มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam


สมอง กองบัญชาการการเคลื่อนไหว


ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวในกีฬาชนิดใดๆ เช่น เตะฟุตบอล เสิร์ฟเทนนิส หรือทุ่มน้ำหนัก การเคลื่อนไหวต่างๆ เหล่านี้ต่างขึ้นอยู่กับกลไกการควบคุมระบบประสาท ให้ทำงานอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกัน กลไกเหล่านี้เชื่อมต่อกันระหว่างสมอง ไขสันหลังและกล้ามเนื้อ โดยมีสมองเป็นคล้ายๆ กองบัญชาการที่สามารถสั่งงานให้แขนและขา เคลื่อนไหวไปตามที่ร่างกายต้องการ

วงจรที่เชื่อมกันระหว่างสมองและไขสันหลัง เปรียบเสมือนวงจรไฟฟ้าของระบบคอมพิวเตอร์ แต่ต่างกันที่ว่าวงจรในระบบประสาทนั้น เกิดมาโดยธรรมชาติ และดูเสมือนว่าจะมีเทคโนโลยีสูงล้ำกว่าระบบคอมพิวเตอร์เสียอีก อย่าลืมนะครับคอมพิวเตอร์ถูกผลิตขึ้นมาโดยสมองของคน

ข้อมูลต่างๆ ที่ป้อนเข้าสู่สมองจะเดินทางไปตามทางเดินของกระแสประสาท ที่ถูกจัดเรียบเรียงอย่างสลับซับซ้อนแต่เป็นระเบียบโดยธรรมชาติ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกตีความโดยสมองและสมองจะเป็นตัวควบคุมให้กล้ามเนื้อ เกิดการเคลื่อนไหวตามที่ร่างกายต้องการ

ทางเดินของกระแสประสาทที่สั่งงานให้กล้ามเนื้อทำงาน เริ่มต้นจากสมองและเดินทางลงมาตามไขสันหลัง และจากไขสันหลังนี้เอง ที่กระแสประสาทจะเดินทางไปตามทางดินไปสู่แขนและขา เพื่อให้แขนและขาเคลื่อนไหวถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในแต่ละทักษะของชนิดกีฬา

สิ่งเร้าที่เปรียบเสมือนข้อมูลที่จะป้อนเข้าสู่สมองของมนุษย์มาได้หลายทาง เช่น มาจากตัวรับความรู้สึกหรือที่เรียกกันว่า รีเซปเตอร์ในกล้ามเนื้อ มาจากสายตา หรือการรับฟังได้ยินเป็นต้น เมื่อข้อมูลต่างๆ เหล่นี้เดินทางไปถึงสมองส่วนที่เรียกกันว่า ซีรีเบลลั่ม ซึ่งอยู่ที่บริเวณท้ายทอยของศีรษะ สมองส่วนนี้จะรับข้อมูล และทำหน้าที่รวบรวมตลอดจนประเมินข้อมูลเพื่อสั่งการให้กล้ามเนื้อแขนและขา เคลื่อนไหวในลักษณะที่สอดคล้องและประสานงานกัน เช่นทำให้การเคลื่อนไหวของการเดิน และการวิ่งดำเนินไปได้ด้วยความราบรื่น ทำให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหว เกี่ยวกับการทรงตัวของร่างกายได้ดี หรือทำให้ร่างกายนั่ง นอน และยืน ตามที่ต้องการ เป็นต้น

นอกจากนั้น สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งของสมองก็คือ ทำให้ร่างกายรับรู้ข้อมูลภายนอกร่างกาย ทำให้ร่างกายรู้จักหลบหลีกจากภยันอันตรายต่างๆ กล่าวคือ ไขสันหลังซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสมอง แต่เชื่อมต่อตลอดตัวลงมา ตั้งแต่กระดูกสันหลังท่อนที่ 1 ลงมาเป็นแหล่งที่ควบคุมปฏิกิริยาการตอบสนองของร่างกาย กล่าวคือทำให้ร่างกายรู้จักหลบหลีกจากสิ่งที่สามารถทำร้ายร่างกายได้ เช่น ทำให้ร่างกายดึงนิ้วกลับจากการถูกเข็มตำ หรือดึงมือและขาออกจากการสัมผัสกับวัตถุร้อนๆ เป็นต้น

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งของสมองคือ ช่วยในการหลั่งฮอร์โมนในร่างกาย คนเรามีอวัยวะต่างๆ ที่สามารถหลั่งฮอร์โมนได้ เช่น ตับอ่อนและอวัยวะเพศ เป็นต้น อย่างไรก็ดี สมองก็มีหน้าที่ในการควบคุมการหลั่งของฮอร์โมนเหมือนกัน ส่วนของสมองที่กล่าวถึงนี้ เรียกว่า ไฮโปทาลามัส ซึ่งอยู่บริเวณตรงกลางของสมอง มีหน้าที่ควบคุมการหลั่งของต่อมพิทูอิทารี่ส่วนหน้า

