มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอก จากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 20 ฉบับที่ 306 สิงหาคม 2540 ]

มัวแต่อายลงท้ายก็ต้องฉายแสง

น.พ.วีระ สุรเศรณีวงศ์


ในชีวิตการเป็นแพทย์โดยเฉพาะ แพทย์ที่ดูแลคนไข้มะเร็งนรีเวช หรือมะเร็งใน อวัยวะสืบพันธ์สตรี ก็จะพบนิยายชีวิตที่น่าเศร้ารันทดซ้ำซากเหมือนนิยายน้ำเน่า ทางโทรทัศน์ฉันใดก็ฉันนั้น จนบางครั้งแทบอยากจะตะโกนให้คุณผู้หญิงได้ยินให้ทั่วกันว่า "เมื่อไหร่จะเลิกอายเสียที"

ประมาณ 1 สัปดาห์หย่อนเล็กน้อย ก็ได้รับปรึกษาจากเพื่อนแพทย์ด้วยกัน ให้ช่วยดูแลเพื่อนสตรีของเธอ ซึ่งมารอพบอยู่หน้าห้องทำงาน พอพบหน้าก็คลับคล้ายคลับคลาเหมือนคนรู้จักกัน เธอเป็นเจ้าพนักงานข้าราชการชั้นสูง อายุอานามก็ใกล้ 40 ชนิด 40 ยังแจ๋วก็ว่าได้ สูงโปร่งแต่ผอมซีด ดูท่าทางวิตกกังวล แม้จะเมคอัพอย่างไรก็ปิดบังสายตาของผู้เป็นหมอไม่ได้ ซักถามเกริ่นนำก็ทราบได้ว่าเคยรู้จักกับสามีของเธอมาก่อน เธอดูผอมไปมาก เนื่องจากทานอาหารไม่ได้ เพราะวิตกกังวลเกี่ยวกับโรคของเธอ เธอซึ่งมีครอบครัวอันอบอุ่น สามีที่ทำงานหน้าที่ใหญ่โตในราชการไม่ยิ่งหย่อนกว่าเธอ พร้อมทั้งลูกน้อย 2 คน ที่กำลังเติบโตน่ารัก เรียนเก่ง เธอทำงานชนิดเวิร์กกอฮอลิก (Workorholic) เธอดูแลสุขภาพตัวเองมาดีตลอด สุขภาพของเธอนั้นหมายถึง สุขภาพภายนอก ผิวพรรณเธอ หน้าตาเธอ พรีเซนเตอร์ทางโทรทัศน์อาจจะชิดซ้าย

สิปกว่าปีเศษมานี่ เธอเดินทางทำงานตลอด ด้วยความรับผิดชอบสูง เธอเจริญก้าวหน้าในทางราชการอย่างรวดเร็ว ช่วง 3-4 เดือนมานี่ เธอรูสึกผิดปกติในระบบรอบเดือน มีเลือดออกกะปริบกะปรอย ด้วยเป็นคนรักการอ่าน เธออ่านหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพมากมาย เธอเชื่อมั่นว่าน่าจะเป็นความผิดปกติของประจำเดือน ชั่วครั้งชั่วคราว อาการเธอเป็น ๆ หาย ๆ จวบจน 1 สัปดาห์ ความผิดปกติก็รุนแรงขึ้น เธอมีเลือดออกมามากในตอนตื่นนอนตอนเช้า และไม่มีทีท่าว่าจะลดลง เธอก็ไม่ละความขยันก็ยังพยายามขับรถมาทำงาน บนถนน เธอรู้สึกถึงความผิดปกติที่รุนแรงขึ้น เลือดออกมากจน เธอเริ่มมีอาการใจสั่นคล้ายจะเป็นลม เผอิญผ่านมาหน้าโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง จึงตัดสินใจเลี้ยวเข้าห้องตรวจ สูติ-นรีแพทย์ได้เข้ามาดูแลเธอ ให้สารน้ำเข้าหลอดเลือด จากการตรวจของสูติ-นรีแพทย์ ได้แจ้งแก่เธอว่า มีเลือดออกจากแผลที่ปากมดลูกด้านล่าง ซึ่งแพทย์ได้ทำการตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจ และได้ทำการจี้ให้เลือดหยุด

