มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ จาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันอาทิตย์ เริ่ม อาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2541 ]

ปั้นชีวิตใหม่ด้วยชีวจิต

chivajit alternative medicine

โดย ดร. สาทิส อินทรกำแหง


72 โรคคนเมือง

รับ คงต้องกลับมาพูดถึง HYPOGLYCEMIA หรือ CHRONIC FATIGUE SYNDROME กันอีกครั้ง

ถ้าเราเรียกกันย่อๆ ว่า CFS ซึ่งเป็นศัพท์ที่แพร่หลายกันในอเมริกา และยุโรป ก็คงจะง่ายต่อการเรียก ต้องขออภัยต่อท่านผู้อ่าน ที่ยังไม่มีศัพท์ภาษาไทยที่เหมาะสม

แต่ก่อนผมเคยเรียกเล่นๆ ว่าโรคของคนสมัยใหม่ หรือโรคของนักบริหาร ฟังดูเหม่งๆ และออกจะดัดจริตไปสักนิด ฟังแล้วก็ไม่มีท่าทางว่า จะเป็นเรื่องของวิชาการไปได้เลย

เลยขอเรียกง่ายๆ ว่า CFS ตามศัพท์ฝรั่งไปพลางๆ ก่อน

ที่ต้องกลับมาพูดกันอีกครั้ง และจะต้องพูดกันเป็นการเป็นงาน ก็เพราะเหตุ 3 ประการคือ 1. มีทั้งจดหมายและโทรศัพท์ จากผู้ป่วยหลายท่านบอกว่า "นี่แหละคือโรคที่ฉันเป็นอยู่เดี๋ยวนี้ 2. แพทย์หลายท่านปรารภว่า ได้ยินเรื่อง CFS มานานแล้ว แต่ไม่ได้ศึกษาโดยละเอียด และ 3. ถึงเวลาแล้วที่วงการแพทย์ จะศึกษาเรื่อง CFS กันอย่างจริงจังเสียที

สำหรับในข้อหนึ่งนั้น ในระยะสองเดือนที่ผ่านมานี้ หลังการประชุมก็ดี จากโทรศัพท์และจดหมาย ที่ติดต่อเข้ามาก็ดี จะมีผู้กล่าวว่าอาการต่างๆ ที่ได้บรรยายไปนั้น ตรงกับอาการป่วยของตนเองแทบทุกอย่าง บางรายถึงกับบอกว่า "รู้สึกอยากจะตายจริงๆ"

แม้แต่แพทย์และทันตแพทย์หลายท่าน ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มีอาการอย่างนี้ตรงกัน

"อาการอย่างนี้" นั้น ผมได้บรรยายไว้ในคอลัมน์ "ไทยรัฐ" และในนิตยสารชีวจิตว่ามีถึง 40 อาการ แต่ 40 อาการนี้ พอจะรวบรวมออกเป็นอาการใหญ่ๆ ได้สัก 5 อย่างคือ

1.อ่อนเพลีย ไม่มีแรง

2.ปวดเนื้อปวดตัวเรื้อรัง

3.นอนไม่หลับ

4.มีปัญหาเรื้อรังเกี่ยวกับระบบขับถ่าย

5.ความจำเสื่อม รู้สึกเบื่อหน่ายชีวิต

ที่น่าสังเกตมากที่สุดก็คือ หากเป็นการเจ็บป่วยตามธรรมดา อาการป่วยต่างๆ เหล่านี้ จะอธิบายได้และค้นหาสาเหตุได้ แต่อาการป่วยจาก CFS เหล่านี้ หาสาเหตุไม่พบและอธิบายไม่ได้

และนี่แหละ เราจึงเรียกรวมๆ กันว่า SYNDROME เพราะมันมีอาการหลายๆ อย่างมารวมกันจนเกือบจะไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันแน่

ในด้านจิตใจ กลุ่มผู้ป่วย CFS นี้อยู่ๆ ก็จะหงุดหงิด รู้สึกเบื่อ ซึมเศร้าขึ้นมา โดยหาสาเหตุไม่ได้อีกเช่นกัน จนกระทั่งรู้สึกเหมือนอย่าง ที่กลุ่มของนายแพทย์สตีเฟน ไกแลนด์ กล่าวได้ว่า "โรคนี้ไม่ทำให้คุณตาย แต่คุณจะรู้สึกอยากตาย"

