มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam



ลูกขาสั้น กลัวลูกจะเตี้ย


จดหมายจากคุณแม่สมใจ ลูกชายอายุ 1 ปี 6 เดือน สังเกตว่าลูกขาสั้น ตัวป้อมๆ ลูกมีน้ำหนัก 13 กิโลกรัม ส่วนสูง 80 เซนติเมตร ถามว่าเมื่อลูกโตขึ้นจะตัวเตี้ยหรือไม่

ปัจจุบันนี้ พ่อแม่มักจะให้ความสำคัญกับความสูงของลูกมาก เพราะมีค่านิยมที่ว่าคนรุ่นใหม่ควรจะตัวโตสูงกว่าพ่อแม่ จึงมักมีปัญหาถามว่าทำอย่างไรลูกจะตัวสูง แม้แต่วัยรุ่นเอง ก็มักจะมีปัญหาอยู่เสมอๆ ว่าทำอย่างไรจึงจะตัวสูงเท่าๆ กับเพื่อน เด็กผู้หญิงก็อยากสูงประมาณ 170 เซนติเมตรขึ้นไป เด็กผู้ชายก็อยากจะสูงถึง 180 เซนติเมตร ฉะนั้นเพื่อตอบปัญหานี้ จะได้พูดถึงการเจริญเติบโตของเด็กในด้านความสูงไปด้วย

ตามปกติแล้ว เด็กในวัยทารกคือช่วงแรกเกิดถึงอายุ 1-2 ปี จะมีลักษณะตามธรรมชาติส่วนศีรษะโตมากเมื่อเทียบกับร่างกายส่วนอื่น คือ ความยาวของศีรษะจะเท่ากับ 1/4 ของร่างกายทั้งหมด และจุดกึ่งกลางความสูงของร่างกายจะอยู่ที่สะดือ ในขณะที่เมื่อเด็กโต จนอายุ 6 ขวบ จุดกึ่งกลางความสูงของเด็กจะอยู่บริเวณต่ำกว่าสะดือ และเมื่อเด็กอายุ 12 ปี จุดกึ่งกลางของร่างกายอยู่ที่บริเวณหัวเหน่าพอดี

ฉะนั้นจะเห็นว่า ตามธรรมชาติแล้ว เมื่ออายุยังน้อย เด็กจะมีขาสั้นอย่างที่คุณแม่สังเกตเห็น ในกรณีที่คุณแม่ถามมานี้ ลูกมีน้ำหนักค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับเกณฑ์อายุ จึงยิ่งทำให้มองดูขาสั้น เพราะตัวป้อมๆ เมื่อเด็กเติบโตขึ้นอายุ 4-5 ขวบ จะเห็นว่าแขนขายาวขึ้นทำให้ดูตัวผอมลง

การที่เด็กจะสูงมากหรือโตเพียงใดนั้นย่อม ขึ้นอยู่กับปัจจัยประกอบหลายอย่าง คือ พันธุกรรมซึ่งสืบต่อมาจากพ่อแม่ นอกจากนั้นปัจจัยอื่นๆ ที่จะส่งเสริมให้เด็กโตขึ้น ได้แก่ อาหารที่ถูกส่วนและเหมาะสมกับวัน การออกกำลังกาย และการพักผ่อนซึ่งจะมีอิทธิพลต่อการสร้างฮอร์โมนที่จะทำให้ มีการเจริญเติบโตของกระดูกท่อน ซึ่งจะทำให้แขนขายาวขึ้น นอกจากฮอร์โมนที่ทำให้เจริญเติบโตจากต่อมใต้สมองแล้ว ยังมีไทรอยด์ฮอร์โมนซึ่งควบคุมการสร้างกระดูก ที่บริเวณปลายกระดูกท่อนยาวอีกด้วย

ในขณะเดียวกันฮอร์โมนเพศทั้งฮอร์โมนเพศชาย (แอนโดรเจน) และฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจน) ก็จะมีส่วนเร่งให้กระดูกท่อน มีความยาวเพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกันฮอร์โมนเพศจะมีส่วนเร่ง ให้ส่วนปลายกระดูกท่อนยาวที่มีการเจริญเติบโตนั้น รวมเข้ากับส่วนปลายกระดูกท่อนยาว ทำให้กระดูกท่อนยาวหยุดการเจริญเติบโต

ฉะนั้นเมื่อก่อนจะเข้าสู่วัยรุ่นและมีฮอร์โมนเพิ่มขึ้น จะเห็นว่าเด็กวัยรุ่นมีความสูงเพิ่มขึ้นรวดเร็วมาก แต่เมื่อรูปร่างลักษณะเปลี่ยนแปลงไปเป็นลักษณะของเพศชาย และเพศหญิงสมบูรณ์แล้ว ความสูงของเด็กทั้งหญิงและชาย ก็จะไม่เพิ่มมากเหมือนในช่วงวัยรุ่นตอนต้น และหยุดชะงักเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว

ฉะนั้นถ้าพ่อแม่ต้องการเลี้ยงลูกให้เติบโตสูงใหญ่ จะต้องให้ความสนใจกับการเลี้ยงดูเด็กให้ถูกต้องตั้งแต่ในวัยทารก ซึ่งอันที่จริงแล้วเราจะเห็นได้ว่ากรรมพันธุ์มีส่วนสำคัญมาก และจะเห็นได้ว่ากรรมพันธุ์มีส่วนสำคัญมาก และขนาดของเด็กแรกเกิด มักจะมีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของเด็กต่อไปด้วย ฉะนั้นแม่จะต้องบำรุงร่างกายให้สมบูรณ์ในช่วงตั้งครรภ์ ได้รับอาหารครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เพิ่มขึ้นจากเดิม เพื่อลูกในครรภ์จะได้เจริญเติบโตอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่เด็กในครรภ์จะเติบโตได้ดีหรือไม่ย่อมขึ้นอยู่กับสภาพของมดลูก และรกรวมทั้งฮอร์โมนที่ควบคุมการเจริญเติบโตของทารกที่ผลิตจากรก และตัวทารกเอง รวมทั้งฮอร์โมนจากแม่ด้วย

