มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ จาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันอาทิตย์ เริ่ม อาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2541 ]

ปั้นชีวิตใหม่ด้วยชีวจิต

chivajit alternative medicine

โดย ดร. สาทิส อินทรกำแหง


71 ข้าวเหนียวดอยกับชีวิตใหม่-ปีใหม

ปีใหม่นี้ผมได้ของขวัญที่ถูกใจ มากที่สุดอย่างหนึ่งคือ "ข้าวเหนียวดอย" หนึ่งถุง

ฟังแปลกดีนะครับ "ข้าวเหนียวดอย" ซึ่งอันที่จริง ก็คือข้าวเหนียวที่ปลูกบนดอยนั่นเอง

แต่จะแปลกกว่า และดีกว่าข้าวเหนียวทั่วๆ ไปก็คือ นอกจากจะเป็นข้าวเหนียวที่ปลูกบนดอยแล้ว ยังเป็นข้าวเหนียวกล้อง คือเมื่อเกี่ยวข้าวเสร็จสิ้นเรียบร้อย ก็เอามาตำกินเอง ไม่ต้องส่งไปสีข้าวที่โรงสี

ข้าวเหนียวดอยเมื่อพิจารณาดูแล้ว หลายคนอาจจะรู้สึกแปลกๆ ตา เพราะจะมีสีสองสี คือสีดำและสีมอๆ ปนกัน และข้าวดอยที่เขาเอามาฝากผมนั้น เพื่อนเขายังเอาข้าวเหนียวแดงกล้อง ปนเข้าไปด้วย เมื่อหุงหรือนึ่งกิน จะมีสีสวยงามน่ากินจริงๆ

ที่ดีที่สุดก็คือความนุ่มและหอม เวลากินมีกรุบๆ นิดๆ มีรสหวานและมัน กินเปล่าๆ ก็อร่อย ผมกินข้าวดอยนี้เมื่อตอนกลางวัน ไม่ต้องมีกับข้าวมากมาย มีส้มตำจานเดียว ข้าวเหนียวดอยกับส้มตำ สำหรับผมอร่อยเหลือหลาย กินกับผักสดหลายๆ อย่าง หน้าหนาวอย่างนี้ ผักสดมีเยอะ กรอบด้วยหวานด้วย

ประโยชน์ของข้าวดอยก็มีมากมาย เอาแต่เรื่องระบบย่อยอย่างเดียว ข้าวดอยกับส้มตำ ย่อยและระบายท้องดีเหลือเกิน ข้าวดอยมีกากใยเยอะ กินเข้าไปแล้วทำให้ระบบขับถ่ายดีมาก ผสมกับส้มตำและผักสด ทำให้การขับถ่ายยิ่งทะลุโล่งโปร่งใสดีจริงๆ ครับ

ประโยชน์ทางยาและโภชนาการก็มีมากมาย สำหรับท่านที่เบื่ออาหาร ลองกินข้าวชนิดซ้อมมือหรือข้าวกล้องดู จะพบว่าเปลือกที่เคลือบข้าว ซึ่งเมื่อเราเอาข้าวไปสีก็จะกลายเป็นรำนั้น มีประโยชน์เหลือหลาย จมูกข้าวก็มีประโยชน์มากมายเช่นกัน มีทั้งวิตามิน B1 B COMPLEX ทั้งยังมีแร่ธาตุอื่นๆ หลายอย่าง เช่น สังกะสี และเหล็ก เป็นต้น

เรื่องแร่ธาตุที่อยู่ในพืชผัก ธัญญาหาร นี้เราต้องดูดินที่ปลูกพืชพันธุ์ต่างๆ นั้นด้วย ดินบนภูเขาและป่า ซึ่งยังไม่ถูกทำลาย จะมีแร่ธาตุต่างๆ มากเป็นพิเศษ และแร่ธาตุนั้น ส่วนมากจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายแทบทั้งสิ้น

แร่ธาตุที่ร่างกายต้องการนั้นมีอยู่ 18 อย่าง คือ แคลเซียม คลอรีน โครเมียม โคบอลต์ ทองแดง ฟลูออรีน ไอโอดีน เหล็ก แมกนีเซียม แมงกานีส โมลิบดีนัม ฟอสฟอรัส โปแตสเซียม ซีเลเนียม โซเดียม กำมะถัน วาเนเดียม และสังกะสี

ต้องขออธิบายสักนิดนะครับว่า แร่ธาตุเหล่านี้ ไม่ได้หมายถึงแร่ธาตุที่เราขุดขึ้น มาจากดินโดยตรง แต่ธาตุเหล่านี้เรากินเข้าไปโดยตรงไม่ได้ครับ เราต้องกินแร่ธาตุชนิดที่เราเรียกว่า เป็น ORGANIC นั่นก็คือ เป็นแร่ธาตุมาจากพืช จากสัตว์ และจากธัญญาหารเท่านั้น

