มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam



อย่ามองข้าม รองเท้าลูกน้อย


ความสำคัญของรองเท้า นอกจากความสวยงามแล้ว ประโยชน์ที่ได้รับจากรองเท้า ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นโดยการกระแทก สะดุดกับของแข็ง หรือโดนของหล่นทับเท้า โดยเฉพาะกับเท้าน้อยๆ ที่แต่ละก้าวนั้นยังไม่มั่นคงนัก เมื่อลูกอายุได้ 6 เดือนในช่วงนี้กระดูกเท้าส่วนใหญ่ยังเป็นกระดูกอ่อน ถึงแม้ว่าในช่วงนี้เท้าน้อยๆ ของลูกยังไม่ค่อยได้สัมผัสกับพื้นสักเท่าใดนัก แต่คุณแม่ก็อยากที่จะแต่งสวยแต่งหล่อให้กับลูกตั้งแต่หัวจรดเท้า และเมื่อถึงวัยที่หนูน้อยสามารถเกาะยืนได้บ้างแล้วซึ่งอายุก็จะสักประมาณ 9 เดือน ในช่วงนี้รองเท้าคู่เก่งที่คุณแม่ซื้อรอท่าไว้เริ่มมีบทบาทสำคัญต่อเท้าน้อยๆ แล้วล่ะ

รองเท้าที่ดีจะช่วยรองรับเท่าน้อยๆ ของเจ้าหนูเพื่อก้าวย่างและเหยียบลงบนพื้น ได้อย่างมั่นคง เพราะขณะที่เท้าหนึ่งก้าวเดินหนูน้อยจะทิ้งน้ำหนักและทรงตัวอยู่ที่เท้าข้างหนึ่ง ขณะที่อีกข้างหนึ่งก้าวไปข้างหน้า หากพื้นรองเท้าที่เรียบกว้างและแข็งแรง จะช่วยให้หนูน้อยก้าวไปข้างหน้าได้อย่างปลอดภัยและมั่นคง พื้นผิวด้านในของรองเท้าจะรองรับนิ้วเท้าของเด็กที่กดลงเพื่อมีแรงส่งในก้าวต่อไป ถ้าพื้นผิวด้านในอ่อนนิ่มหรือฟูหนาจนเกินไป จะทำให้นิ้วเท้าของเด็กจมลงไปมาก ทำให้เด็กเดินได้ลำบากขึ้น

คนเราเกิดมามีสัดส่วนของรูปร่างหน้าตา ร่างกาย และรูปเท้าที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นลักษณะของรองเท้ากับเท้าของเด็กแต่ละคนนั้นก็จะแตกต่างกัน รองเท้าที่เหมาะสมกับเด็กอีกคนอาจจะไม่เหมาะสมกับเด็กอีกคนก็ได้ เช่น เด็กที่มีช่วงปลายเท้าใหญ่หรือกว้าง ควรเลือกรองเท้าที่ไม่ใช่หัวแหลมจนบีบให้เท้าเจ็บ ถ้าเป็นเช่นนี้เด็กจะเดินไม่สะดวก

ก็เพราะเท้าน้อยๆ ของลูกรักเป็นอวัยวะที่ต้องทำงานหนัก และจะทำงานหนักขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเจ้าหนูก้าวเดินและวิ่งได้อย่างมั่นคงแล้ว ถึงแม้จะเป็นเท้าน้อยๆ แต่มีโครงสร้างที่ซับซ้อนไม่ต่างกับเท้าของผู้ใหญ่ มีทั้งกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และกระดูกซึ่งมีถึง 26 ชิ้น ฉะนั้นคุณแม่จึงควรให้ความสนใจ และสนใจอย่างทะนุถนอมด้วยนะคะ

เมื่อไรควรเปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่

ควรเปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่ให้กับลูกเมื่อเห็นว่ารองเท้านั้นคับและไม่เหมาะสมกับรูปเท้า ก่อนที่รองเท้าจะเก่าหรือสึกหรอไปเสียด้วยซ้ำ หรือเมื่อคุณแม่เห็นว่าขณะที่ลูกยืนสวมรองเท้า ริ้วเท้าของลูกแตะโดนด้านในของหัวรองเท้าแล้วหรือคับเกินไป โดยสังเกตระหว่างด้านบนของรองเท้า กับพื้นรองเท้า เพราะนอกเหนือจากการขยายความกว้าง ของรองเท้าเมื่อเท้าเด็กโตขึ้น ความหนาของรองเทาจะขยายขึ้นเหมือนกัน คุณแม่ควรสังเกตเท้าของลูกเมื่อถอดหากพบว่ามีรอยกดของส่วนหนึ่งส่วนใดของรองเท้า ทำให้เท้าลูกบวมหรือแดงเป็นรอย เมื่อนั้นแหละค่ะคุณแม่ควรเปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่ให้ลูกได้แล้วล่ะ

รองเท้าที่ดีควรมีขนาดหลากหลายเพราะถึงแม้เด็กจะอายุเท่ากันแต่ขนาด และความยาวนั้นหลากหลายแตกต่างกันไป คุณภาพของวัตถุดิบและฝีมือในการตัดเย็บ จะต้องประณีต ตะเข็บต้องไม่หนา และไม่กดรัดนิ้วน้อยๆ ของลูก

