร็งปากมดลูกในอเมริกาลดลง

การตรวจแมมโมแกรม (Screening Mammography) คนส่วนใหญ่ไปพูดต่อๆ กันว่าเจ็บ เราทำข้อมูลไว้ สำรวจคนที่เคยตรวจว่า เจ็บ-เจ็บแค่ไหน คนไข้จะบอกว่า เจ็บพอทนได้ ในช่วงที่โดนบีบ ซึ่งใช้เวลา 3-4 วินาที พอเครื่องกดออกไป 2-3 วินาที ความเจ็บก็หาย เท่าที่ทำสำรวจได้คำตอบว่าเจ็บทนได้ 92% ตอบว่า เจ็บมากมี 7-8% มีคนเดียวเท่านั้นที่บอกว่า เจ็บมากไม่กลับมาอีก แต่การเจ็บของแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน บางคนทนเจ็บได้น้อยกว่า บางคนทนได้มาก ทีนี้คนไปพูดกันบอกว่าเจ็บมาก คนเลยกลัวไม่มาตรวจ แต่จะบอกว่าไม่เจ็บก็ไม่ได้ แต่เจ็บขนาดที่ทนได้และไม่กี่วินาทีเอง

แนวทางการป้องกันมะเร็งเต้านมในศตวรรษหน้า คือ เราต้องเตรียมว่า ถ้าคนเป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้นจะทำอย่างไร ก็ต้องให้ความรู้ แต่เราไม่สามารถทำแมมโมแกรมได้ทุกคน ทั้งที่เป็นวิธีการตรวจที่ดีที่สุด ที่ทำไม่ได้เพราะเครื่องมือ บุคลากร อีกทั้งเรื่องสภาพเศรษฐกิจ การศึกษาของประชากรยังอยู่ระดับต่ำ อายุที่เราแนะนำให้ทำแมมโมแกรมตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นประชากรหญิงประมาณ 10 ล้านคน หรืออายุ 41 ปีขึ้นไป มี 8 ล้านคนที่เราต้องทำ ซึ่งเราทำไม่ได้ แค่ 10% ยังทำไม่ได้ เพราะเครื่องไม่พอ เครื่องแมมโมแกรมที่มีทั่วประเทศขณะนี้มีไม่ถึง 100 เครื่อง (ราคาเครื่องละ 4-5 ล้านบาท) คนก็เข้าใจว่าไม่มีก็ซื้อมา ก็ใช้ได้แต่เครื่องจะต้องอาศัยเจ้าหน้าที่เทคนิค ได้แก่ รังสีแพทย์ ที่มีความรู้ความชำนาญอ่านได้ เจ้าหน้าที่ขณะนี้มี 600 คน ซึ่งไม่พอเพียง

ฉะนั้นเราส่งเสริมให้ผู้หญิงตรวจเต้านมด้วยตัวเอง ตั้งแต่อายุ 20 ปี อย่างถูกต้องและต่อเนื่องโดยผ่านสื่อ ต่างๆ ส่งเสริมการทำแมมโมแกรมเมื่อ ถึงอายุ 35 ปี เป็น Base Line ทั้งนี้ เพราะแนวโน้มประชากรของไทยจำนวนผู้หญิงส่วนใหญ่ จะมีอายุน้อย ข้อมูลเมื่อสิ้นปี 2540 พบผู้หญิงไทยอายุต่ำกว่า 34 ปี มีถึง 60.3% จึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้มีการตรวจเต้านมด้วยตนเอง และทำแมมโมแกรม เพื่อป้องกันและลดอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคนี้ "


ขอบคุณหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600