เรื่องแร่ธาตุจากอาหารซึ่งจะกลายเป็นยานี่ ผมขออนุญาตที่จะเขียนเล่าสู่กันฟัง ในบทต่อๆ ไปนะครับ

เฉพาะคราวนี้ขอพูดถึงข้าวเหนียวดอย ในแง่มุมของการเป็นอาหาร และความเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ ของเมืองไทยสักนิด

ครั้งหนึ่งผมเคยบวช ที่วัดป่าดาราภิรมย์ และไปจำพรรษาที่สำนักสงฆ์ ถ้ำผาปล่อง เชียงดาว

ที่นั่นการไปบิณฑบาตออกจะลำบากนิดหน่อย เพราะพระต้องเดินลงจากเขา ระยะไกลหลายกิโล ไปบิณฑบาตในหมู่บ้าน อาหารที่ชาวบ้านใส่ส่วนมาก ก็เป็นข้าวเหนียวปั้นเดียว และเป็นข้าวเหนียวขาวด้วย ก็มีกับและของหวานติดบาตรขึ้นไปบ้าง

แต่ก็โชคดีที่วัดนั้นมีโรงครัว มีคณะแม่ชีช่วยกันทำอาหารไปเลี้ยงพระทุกวัน

มีอยู่วันหนึ่งได้ข้าวดอยมาถุงหนึ่ง กลุ่มแม่ชีทราบว่าผมชอบกินข้าวซ้อมมือ ก็เลยหุงข้าวซ้อมมือมาให้ผมกิน

ผมดีใจและตื่นเต้นมาก เมื่อได้เห็นข้าวดอยเป็นครั้งแรกในชีวิต สีของข้าวบางเม็ดก็ดำบางเม็ดก็ขาวมอๆ และแถมเม็ดยังยาวเรียวดูแปลกตาดี สำหรับผมเห็นว่าเป็นสีสวย

เมื่อกินเข้าไปแล้วก็รู้สึกว่าอร่อย หนึบๆ และมันๆ บางคนบอกว่า สากและหยาบกลืนไม่สะดวก แต่สำหรับผมเคยชินกับกินข้าวกล้อง มาเป็นเวลานาน กลับรู้สึกว่าอร่อย

ผมก็เลยเกิดความคิดขึ้นมาสองอย่าง อย่างหนึ่งก็คือ ถ้าหากพระ ท่านเอาแต่อาหารจากบิณฑบาตอย่างเดียว อาหารท่านคงจะไม่พอ นอกจากจะไม่พอแล้ว ข้าวที่เขาใส่บาตรมา ก็มักจะเป็นข้าวเหนียวขาว หรือข้าวขาว ซึ่งประโยชน์ทางโภชนาการมีน้อยมาก

ถ้าหากพระท่านได้ฉันข้าวซ้อมมือ หรือข้าวเหนียวซ้อมมือ ถึงแม้อาหารที่ได้มาจะน้อย แต่ท่านก็จะได้ประโยชน์จากข้าวเหนียว และข้าวซ้อมมือมากกว่าข้าวขาว หรือข้าวเหนียวขาวหลายเท่า และท่านก็จะแข็งแรง และได้อาหารเป็นยาอย่างดีด้วย

ในด้านทางเศรษฐกิจนั้น ผมคิดแบบฝันๆ ของผมว่า ชาวเขาหรือชาวบ้านที่ปลูกข้าวกินเองนั้น แทนที่เขาจะเอาข้าวไปสีที่โรงสี ก็ลองตำข้าวกินเองดูซิ เขาจะได้ประโยชน์จากข้าว ที่เขาปลูกด้วยมือของเขาเองอย่างเต็มที่ และเมื่อมีข้าวเหลือเกินความต้องการ เขาก็จะเอาข้าวไปขายเพิ่มรายได้แก่ตนเองด้วย

ผมรีบจัดการขอร้องให้แม่บ้านของผม เอาข้าวซ้อมมือมาถวายที่วัด และขอให้แม่บ้านไปติดต่อชาวเขา และชาวบ้านด้วยให้ปลูกข้าว และตำข้าวกินเอง ถ้าข้าวเหลือกิน ผมจะขอซื้อและเอามาถวายวัด และเขาก็อาจจะเอาไปขายที่ตลาดเองได้อีกด้วย

นี่คือชีวิตง่ายๆ และเรียบง่ายตามแบบชีวจิต และจะตรงกับโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงท่านด้วย

แต่ความคิดของผมเริ่มกระทำได้ครั้งเดียว โครงการง่ายๆ ก็ล้มกระเท่เร่อย่างไม่มีท่าเลย