จากประสบการณ์การอ่านหนังสือ เธอเริ่มไม่สบายใจกับการที่แพทย์ต้องตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจ ซึ่งไม่น่าจะใช่เรื่องเล็ก แต่ในทางการแพทย์แล้วแผลก็ดี ก้อนตุ่ม ติ่งเนื้อ ที่ผิดรูป ผิดร่าง หรือผิดปกติจะต้องถูกนำมาตรวจพิสูจน์ทางพยาธิวิทยา ก็คือ ต้องเอาเนื้อเยื่อมาเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วเข้าขบวนการฟอกย้อมเพื่อให้ติดสี แล้วแพทย์ทางพยาธิวิทยาก็จะวินิจฉัยแผ่นชื้นเนื้อนั้น โดยเทียบกับเนื้อเยื่อปกติ ซึ่งการทำงานในส่วนนี้ ต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ร่ำเรียนกันมาเฉพาะ เราเรียกว่าพยาธิแพทย์ หรือที่ภาษาทั่ว ๆ ไปเรียกว่าได้ บอร์ด ซึ่งก็เทียบกับปริญญาเอกนั่นเอง คุณภาพหรือมาตรฐานของโรงพยาบาลนั้น ดูได้จากจำนวนพยาธิแพทย์ และคุณภาพของพยาธิวิทยาเป็นปัจจัย หรือดรรชนีชี้บอกได้ เรียกได้ว่า เป็นตัววัดมาตรฐานก็ได้

พยาธิแพทย์เป็นกลุ่มแพทย์ที่ เสียสละ เพราะเป็นกลุ่มคนที่ติดทองก้นพระ ทำหน้าที่เป็นกองหลัง เหมือน โปรดิวเซอร์เพลง แต่งเพลงดีอย่างไร เล่นเพลงดีอย่างไร ผลงานตกเป็นของนักร้องไปหมด พยาธิแพทย์ นอกจากดูชิ้นเนื้อ ยังต้องทำการผ่าศพ ตรวจพิสูจน์อีก บางท่านสนใจไปในทางรูปคดี ก็จะทำหน้าที่นิติเวชไปด้วย คงจำกันได้ใน ภาพยนต์ฝรั่งเรื่อง แมคเคนซี่ นั่นแหละเป็นตัวอย่างของหมอพยาธิวิทยาที่เป็นนิติเวชด้วย ช่วยตำรวจสืบคดี ชนิดพอฟัดพอเหวี่ยงกับเชอร์ล็อกโฮมทีเดียว

การแปรผลชิ้นเนื้อ หรือการวินิจฉัยทางพยาธิ เรียกได้ว่า เป็นการตัดสินชั้นฎีกากันเลย ไม่มีอุทรณ์แต่ทบทวนได้ถ้าสงสัย

เธอต้องรอผลพยาธิวิทยา 2 วัน ซึ่งสองวันของเธอ ๆ ระบายว่ามันเหมือน 2 ปี เธอวิตก เธอเศร้า เธอคิดมากจนไม่สามารถที่จะหลับได้ เธอไม่สามารถจะกล้ำกลืนกินอาหารได้ หมดกำลังใจทำงาน พอครบเวลานัด เธอต้องให้สามีพาเธอไปฟังผลกับแพทย์ที่เคยดูแลเธอมา เธอได้รับคำบอกเล่าว่าเป็นเนื้องอกร้ายของปากมดลูก และเลือดที่ออกมานั้นเกิดจากการฉีกขาดของก้อนเนื้องอก ซึ่งมักจะเปื่อยยุ่ยเมื่อถูกระทบกระเทือน จากการร่วมเพศก็เลยฉีกขาด และทำให้มีเลือดออก เธอฟังคำพิพากษาอย่างเข้มแข็ง แม้จะหวาดกลัว แพทย์ได้แนะนำให้มาอยู่ในความดูแลของหน่วยมะเร็งในอวัยวะสืบพันธุ์สตรี หรือมะเร็งนรีเวช

