มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ จาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันอาทิตย์ เริ่ม อาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2541 ]

ปั้นชีวิตใหม่ด้วยชีวจิต

โดย ดร. สาทิส อินทรกำแหง


30 ดื่มอย่างไรไม่มีโทษ

สัปดาห์ที่แล้ว ผมเขียนเรื่องกินเหล้า พอส่งต้นฉบับเสร็จ เจ้าหน้าที่ของไทยรัฐท่านก็โทร.มาถาม "ทำไมคราวนี้ไม่ลงท้ายด้วยคำอวยพร"

ก็ตรงกับใจผมคิดแหละครับ หน้านี้เป็นหน้าร้อน หลายท่านเตรียมลาพักผ่อน หรือหลายท่านก็เตรียมออกต่างจังหวัดทุกอาทิตย์ ยิ่งเดือนหน้าตอนสงกรานต์ ก็คงจะออกเที่ยวกันหมดเมืองกรุงเทพฯ

ผมอวยพรให้ท่านเที่ยวให้สนุกมาแล้ว ถ้าอวยพรให้ท่านดื่มให้สนุกเต็มที่ ก็เท่ากับยุให้ท่านกินเหล้ามากๆ

ปรกติท่านที่คอเหล้า ท่านก็กินเหล้ามากทุกวันอยู่แล้ว หน้าร้อนนี้ผมมาอวยพรให้ท่านกินเหล้าสนุกกันอีก ท่านก็จะฉวยโอกาสว่าอาจารย์สาทิสบอกให้กินเหล้าได้ ผมก็เสียคนเท่านั้นเอง

ผมจึงเพียงแต่เตือนให้ท่านกินเหล้า ด้วยความระมัดระวัง หรือถ้าจะกินให้เกิดประโยชน์ก็กินได้ไม่เกิน 2 เป๊กต่อหนึ่งอาทิตย์

นี่แหละครับเรื่องยากมันอยู่ตรงนี้แหละ คอเหล้านั้นรู้กันอยู่แล้วครับว่า กินเหล้าไม่เมาก็เลิกไม่ได้ ยิ่งให้กินเพียง 2 เป๊กต่อหนึ่งอาทิตย์ด้วยแล้ว ไม่กินเสียเลยยังดีกว่า

เพราะกินเพียงแก้วเดียวแล้วให้หยุดกินนั้น ยากยิ่งเสียกว่าการให้อดเหล้าตลอดไปเลยเสียอีก

ที่มันยากอย่างนี้ เราก็จะพอเห็นได้ว่า การติดเหล้านั้นมันอยู่ที่ใจมากกว่าที่กาย

ที่บอกว่าติดเหล้าแล้วถึงเวลาจะกินไม่ได้กิน ท้องไส้มันปั่นป่วน โอ้กอ้าก คลื่นเหียนเวียนเกล้าจะอาเจียนออกมาเสียให้ได้ ก็คิดว่ามันติดเหล้าเพราะร่างกายเรามันติด ไม่ใช่หรอกครับ มันเป็นที่ใจหรือสมองของคุณต่างหาก จะให้คุณกินเหล้าอร่อยๆ น่ะ ผมทำไม่ได้

ผมจึงได้แต่เตือน เพราะผมเองสมัยหนุ่มๆ นั้น ก็กินเหล้าจัดเหลือประมาณ ผมจึงรู้ดีว่าการติดเหล้านั้น โทษมันร้ายแรงแค่ไหน

มันสบาย สนุกตอนกิน แต่มันจะตายเอาหลังจากเมาเหล้า และเมาค้างแล้ว และผลของมันระยะยาวนั้น นอกจากจะเสียผู้เสียคนแล้ว ตอนป่วยตอนจะตายยังทรมานสาหัส สากรรจ์เหลือแสนอีก

เพื่อนๆ รุ่นเดียวกับผมตายไปหลายสิบคนก็เพราะกินเหล้า ผมจึงไม่อยากให้คุณๆ รุ่นหลังต้องเกิดประวัติซ้ำรอย

ถ้าอดไม่ได้จริงๆ ก็กินให้มันเป็นประโยชน์อย่างผมแนะนำเถอะครับ คือกินเสียสักแก้ว-2 แก้ว ต่อหนึ่งอาทิตย์

"ผมรู้ว่ามันยาก แต่มันก็มีวิธีหัดให้คุณเอ็นจอยกับเหล้า 2 แก้ว ต่อหนึ่งอาทิตย์นั้น"

คือเวลาคุณกินเหล้า ลองจิบช้าๆ จิบเข้าไปสักอึกแล้วก็วางแก้ว ปล่อยให้รสเหล้ามันซาบซ่านช้าๆ ลงคอ ลงกระเพาะไป

ดื่มไปอีกหนึ่งแก้ว ห้ามมือคุณไว้อย่าให้มันจับแก้วอีก ปล่อยมือไว้นานๆ สัก 15 หรือ 20 นาทีได้ก็ยิ่งดี แล้วจึงดื่มอีกต่อไป