ที่สำคัญที่สุดก็คือ ถ้าปล่อยให้ CFS เรื้อรังเป็นเวลานาน ก็จะทำให้ป่วยร้ายแรงได้หลายอย่าง เอาขนาดเบาๆ อย่างเบาหวานก็ได้ โรคหัวใจ หรือจะเอากันให้ถึงมะเร็งเลยก็ได้เหมือนกัน

โดยเหตุนี้ ท่านที่มาปรึกษาเรื่อง CFS เมื่อได้บ่นรำพันถึงอาการต่างๆ มากมายแล้ว ก็มักจะลงเอยด้วยคำถามเหมือนกันหมดว่า "แล้วจะรักษาอย่างไรดี"

เรื่องรักษาอย่างไรดีนั้น เรามีคำตอบแน่นอนอยู่แล้ว และเรากำลังปรึกษาหารือกันในวงการแพทย์ว่า ควรจะวาง "ระบบ" (PROTOCOL) ในการรักษาอย่างไรดี ทั้งนี้ เพื่อให้การรักษามีมาตรฐาน และแพร่หลายเป็นระบบต่อไป

สำหรับในการดูแลตัวเอง และการรักษาตัวเองนั้น ทุกท่านสามารถทำได้เองขณะนี้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ 1. แก้ในเรื่องอาหารการกินเสียก่อน โดยเหตุที่ CFS หรือ HYPOGLYCEMIA นี้แปลว่าน้ำตาลในเลือดต่ำ น้ำตาลในเลือดก็คือ น้ำตาลกลูโคส ซึ่งมาจากอาหารโดยตรง

หมายความว่า อาหารเป็นต้นเหตุของ CFS เพราะฉะนั้น จึงควรจะแก้ด้วยการกินอาหารที่ถูก ขอแนะนำอาหารสูตรชีวจิต คือ ข้าวหรือขนมปังที่ไม่ได้ขัดขาว ปริมาณทั้งหมดต่อมื้อ 50% ผัก 25% โปรตีนจากพืช 15% (และให้เพิ่มปลาได้ อาทิตย์ละหนึ่งครั้ง) และเบ็ดเตล็ด (เช่น สาหร่ายทะเล ผลไม้ ไม่หวาน เต้าเจี้ยวมิโซ่ แกงจืดหรือซุป เมล็ดพวกถั่วกินเล่น) 10%

ปริมาณข้าว-ขนมปัง ที่ไม่ได้ขัดขาวนั้น ควรจะเป็นข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท เป็นต้น ควรจะงดแป้งขาวต่างๆ ทั้งหมด

ควรจะทำน้ำ R.C. และน้ำเอนไซม์ดื่มระหว่างมื้อ เช้า กลางวัน เย็น ด้วย

2. ควรจะแก้พฤติกรรมที่ผิดๆ ในชีวิตประจำวันของคุณเอง เช่น กิน นอน ทำงาน พักผ่อน และออกกำลังกาย ชีวิตประจำวันด้านต่างๆ เหล่านี้ แบ่งเป็นส่วนๆ อยู่แล้ว คุณลองพิจารณาดูว่า แต่ละส่วนนั้นคุณทำถูกหรือยัง กินถูกหรือยัง นอนถูกหรือยัง ทำงานถูกหรือยัง ฯลฯ

เมื่อแยกออกเป็นส่วนๆ แล้ว ก็พิจารณาดู "ตัวรวม" ในชีวิตประจำวันของคุณว่า มันพอดีกันหรือเปล่า เหมาะสมกับชีวิตของคุณหรือยัง

ข้อสำคัญที่สุดก็คือ ต้องมีครบทุกอย่าง จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้

3. เรื่องความเครียด และปัญหาจิตใจ ข้อนี้เป็นเรื่องหนักหนาสาหัสนัก ในชีวิตของสังคมสมัยใหม่ขณะนี้ การเอารัดเอาเปรียบแก่งแย่งชิงดีมีมาก คนไม่มีน้ำใจมากขึ้น การเอารัดเอาเปรียบกันมากขึ้น

คุณต้องรู้จักคิดในทางบวก ต้องรู้จักแก้ ความเครียดด้วยวิธีง่ายๆ ไม่ต้องไปพึ่งพายากล่อมประสาทใดๆ ทั้งสิ้น