ในช่วงทารกแรกเกิดถึง 1 ปี จะเติบโตเร็วมากน้ำหนัก จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ของช่วงแรกเกิดจากประมาณ 3 กิโลกรัม เป็น 9 กิโลกรัม ความสูงจะเพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่งของเมื่อแรกเกิด คือจากประมาณ 50 เซนติเมตร เป็น 75 เซนติเมตร

ในช่วงนี้เด็กชายจะสูงกว่าเด็กหญิงเล็กน้อย เนื่องจากฮอร์โมนเพศในระยะอายุ 1-2 ปี ไปแล้ว อัตราการเพิ่มทั้งน้ำหนักและความสูงจะลดลงจากเดิม เด็กจะมีน้ำหนักเพิ่มปีละ 2-3 กิโลกรัม ส่วนความสูงในขวบปีที่ 2 จะสูงเพิ่มขึ้นประมาณ 10-12 เซนติเมตรและหลังปีที่ 2 แล้ว เด็กจะสูงเพิ่มเพียงปีละ 4-6 เซนติเมตรเท่านั้น

ในช่วงก่อนวัยรุ่นนั้นเด็กจะมีความสูงเพิ่มขึ้นรวดเร็ว เด็กผู้หญิงจะสูงเพิ่มปีละ 8-10 เซนติเมตร และเด็กผู้ชาย อาจจะสูงเพิ่มถึงปีละ 10-12 เซนติเมตร เด็กผู้หญิงมักจะเปลี่ยนแปลง ลักษณะทางเพศก่อนเด็กผู้ชาย และการเปลี่ยนแปลงจะสิ้นสุด ก่อนเด็กชายประมาณ 2 ปี เด็กผู้หญิงจึงสูงเร็วกว่าเด็กชาย และสูงก่อนเด็กชาย

ฉะนั้นเด็กที่มักจะตัวเตี้ยเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ก็คือ เด็กที่โตเร็วและมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ภาวะวัยรุ่นเร็วเกินไป มักจะหยุดโตเร็วกว่าผู้อื่น เด็กที่เจ็บป่วยบ่อยๆ ขาดสารอาหาร ขาดการออกกำลังกายหรือเด็กที่มีน่ำหนักตัว และขนาดความยาวน้อยเมื่อแรกคลอด

สรุปก็คือ เด็กทุกคนมีต้นทุนจากพันธุกรรมอยู่แล้ว แต่การเลี้ยงดูที่ถูกต้องให้อาหารพอเหมาะ จะช่วยส่งเสริมให้เด็กโตได้มากขึ้นกว่าต้นทุน

ฉะนั้นการเตรียมอาหารให้เด็ก ควรจะคำนึงถึง การให้อาหารให้ครบ 5 หมู่ในแต่ละวันเลือกอาหาร จากหลายๆ ชนิด เพื่อให้ได้เกลือแร่และวิตามินครบถ้วน ข้าวซ้อมมือเป็นแหล่งอาหารที่ดีมากเพราะอุดมทั้งไวตามิน และเกลือแร่หลายชนิด

ฮอร์โมนที่ช่วยทำให้ร่างกายเติบโตนั้นเรียกว่า โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) จะหลั่งเพิ่มขึ้นเมื่อออกกำลังกาย เดิน วิ่ง เคลื่อนไหวร่างกาย หลังอาหารจะมีการหลั่งฮอร์โมนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารประเภทโปรตีนจะกระตุ้นให้มีการหลั่งฮอร์โมนนี้เพิ่มขึ้น การนอนหลับสนิทในช่วงกลางคืนจะทำให้ต่อมใต้สมองหลั่งโกรทฮอร์โมนเพิ่มขึ้น

ฉะนั้นจะเห็นว่าเด็กที่ออกกำลังกายมากๆ จะหิวมาก มีความอยากอาหารเพิ่มขึ้น กินอาหารได้มาก ถ้าได้กินอาหารโปรตีนมากขึ้น ด้วยจะอิ่มแล้วก็ง่วง และนอนหลับสนิม ถ้าสภาพแวดล้อมในบ้านสงบสุข ไม่มีเสียงอึกทึกครึกโครม เด็กก็จะนอนหลับได้นาน ซึ่งทำให้โกรทฮอร์โมนหลั่งมากขึ้น ทำให้เด็กโตเร็ว ถ้าพ่อแม่ส่งเสริมให้เด็กเล่นกีฬา และออกกำลังกายสม่ำเสมอ มีบรรยากาศในบ้านสงบร่มเย็น เด็กจะนอนหลับสนิทและโตวันโตคืน เติบโตเต็มที่ตามที่พ่อแม่คาดหวัง

นี่คงเป็นคำตอบสำหรับคุณแม่ที่ถามมาและคุณแม่คนอื่นๆ ด้วย

พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา
สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี



[ที่มา..หนังสือ นิตยสาร บันทึกคุณแม่ ปีที่ 6 ฉบับที่ 76 พฤศจิกายน 2542]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600