การแพทย์ปัจจุบันเป็นไปในลักษณะ แบ่งแยกการทำงานเป็นหน่วย ๆ ตามลักษณะความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูติ-นรีกรรม ก็แบ่งแยกเป็น 5 หน่วย เพื่อให้การดูแลคนไข้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งตามโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ที่มีแพทย์จำนวนมากพอ ในทางสูติ-นรี ก็จะแบ่งเป็นหน่วยปริกำเหนิด ดูแลคนตั้งครรภ์ การคลอด หน่วยโรคติดเชื้อทางสูติ-นรีกรรม ก็ดูแลเรื่องการอักเสบ การติดเชื้อจุลินทรีย์ทุกชนิด ทั้งคนท้องคนไม่ท้อง เป็นหน่วยที่ทำงานหนัก เพราะต้องดูแลโรคเอดส์ในสตรีด้วย หน่วยวางแผนครอบครัว หน่วยนี้ทำได้ผลดีมากทั้งประเทศ

ปัจจุบันประชากรไทยลดลงเกินเป้าหมาย กำลังเป็นที่วิตกว่าสัดส่วนประชากรใน 10-20 ปีข้างหน้า จะเป็นแบบรูปสามเหลี่ยมหัวกลับ คือ คนสูงอายุเป็นประชากรส่วนใหญ่ ปลายแหลมของสามเหลี่ยมเป็นประชากรเด็ก และประชากรวัยทำงานอยู่ตรงกลาง ก็เกิดเสี้ยวเล็กกว่าคนสูงอายุ จะก่อให้เกิดปัญหาในแง่เศรษฐกิจได้ ดูซิทำงานได้ผลดีก็เกิดผลกระทบ หน่วยชีววิทยาการเจริญพันธุ์ เป็นหน่วยที่กำลังฮิตเพราะเป็นหน่วยสร้างทารกก็ว่าได้ พวกเด็กหลอดแก้ว ผสมเทียม อุ้มบุญ ก็เป็นหน้าที่ของหน่วยนี้

ในอนาคตอาจจะถึงขั้นทำสำเนามนุษย์ หรือโคลนนิ่ง (Clonning) ไม่เท่านั้นหน่วยนี้ ยังดูแลคนไข้สตรีสูงวัย หรือ ทำหน้าที่ดูแลพวกสตรีที่เกษียณฮอร์โมน คือ กลุ่มสตรีที่รังไข่ไม่ทำงาน อาจจะจากธรรมชาติ คือ วัดหมดระดู และพวกที่แพทย์ทำให้เกิดขึ้น เช่น จากการผ่าตัด ด้วยสาเหตุใด ๆ ก็ตามที่มีการทำลายรังไข่ ไม่ว่าจากการผ่าตัดธรรมดา หรือผ่าตัดโรคมะเร็ง หรือจากผลของการรักษา เช่น การฉายแสง เป็นต้น ก็ดูแลโดยหน่วยนี้

คงคุ้นกับคำว่า คลินิกวัยทอง ซึ่งปัจจุบันกำลังถูกบรรจุอยู่ในแผนการทางlาธารณสุขของชาติ เพราะประชากรสูงวัยจะเพิ่มขึ้นมากสะสมไปตลอด ยิ่งปัจจุบันการสาธารณสุขที่พัฒนาไปมากอายุขัยเฉลี่ยของสตรีไทยใกล้ 75 ปีเข้าไปทุกที คลินิกวัยทองเลยต้องทำงานหนัก คนไข้จะเพิ่มมากทุกที จุดมุ่งหมายของคลินิกนี้ ก็เพื่อดูแลให้ผู้สูงวัยสตรีมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี

หน่วยสุดท้ายคือ หน่วยมะเร็งนรีเวช หรือ มะเร็งในอวัยวะสืบพันธุ์สตรี ชื่อก็บอกแล้วว่าดูแลโรคเนื้องอกแพทย์ ที่จะเข้ามาทำงานเฉพาะทางเหล่านี้ ต้องได้รับการศึกษาอบรมเพิ่มเติม ไม่ใช่จบแพทย์ศาสตร์ธรรมดาก็มาทำได้ ต้องผ่านการฝึกฝนอบรมเล่าเรียนอีกไม่ต่ำกว่า 5 ปี อย่างน้อย เรียกว่าใช้เวลานานกว่าอาชีพอื่น ๆ แพทย์หน่วยมะเร็งนรีเวช ค่อนข้างจะทำงานหนักทีเดียว เพราะโรคนี้นับวันจะเพิ่มมากขึ้น โลกเจริญขึ้น ตัวโรคก็พบมากขึ้น (บางชนิด) แต่ละประเทศก็จะพบความชุกของโรคไม่เหมือนกัน

ในไทยเราโรคมะเร็งปากมดลูก อย่างที่คุณเธอผู้นี้เป็น เป็นโรคอันดับหนึ่งของหน่วยมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์ ที่ต้องดูแลเมื่อเธอมาพบเนื่องจากถูกส่งตัวมา การดูแลเบื้องต้นก็คือ ต้องทำการค้นหาขอบเขตของโรค หรือความรุนแรงของโรค เพื่อจะได้วางแผนการรักษาให้เหมาะสม การซักประวัติตรวจร่างกายอย่างละเอียด แต่ขณะเดียวกันในคนไข้กลุ่มนี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจมากมายเพราะ อยู่ ๆ ก็ถูกตัดสิน ที่คนไข้ทั่ว ๆ ไปก็เข้าใจว่า เป็นการตัดสินประหารชีวิตทีเดียว ทั้งที่ในความจริงไม่ใช่ ความเข้าใจที่ว่าโรคมะเร็งรักษาไม่ได้ เป็นภาพหลอนที่ติดมากับสังคม

ตั้งแต่อดีตกาลที่การแพทย์ยังไม่เจริญ การตรวจวินิจฉัยโรคแต่เนิ่น ๆ เป็นไปได้ลำบากกว่าจะวินิจฉัยได้ โรคก็ลุกลามไปมาก แพทย์ก็สู้รบแพ้ในสนามรบ (สนามโรค) ระยะหลัง ๆ นั้น แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมายที่จะช่วยให้การรักษาได้ผลดี คนไข้กลุ่มนี้มักมีภาวะซึมเศร้าวิตกกังวล และสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง ต้องมีทีมงานที่ทำงานควบคู่ไปทางจิตเวช การรักษาโรคมะเร็งโดยเฉพาะ มะเร็งปากมดลูกนั้น การวินิจฉัยโรคสำคัญมาก หมายถึงการ รู้ถึงความรุนแรง หรือการแพร่กระจายของโรค เพราะการรักษามีขั้นตอนที่สมบูรณ์รองรับอยู่แล้ว หลักการคือ การให้การรักษาหลักด้วย 2 วิธี คือ ผ่าตัดหรือฉายแสง ซึ่งได้ผลใกล้เคียงกัน แต่ผลแทรกซ้อนต่างกันในระยะแรก ๆ แต่ถ้าระยะที่โรคลุกลามแล้วการฉายแสง หรือรังสีรักษาจะได้ผลดี