สำหรับลูกน้อยในวัยหัดเดิน ควรให้ลูกได้เดินด้วยเท้าเปล่าจะเหมาะสมที่สุด เพราะการเดินด้วยเท้าเปล่าจะช่วยในการทรงตัวได้ง่าย แต่หากพาลูกน้อยออกนอกบ้าน ก็ควรที่จะให้มีรองเท้าเพื่อป้องกันอันตรายจากสิ่งต่างๆ

เล็บเท้า

คุณแม่มีวิธีการดูแลเล็บเท้าของลูกน้อยอย่างไรบ้าง ?
ควรตัดเล็บเท้าของลูกให้สั้นเป็นประจำ เพราะนอกจากจะทำความสะอาดได้ง่ายแล้ว เมื่อใส่รองเท้าเป็นเวลานานจะไม่ทำให้เจ็บเท้า วิธีการตัดเล็บเท้าที่ถูกต้อง ไม่ควรตัดจนติดเนื้อเกินไป ควรตัดเป็นเส้นตรง จะทำให้หนังเล็บไม่เสีย และยังเป็นการป้องกันเล็บงอกเข้าไปในเนื้อตรงขอบข้างเมื่อไรควรตัดเล็บให้ลูก ควรตัดเมื่อเห็นว่าเล็บลูกยาวแล้ว ประมาณ 3 หรือ 4 สัปดาห์

การดูแลสุขภาพเท้า

เพื่อให้ท้าของลูกน้อยปลอดภัยและไม่เกิดการระคายเคือง การสวมถุงเท้าจะช่วยลดอาการระคายเคืองจากการที่เท้าสัมผัสกับรองเท้าโดยตรง และเมื่อสวมถุงเท้าแล้วควรพับถุงเท้าไว้ประมาณตาตุ่ม

เลือกรองเท้าอย่างไรให้เหมาะสมกับเท้าน้อยๆ

  • หัวรองเท้า ควรยาวกว่านิ้วเท้าของเด็กอย่างน้อยครึ่งนิ้ว
  • ด้านหลังของเท้า ควรยาวกว่านิ้วเท้าของเด็กอย่างน้อยครึ่งนิ้ว และขอบควรหุ้มด้วยวัสดุนิ่ม
  • พื้นรองเท้า ควรมีความยืดหยุ่นดี น้ำหนักเบา และไม่ลื่น
  • พื้นรองเท้าด้านใน ควรบางแต่นุ่มนวล และยืดหยุ่นได้ดีไม่แข็งกระด้าง ก่อนซื้อคุณแม่ควรจับงอเหื่อดูความยืดหยุ่น เมื่อจะซื้อรองเท้าควรจะพาลูกไปด้วย และลองให้ลูกสวมใส่ดู และสังเกตดูขณะลุกก้าวเขย่งว่ารองเท้าโค้งตามรูปเท้าหรือไม่ พื้นรองเท้าที่ทำจากหนังจะเหมาะกว่าพื้นจากพลาสติกเพราะจะยืดหยุ่นได้ดีกว่า
  • ส้นรองเท้า ช่วงที่หุ้มส้นด้านหลัง การที่จะรู้ว่ารองเท้าที่ลูกสวมใส่นั้น พอดีกับขนาดเท้าน้อยๆ ของลูกหรือไม่นั้น ดูได้จากช่วงหลังรองเท้า คุณแม่จะรู้ได้จากการลองบีบดูที่ส้นของรองเท้าดู หากนิ่มหรือกว้างจนเกินไป ขณะที่เด็กเดินอาจจะเดินได้ไม่ถนัดและรองเท้าอาจจะหลุดได้ สำหรับเด็กที่เพิ่งหัดเดิน รองเท้าควรจะมีส้นเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยเพื่อช่วยในการพยุงการทรงตัว
  • สายคาด ควรให้กระชับพอดี อาจะติดกระดุมแป๊ก หรือลักษณะเหมือนหัวเข็มขัด ที่เหมาะสมเพราะสามารถเลื่อนเข้าเลื่อนออก ให้พอดีกับขนาดเท้าของลูก
  • ปลายเท้า ควรมีช่องว่างระหว่างนิ้วและปลายรองเท้าสัก 0.5-1.25 เซนติเมตร ไม่มากหรือน้อยไปกว่านี้รองเท้าหัวป้านจะช่วยให้นิ้วเท้าของลูกไม่ถูกบีบ และจะไม่เจ็บเท้าเมื่อต้องใส่รองเท้าเป็นเวลานาน
  • ควรหลีกเลี่ยงรองเท้าที่เป็นพลาสติก เพราะพลาสติกจะไม่ปรับปรุง รูปร่างให้เข้ากับเท้าลูก รองเท้าที่ดีควรมีรูระบายอากาศ เพื่อไม่ให้เท้าน้อยๆ ของลูกนั้นอับชื้นอยู่ในรองเท้าเป็นเวลานาน
  • หากเลือกรองเท้าที่พอดีเท้าไม่ได้ ควรเลือกขนาดที่หลวมจะดีกว่าแบบที่คับ

อารี เสียงใหญ่



[ที่มา..หนังสือ นิตยสาร บันทึกคุณแม่ ปีที่ 6 ฉบับที่ 76 พฤศจิกายน 2542]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600