ฮอร์โมนสำคัญๆ ที่ถูกหลั่งออกมาจากต่อมพิทูอารี่ส่วนหน้าก็ได้แก่ ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต (Growth hormone) ฮอร์โมนที่เรียกว่า โกนาโดโทรปิค (Gonadotropic) ซึ่งช่วยกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนเพศทั้งชายและหญิง หรือฮอร์โมนที่เรียกว่า เอนโดฟิน (Endorphins) ที่ทำให้ร่างกายรู้สึกแจ่มใส คลายเครียด เป็นต้น

ฮอร์โมนต่างๆ เหล่านี้ จะทำงานได้ดีขึ้น ถูกหลั่งออกมามากขึ้น ถ้าร่างกายมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยทั่วไปฮอร์โมนชนิดต่างๆ ที่ถูกผลิตออกมาไม่ว่าจะจากสมองหรืออวัยวะส่วนต่างๆ หรือต่อมต่างๆ จะทำงานได้ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น ฮอร์โมนไธรอคซิน (Thyroxine) ที่ถูกผลิตจากต่อมธัยรอยด์ (Thyroid) ซึ่งช่วยกระตุ้นเร่งอัตราเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงานจะทำงานดีขึ้น ถ้าร่างกายมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า สมองนอกจากจะมีไว้เพื่อคิดแล้ว ยังมีหน้าที่สำคัญเกี่ยวกับการรับรู้ความรู้สึก และการควบคุมการเคลื่อนไหวต่างๆ ตลอดจนควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายให้มีการทำงานที่สอดคล้องประสานกัน

ในฐานะที่ผู้เขียนมีอาชีพเป็นครู เป็นอาจารย์มักจะได้ยินเสมอๆ ว่า มีอาจารย์หลายๆ ท่านบ่นว่า พวกนักกีฬามีแต่แรง ไม่มีสมอง ได้แต่ใช้แรง พอมาเรียนหนังสือ ถึงเรียนได้ไม่ค่อยดี ก็อยากจะขอเรียนชี้แจงให้ทราบตรงนี้เลยว่า ถ้านักกีฬามีสมองไม่ดี เขาคงไม่สามารถเล่นกีฬาได้ เพราะนักกีฬาต้องใช้สมองตลอดเวลา ต้องคิดเป็น ต้องเล่นเป็นและต้องวางแผนเป็น เขาจึงจะสามารถเป็นผู้ชนะได้

จริงๆ แล้ว พวกที่เป็นนักกีฬา มักจะมีมันสมองโดยเฉลี่ยดีกว่า พวกที่ไม่ได้เป็นนักกีฬาด้วยซ้ำไป การเรียนดีหรือไม่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเล่นกีฬา แต่ขึ้นอยู่กับว่ารู้จักแบ่งเวลาเป็นหรือไม่เท่านั้นเอง ถ้ารู้จักแบ่งเวลาเป็นรับรองว่า นักกีฬาเรียนได้เก่งแน่ ในสมัยที่ผู้เขียนยังเป็นนิสิตจุฬาฯอยู่ มีเพื่อนนิสิตคนหนึ่งเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ ต้องเดินทางไปแข่งขันยังสถานที่ต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศตลอดเวลา แต่เขาก็สามารถเรียนจบใน 4 ปี และจบอย่างได้รับเกียรตินิยมอันดับ 2 เสียด้วย ทั้งนี้เพราะเขาแบ่งเวลาเป็นนั่นเอง

ท่านผู้อ่านครับ สมองมีความมหัศจรรย์จริงๆ สมองมีส่วนประกอบรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ มากมายซึ่งก็ไม่จำเป็นที่คนซึ่งไม่ได้เรียนแพทย์หรือวิทยาศาสตร์ต้องรู้จักทั้งหมด อย่างไรก็ดี ก็ต้องรู้จักรักสมองของตนเอง รู้จักป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อสมอง รู้จักเพิ่มพูนสติปัญญาให้สมอง รู้จักทำให้สมองแจ่มใส ไม่เครียด การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ช่วยลดความเครียด ทำให้สมองแจ่มใสขึ้น ถ้าใครยังไม่เริ่มออกกำลังกาย ก็หันมาเริ่มออกกำลังกายกันดีกว่าครับ

รศ.ดร.วิชิต คนึงสุขเกษม



[ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอปีที่ 23 ฉบับที่ 7 กรกฎาคม 2542]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600