ตลอดเวลาที่คุณดื่มอย่างนั้น คุณต้องบอกตัวเองว่าเหล้าของเรามันมีน้อย ฉะนั้นดื่มแต่ละอึก ต้องดื่มช้าๆ และนึกถึงความอร่อยของมันด้วยการดื่มทีละนิดๆ

อย่างนี้จะได้ประโยชน์แน่ อย่าไปห่วงว่าจะน้อยหน้าเพื่อนฝูง ใครเร่งให้กินก็ช่างเขา เรากินของเราน้อยๆ

ยิ่งไปกว่านั้น มีพวกแผลงๆ จะแนะนำให้กินเหล้าผสมกัญชาบ้าง กินเหล้าผสมยาเสพย์ติดอื่นๆ บ้าง

อย่าได้ริเป็นอัน ขาดทีเดียว พ่อคุณเอ๋ย ถ้าคุณลอง คุณจะเหมือนคนตายทั้งเป็น ตกนรกไม่มีวันได้ผุดเกิด ตกนรกทั้งเป็น ทั้งๆ ที่คุณยังไม่ได้ตายอย่างนี้แหละ

เชื่อผมเถอะ ผมผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายเหลือเกิน ผมพูดด้วยความหวังดี พูดแนะนำคุณจากประสบการณ์ในชีวิตของผมเอง

และข้อสำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่ง กินเหล้าแล้วอย่าขับรถ เป็นอันขาด และก็อย่าไปเชื่อใครว่า ถ้าเมาแล้วดื่มกาแฟแก่ๆ จะหายเมา ผมกล้าพนันกับคุณจนหมดตัวว่า กาแฟจะแก้การเมาไม่ได้เป็นอันขาด

มันมีแต่จะทำให้สมองคุณมึนงง และสับสนมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

ฉะนั้น ของฝากอาทิตย์นี้ก็คือ กินเหล้าแล้วอย่าขับรถ ถ้าจะขับรถก็อย่ากินเหล้า

อาทิตย์นี้ไม่มีการอวยพรอีกเหมือนกัน และคุณเข้าใจหรือยังครับ ว่าทำไมผมจึงไม่อวยพรให้คุณกินเหล้าให้อร่อย

ข่าวแถมเรื่องชีวจิต

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา มีการประชุมทางวิชาการ เรื่องการแพทย์แบบผสมผสานและโรคมะเร็ง ที่ห้องประชุมกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

เป็นการประชุมที่น่าสนใจมากครับ ก่อนหน้านี้ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้แต่งตั้งคณะกรรมการการแพทย์ทางเลือกขึ้น ผมเองและกรรมการชีวจิต ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการในคณะกรรมการด้วย

การประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมครั้งแรกในด้านวิชาการ และมีการระดมความคิดในเรื่องการแพทย์แบบต่างๆ ซึ่งน่าจะมาผสมผสานกันได้ เพื่อประโยชน์ในการรักษาโรคต่างๆ รวมทั้งโรคมะเร็งด้วย

ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี ได้กล่าวนำการบรรยายในหัวข้อ "การแพทย์แบบผสมผสาน" และได้ให้ข้อคิดที่น่าสนใจที่สุดในเรื่องวิทยาศาสตร์ว่า ความรู้ต่างๆ ในสมัยโบราณนับเป็นวิทยาศาสตร์อยู่ในตัว การที่รู้ว่าร่างกายมีการเจ็บป่วย หรือมีความบกพร่องนั้น ย่อมจะรู้อยู่เองได้ทุกคน และการหาทางแก้ หาทางรักษาจนเป็นระบบมาได้นั่นก็คือ ความรู้ซึ่งมีเหตุผลและเป็นวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว

ความเป็นวิทยาศาสตร์นั้นไม่ได้หมายความว่า ทุกอย่างจะต้องทดลองหรือผ่านห้องแล็บมาแล้ว จึงจะนับว่าเป็นวิทยาศาสตร์ได้ ท่านทิ้งท้ายไว้อย่างน่าฟัง

โครงการที่น่าสนใจในการประชุมครั้งนี้ คือโครงการทดลองของโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งมีทั้งโรงพยาบาลรัฐบาลต่างจังหวัด และโรงพยาบาลเอกชน เข้าร่วมรายการการแพทย์แบบผสมผสาน ซึ่งจะได้เริ่มปฏิบัติกันตั้งแต่วันนี้ และในระยะเวลาประมาณหกเดือนข้างหน้า ก็จะได้มีการวัดผลและรายงานให้คณะกรรมการทราบ

การผสมผสานตามแนวชีวจิต ก็ได้รับการยอมรับให้เป็นวิธีหนึ่ง ของการแพทย์แบบผสมผสานด้วย