มะเร็งปากมดลูกนั้น เป็นโรคที่ค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉลี่ยใช้เวลามากกว่า 5 ปี อย่างน้อย กว่าที่โรคจะลุกลามออกนอกตัวปากมดลูก และแพทย์สามารถตรวจสอบหาความผิดปกติ ก่อนที่จะเป็นมะเร็งได้ เพราะปากมดลูกเป็นอวัยวะภายในช่องคลอด ที่แพทย์เข้าถึงได้ง่าย เป็นที่น่าเสียดายเธอผู้นี้ ไม่ได้มาตรวจค้นกับแพทย์ในการทำ แป๊ปเสมียร์ ซึ่งเป็นการตรวจค้นหาก่อนการเป็นมะเร็งที่ง่าย และรวดเร็วไม่เจ็บปวด จนทางทฤษฎีถือว่า โรคมะเร็งปากมดลูก เป็นโรคที่ป้องกันได้ด้วยการทำแป๊ปเสมียร์ ซึ่งขบวนการตรวจ ใช้เวลาไม่เกิน 3 นาทีเท่านั้น เธออาย!! จึงเกิดบั้นปลายที่น่าเศร้า เธออายมา 10 กว่าปี

เมื่อสอบถามให้ละเอียดก็พบว่าเธอ มีอาการผิดปกติมานานแล้ว เธอมีอาการผิดปกติ เลือดออกทางช่องคลอดหลังมีเพศสัมพันธ์เป็น ๆ หาย ๆ มาหลายปีประมาณ 4-5 ปี ตามมาด้วย มีตกขาวผิดปกติเป็น ๆ หาย ๆ ก็ซื้อยาสอดใส่เองกลบอาการไป เพราะยาเหน็บ ยาสอดนั้นถ้าใช้ไม่ถูกต้อง ตัวยาสอดจะมีลักษณะคล้ายแป้งอัดเม็ด ก็จะดูดซึมเอาตกขาวเข้าไว้ก่อนละลายทำให้หลอกว่าตกขาวหยุด คำถามที่เธอถามซึ่งแพทย์จะต้องพบเสมอ ๆ ซึ่งเมื่อตอบแล้ว ก็ยิ่งตอกย้ำความเศร้าให้คนไข้ก็คือ "เป็นมานานหรือยัง?" จากการตรวจภายใน ภายใต้การให้ยาระงับความรู้สึก เพื่อดูการลุกลามของมะเร็งปากมดลูก ปรากฎว่าเธอเริ่มมีการลุกลามไปยังเอ็นปีกมดลูก ซึ่งทำให้เธอมีอาการปวดหลัง เป็น ๆ หาย ๆ ตลอดมา ปัจจุบันการใช้การตรวจวินิจฉัย ด้วยรังสีวินิจฉัย หรือที่เรียกว่า เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อดูการลุกลามแพร่กระจาย รวมทั้งการกระจายไปต่อมน้ำเหลือง ได้ก็ปรากฎว่าต่อมน้ำเหลืองของช่องเชิงกราน คือ ว่ามีการแพร่กระจายไป เท่านั้นไม่เพียงพอ จะต้องทำการส่งส่องกล้อง ตรวจดูในกระเพาะปัสสาวะ และลำไส้ตรงท่ออุจจาระเพื่อดูว่ามีการลุกลามไปหรือไม่ การตวรจดูท่อไต ด้วยการเอกซเรย์ฉีดสีดูท่อไตก็เป็นการตรวจวินิจฉัย รวมแล้วต้องตรวจเลือดดูว่า มีความบกพร่องในระบบใดบ้าง เพราะมะเร็งมักจะมีผลต่ออวัยวะอื่น ๆ โดยเฉพาะระบบเม็ดเลือด เพราะมะเร็งจะมีการสูญเสียเลือด รวมทั้งมะเร็งจะทำให้คนไข้ทุพโภชนา เพราะเซลล์มะเร็งจะปล่อยสารบางอย่างออกมา ทำให้รบกวน การต้องการอาหาร และตัวมันเองก็ยังแย่งสารอาหารมาจากร่างกาย จากเซลล์ปกติอีก ผลการตรวจที่มากมายแทบทุกระบบ ก็จะถูกนำมาประมวล และแพทย์ในหน่วยมะเร็งนรีเวช ก็จะมาประชุมวางแผนการรักษาร่วมกับแพทย์อื่น ๆ ที่สำคัญ คือรังสีแพทย์ และพยาธิแพทย์