ทำไมหรือครับ ก็เพราะว่าพระท่านไม่ชอบข้าวกล้อง และข้าวเหนียวกล้อง ท่านคุ้นอยู่กับข้าวขาวและข้าวเหนียวขาว มาตั้งแต่ท่านยังเป็นเด็กๆ แล้ว

นั่นเป็นเวลาเกือบห้าปีมาแล้ว ตอนนั้นในหลวงท่าน ยังไม่ได้ทรงชักชวนให้คนกินข้าวกล้อง และยังไม่ได้ดำรัสเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง

เมื่อไม่มีคนกิน คนขายคือชาวเขาและชาวบ้าน ก็เลยไม่ได้ทำข้าวดอยกล้องออกมาขาย โครงการของผมก็เลยไม่ได้ผุดเกิด

เรื่องข้าวเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนไทย เป็นชีวิตทั้งชีวิตของคนไทยก็ว่าได้ สมัยปู่ ย่า ตา ยายของเรา เราก็กินข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ กันมาตลอด ร่างกายของเราก็แข็งแรง ระบบขับถ่ายของเรา ก็สบายเป็นปรกติตามธรรมชาติ หน้าตาผิวหนังของเราสดใส และโรคภัยไข้เจ็บของเราก็ไม่มากล้ำกราย

แต่เมื่อฝรั่งเอาโรงสีมาตั้งเมืองไทย เราก็หันไปนิยมข้าวขาวกันหมด และเราก็เคยชินกับความขาว ความนุ่มของข้าว

จนในที่สุดเราลืมข้าวซ้อมมือ ลืมความอร่อยแบบธรรมชาติ

และเดี๋ยวนี้ไม่เพียงแต่ข้าวขาวอย่างเดียวเท่านั้น พืชผลและธัญญาหารอื่นๆ ก็เป็นอาหารที่ต้องขัดขาวไปเสียหมด น้ำตาลก็น้ำตาลขาว เส้นหมี่ เส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นขนมจีน กลายเป็นแป้งขาวไปทั้งหมด แม้แต่แป้งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแป้งข้าวเจ้า แป้งทำขนมทุกอย่าง ล้วนแต่เป็นข้าวขาวทั้งสิ้น

แล้วเราก็เจ็บป่วยกันเป็นการใหญ่ ถ้าลองมองย้อนกลับไปสัก 50-60 ปีก่อน เราจะเห็นว่าโรคภัยไข้เจ็บง่ายๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคเกี่ยวกับภูมิแพ้ต่างๆ โรคปวดตามข้อ ปวดหลัง ปวดเอว แม้แต่โรคมะเร็ง ไม่ได้มีมากมายเหมือนอย่างสมัยนี้

ลองพิจารณาดูดีๆ จะเห็นเหตุง่ายๆ ว่า เพราะเราเปลี่ยนนิสัยการกิน และชีวิตของคนไทย ที่ลำบากลำบนอยู่เดี๋ยวนี้ มิใช่เราหันไปนิยม และตามก้นฝรั่งมันหรอกหรือ

เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นเหลือ แล้วที่ในหลวงท่านทรงเตือนเรา ให้กลับมาบริโภคข้าวกล้อง และแก้ความหลงระเริง ในเศรษฐกิจฟองสบู่ ด้วยการใช้ระบบเศรษฐกิจพอเพียง

สำหรับท่านที่ติดตามคอลัมน์นี้ตลอดมา ก็คงจะรีบโทร.มาถามอีกแหละครับว่า แล้วจะไปซื้อข้าวเหนียวดอยได้ที่ไหน

ก็คงต้องอดทนหน่อยละครับ เพราะข้าวเหนียวดอยยังไม่มีคนนิยม คงมีแต่ชาวบ้านและชาวเขาทางเหนือเท่านั้น ที่ปลูกข้าวดอยกินเอง ข้าวที่ผมได้มา มีขายที่ตลาดเข้าอำเภอแม่ริม และก็คงจะมีขายเพียงระยะนี้ ซึ่งเป็นระยะที่เขาเกี่ยวข้าวและตำข้าวกัน

ถ้าความนิยมมีมากขึ้น ผมเชื่อว่าบริษัทขายข้าวทั้งหลาย คงผลิตข้าวดอยออกมาขาย เช่นเดียวกันที่ตอนนี้ มีข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือใส่ถุงขายทั่วประเทศแล้ว

แต่ถ้ารอข้าวดอยไม่ไหว จะแวะไปคุยกับผมบ้างก็ได้ครับ แล้วผมจะนึ่งข้าวเหนียวดอยให้กิน.

สาทิส อินทรกำแหง

อ่านต่อตอนที่72 วันพุธที่ 19 มกราคม 2543

[กลับไปสารบัญชีวจิต]   [BACK TO LISTS - FOODS]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600