ที่สมองมีส่วนสำคัญของสมองส่วนหนึ่ง คือ ไฮโปทาลามัส (HYPOTHALAMUS) สมองส่วนนี้จะเรียกว่า เป็นสมองส่วนดั้งเดิมก็ได้ เพราะเป็นสมองที่เรามีตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ ก่อนที่สมองของเราจะเจริญเติบโต กลายเป็นสมองของมนุษย์ที่มีความฉลาดกว่าสัตว์อื่นๆ

สมองส่วนที่เป็น ไฮโปทาลามัส นี้ เป็นส่วนที่ควบคุมความรู้สึกดั้งเดิมคือ ความหิว ความหนาว ความร้อน ความต้องการทางเพศ ความโกรธ ความกลัว ฯลฯ

ที่ไฮโปทาลามัส มีจุดสำคัญอยู่จุดหนึ่งเรียกว่า อะมิกดาลา (AMYGDALA) มันจะเป็นจุดบันทึกลงทะเบียน สิ่งที่คุณทำอะไรแล้วก็ชอบใจไว้

อย่างเช่นเวลาคุณกินเหล้าครั้งแรก มีอาหารอร่อยๆ แซ่บๆ มีโซดาเย็นๆ คุณกินเหล้ากินกับเข้าไป คุณก็รู้สึกอร่อย ความชอบใจถูกใจของคุณ ก็จะจดลงทะเบียนไว้ที่จุดนี้

พอคราวหลังๆ คุณเห็นอาหารอร่อยๆ คุณก็จะรู้สึกอยากกินเหล้า หรือพออากาศร้อนๆ เห็นน้ำแข็งเย็นๆ คุณก็จะนึกถึงเหล้า และอยากกินเหล้า

นั่นก็เป็นเพราะจุดที่คุณลงทะเบียนไว้ ในสมองมันจะเตือนคุณ จะเรียกร้องคุณให้ทำตามความอยาก หรือคำเรียกร้องนั้นๆ

พอคุณได้กินตามคำเรียกร้อง ของจุดอะมิกดาลานี้บ่อยๆ เข้า มันก็จะกลายเป็นนิสัย

พอแดดร่มลมตกก็เอาแล้ว แลไปแลมาก็หนีไม่พ้นร้านเหล้า กินไปกินมากว่าจะรู้ตัวก็หมดไปเป็นขวดแล้ว

นี่แหละ ผมถึงได้บอกว่า ให้กินแก้วเดียวแล้วก็หยุดนั้น มันยากเย็นเสียยิ่งกว่าให้อดเหล้าเสียเลยเป็นไหนๆ

ผมจึงเข้าใจคนติดเหล้า แต่เห็นใจแล้วจะให้อวยพร แต่เอ็นจอยมากๆ ชีวิตของเราจะมีค่ามากกว่า

คอยสังเกตดูประสาทสัมผัสของคุณดูด้วยว่า มันเลวลงหรือเปล่า ตา หู จมูก ลิ้นของคุณทำงานได้ดีดังปรกติหรือไม่ ถ้าประสาทของคุณเสื่อมลงเร็ว แสดงว่าคุณดื่มเร็วเกินโควตาที่ผมแนะนำไว้เสียแล้ว

มีคำถามทายกันเล่นๆ ตอนนี้ว่า ทำไมคนกินเหล้าจึงต้องส่งเสียงดัง?

ก็เพราะประสาทต่างๆ มันชาไปหมดซีครับ ประสาทหูก็ชาพร้อมกันไปด้วย เวลาพูดคนอื่นไม่ได้ยิน ตัวคุณซึ่งก็ไม่ได้ยินเสียงคุณเอง เลยต้องตะโกนกันไงละครับ

เพราะฉะนั้น สังเกตดูประสาทสัมผัสของคุณด้วย คุณจะได้มีเครื่องวัดประจำตัวคุณเองว่า คุณกินเหล้าเร็วเกินไปและมากเกินไปหรือเปล่า

คุณหนุ่มๆ ทั้งหลาย จำไว้ดีๆ นะครับ และก็คุณวัยรุ่นนะ อย่าเป็นอันขาด อายุของคุณยังไม่ถึง สมองและร่างกายคุณยังไม่เจริญเต็มที่ อย่าไปทำลายมันเสียแต่คุณยังเด็กอยู่เลย

สมองถูกทำลาย แล้วมันจะเสียไปเลย เซลส์ของสมองนั้นไม่เหมือนเซลส์ส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ถ้าตายไปแล้วก็ตายไปเลย ไม่เกิดใหม่อีก

และข้อสำคัญ คุณหนุ่มๆ ทั้งหลาย อย่าลืมตัวนะครับ อย่าพยายามกินเหล้าเพื่ออวดโก้ หรืออวดฤทธิ์อวดเดชของคุณ.

สาทิส อินทรกำแหง

อ่านต่อตอนที่31 วันพุธที่ 7 เมษายน 2542

[กลับไปสารบัญชีวจิต]   [BACK TO LISTS - FOODS]
>
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600