จากข้อมูลเธอเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะลุกลาม จึงตอบคำถามเธอได้ว่า อย่างน้อยควรจะเป็นโรคนี้มาไม่ต่ำกว่า 5-7 ปี ยิ่งทำให้คนไข้เศร้าใจ เสียใจที่เธอปล่อยนาทีทองให้สูญเสียไปเมื่อ 7 ปีก่อนเป็นอย่างน้อย เธอได้เข้าร่วมปรึกษาแนะนำกับทีมแพทย์ ถึงวิธีการรักษาซึ่งการฉายแสง เป็นวิธีรักษาที่เหมาะสม และได้ผลดีที่สุด การผ่าตัดจะไม่ได้ผลในระยะนี้ แถมยังทำให้เกิดผลแทรกซ้อนที่ไม่พึงปรารถนา และไม่สามารถรักษาโรคได้ คำถามก็ตามมาอีกว่า "ฉายแสงรักษา ก็หมายความว่าเป็นการประทังโรคเท่านั้นหรือ" ทัศนคติของสังคมต่อการฉายแสงติดมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ ที่เคยพบเคยเห็น ซึ่งปัจจุบันต่างกันมาก การรักษาด้วยการฉายแสง เป็นการรักษามุ่งหายกันเลย

และในทางการแพทย์นั้น เป็นอนุภาคเล็กมากกว่าไวรัสเอดส์ ที่ว่าเล็กแล้วมองไม่เห็นมี 3 ชนิดใหญ่ ๆ สมัยก่อนใช้จากสารกัมมันตรังสี พวกเรเดียมโคบอล ที่ใช้ทำระเบิดปรมาณู ปัจจุบันก็มีใช้แต่พัฒนาไปมากจนถึงปัจจุบันเรียกว่า เป็นเครื่องเร่งอนุภาค คือ ปั่นอนุภาคแสงจน มีความเร็วสูงมาก ๆ แล้วยิ่งเข้าไปยังก้อนมะเร็งเมื่ออนุภาค มีความเร็วสูงวิ่งผ่านมะเร็ง ก็จะไม่ค่อยเกิดผลทำลายเหมือนปืนที่มีความเร็วสูงทางเข้าสู่ร่างกายแผลจะเล็กมาก ทางออกต่างหากที่จะถูกทำลายแผลใหญ่ ฉันใดก็ฉันนั้น อนุภาคแสงถูกตั้งระยะให้วิ่งไป กระทบเป้าหมายคือ ที่ปากมดลูกที่มีก้อนมะเร็งอยู่ และตำแหน่งที่ลุกลามไป ดังนั้นรังสีแพทย์จึงต้องทำการตรวจวัดหาระยะ และพื้นที่ที่จะฉายแสงแล้วตีเส้นด้วยสีน้ำเงิน หรือน้ำตาลไว้เป็นที่สังเกต อนุภาคของรังสีที่ถูกฉายเข้าสู่ก้อนมะเร็งนั้นจะออกฤทธิ์ตลอดทาง แต่ที่เป้าหมายจะออกฤทธิ์มากที่สุด โดยอนุภาคจะส่ง หรือรังสีจะไปทำปฏิกิริยากับ ออกซิเจนบริเวณนั้น เกิดเป็นอนุมูลขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นพิษต่อเซลล์ ต่อหน่วยพันธุกรรมของเซลล์ ทั้งมะเร็ง ทั้งเซลล์ปกติก็ถูกกระทำเหมือนกัน แต่เซลล์ปกติจะใช้เวลาสั้นใน การซ่อมแซม ความผิดปกติให้เข้าสู่สภาพปกติ แล้วจึงแบ่งเซลล์ แต่เซลล์มะเร็งจะไปซ่อมแซมแบ่งตัวต่อ ๆ ไป เซลล์ก็จะผิดรูปร่างและตายไปในที่สุด การฉายแสงนั้นจะค่อย ๆ ฉายแต่ละวัน ๆ ค่อย ๆ ทำลายเซลล์มะเร็งที่ละน้อย และชะลอเวลาให้เซลล์ปกติฟื้นคืนสภาพฉายประมาณ 4 สัปดาห์