ทั้งหมดนี้ ผมเคยเขียนในบทความไทยรัฐนี้ อย่างละเอียดหลายครั้งแล้ว แต่ถ้าคุณผ่านตาไปแล้วไม่ได้จดจำไว้ ก็คงต้องติดต่อคุยกันนอกรอบแหละครับ กรุณาส่งแฟกซ์ ไปที่หมายเลข 570-8273 แล้วเราจะส่งคำอธิบายโดยละเอียดมาให้

ตอนนี้ลองแก้เรื่องอาหาร และการปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวัน ด้วยตัวเองไปก่อนนะครับ ถ้าคุณทำหรือปฏิบัติด้วยความตั้งใจจริงๆ รับรองว่าอาหาร CFS จะหายไปเกือบเป็นปรกติ และคุณจะรู้สึกเหมือนคนใหม่ ชีวิตใหม่แน่นอน

สำหรับในข้อที่ 2 นี้เกี่ยวกับแพทย์หลายท่านที่เคยทราบ CFS มาแล้ว แต่ยังไม่ได้ศึกษากันอย่างจริงจังนั้น เพียงท่านเคยทราบมา ก็เป็นที่น่ายินดีแล้วครับ เรามีทางที่จะร่วมมือกัน ช่วยผู้เคราะห์ร้ายอีกมากมายได้อย่างดียิ่ง

คนไข้หลายคนบอกกับผมว่า ได้ไปตรวจที่โรงพยาบาลต่างจังหวัด แพทย์ที่ไม่รู้จัก CFS จะบอกว่า "คุณไม่ป่วยเป็นอะไรเลย" กลับไปทำใจให้สบายๆดีกว่า

นี่ก็เหมือนกับสภาพตอนแรกๆ สมัยนายแพทย์สตีเฟน ไกแลนด์ ป่วยเป็น CFS เพื่อนที่เป็นแพทย์ด้วยกัน จะบอกเขาเป็นเสียงเดียวว่า เขาไม่ได้ป่วยเป็นอะไรเลย แต่เป็นโรคอุปาทาน

คนไข้ที่ไปหาแพทย์ที่ต่างจังหวัด ก็บอกผมมาว่า แพทย์บอกกับเขาว่า เขาไม่ได้ป่วยเป็นอะไรเลย แต่เมื่อเขาไปหานายแพทย์ที่กรุงเทพฯ ท่านหนึ่ง ท่านบอกว่า เขาเป็น CFS

เมื่อเขาถามว่า แล้วเขาจะทำอย่างไรต่อไป แพทย์ผู้นั้นก็บอกว่า เขาต้องไปตรวจ GTT หรือ GLUCOSE TOLERANCE TEST

เพียงทราบแค่นี้ ผมก็ดีใจมากแล้ว เพราะอย่างน้อยในวงการแพทย์เมืองไทย ก็มีแพทย์ที่สนใจและทราบเรื่องนี้ดี และก็จะเป็นโชคดีของคนไทย ในสังคมสมัยใหม่นี้ เพราะต่อไปคนไทยจะเป็น CFS กันมากขึ้น

โดยเหตุนี้ก็จะมาถึงข้อที่ 3 ที่ผมพูดถึงแต่ต้น คือ ข้อ 3 ที่ว่าถึงเวลาแล้ว ที่วงการแพทย์จะต้องศึกษาเรื่อง CFS นี้กันอย่างจริงจังเสียที

เพราะฉะนั้น กลุ่มแพทย์โรงพยาบาลบางปะกอก 1 ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิภูมิปัญญา และมูลนิธิชีวจิต จะจัดสัมมนาเรื่อง HYPOGLYCEMIA หรือ CFS ขึ้นที่ห้องประชุมโรงพยาบาลบางปะกอก 1 ถนนสุขสวัสดิ์ ในวันพฤหัสฯที่ 10 ก.พ. เวลา 11.30-13.00 น.

การจัดครั้งแรกนี้ จะจัดสำหรับแพทย์ และพยาบาลที่สนใจก่อน แพทย์พยาบาลที่สนใจกรุณาติดต่อ 872-1111 ต่อฝ่ายจัดประชุม ทั้งนี้ เข้าร่วมสัมมนาโดย ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่อย่างใด.

สาทิส อินทรกำแหง

อ่านต่อตอนที่73 วันพุธที่ 26 มกราคม 2543

[กลับไปสารบัญชีวจิต]   [BACK TO LISTS - FOODS]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600