เท่านั้นยังไม่เพียงพอ เพื่อให้ก้อนมะเร็งได้อนุภาครังสีมากที่สุด ก็จะใส่แร่ที่ให้อนุภาครังสีเข้าไปวางไว้ที่ปากมดลูก เรียกว่า การสอดใส่แร่ ซึ่งสมัยก่อนเรียกว่า ฝังแร่ ทำให้ฟังดูน่ากลัวจนจนร่ำลือกันว่า ฝังแร่เสร็จก็ฝังศพต่อ เชื่อผิด ๆ มาตลอด การสอดใส่แร่จะใช้เวลาประมาณ 48-72 ชม. โดยในขั้นตอนนี้เธอจะได้อยู่ในห้องที่จัดทำพิเศษกันรังสีแพร่กระจาย มีสายระโยงระยางที่จะเป็นตัวนำสารสร้างรังสีเข้าไปใส่ไว้ที่ปากมดลูก และจะต้องใส่ผ้า เพื่อกันแร่ให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการไม่ให้เกิดอันตรายต่อกระเพาะปัสสาวะที่อยู่ข้างหน้ามดลูกและลำไส้ตรง และ เธอจะถูกบังคับให้นอนนิ่ง ๆ บนเตียงพิเศษ เธอจะต้องต่อท่อปัสสาวะเข้ากระเพาะปัสสาวะ และให้ยาระงับการขับถ่ายอุจจาระ เธอจะติดต่อกับบุคคลภายนอกด้วยไมโครโฟน และทีวีวงจรปิด เมื่อครบเวลานั้นก็ถือว่าเป็น การรักษาที่ครบครัน ใน 4-8 สัปดาห์ ต่อมาก้อนมะเร็งก็จะฝ่อเล็กลง เธอได้รับคำอธิบายถึงขั้นตอนการรักษา และการดูแลตัวเอง พร้อมทั้งให้หนังสือคู่มือปฏิบัติตัวไปศึกษาตลอดการรักษา เธอจะต้องได้รับการตรวจตราร่างกายเป็นระยะ ๆ เพื่อแก้ไขผลแทรกซ้อนเล็ก ๆ น้อย ๆ จากการรักษา เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ผิวหนังเข้มขึ้น จากการกระทำของอนุภาครังสี

ปัจจุบันเรายังมียาเคมีบำบัด ซึ่งอาจจะให้ร่วมกับการ ฉายแสง ถ้ามีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เพื่อเร่งให้เกิดอนุมูล พิษต่อมะเร็งมากขึ้นอีกได้ การที่เธอได้รับรู้ข้อมูลทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องกับเธอ ทั้งเรื่องของโรคและขั้นตอนการรักษา ทำให้เธอดีขึ้นมีความหวังมากขึ้นยิ่ง เมื่อทราบว่ามีโอกาสหายในระยะของเธอนั้นสูงถึง 70% ถ้าร่วมกันอย่างดี ตอนนี้ก็ต้องรอติอตามว่าผลรับ ของสนามรบสนามโรคนี้ เราจะเอาชนะได้หรือไม่ หรือจะแค่ตั้งยันตั้งรับ แต่เรามีความมั่นใจในชัยชนะ ที่จะมาถึงนั้น มาคอยดูกันเถิด!!

น.พ.วีระ สุรเศรณีวงศ์


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด
มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]RESOLUTION 800X600