มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ จาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันอาทิตย์ เริ่ม อาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2541 ]

ปั้นชีวิตใหม่ด้วยชีวจิต

chivajit alternative medicine

โดย ดร. สาทิส อินทรกำแหง


73 ไชโยให้กับผลงานของกองส่งเสริมพืชไร่นา

มื่อวันจันทร์ที่แล้ว (10 ม.ค.) ผมได้รับเชิญให้ไปพูดที่เชียงราย ในงานสัมมนาทางวิชาการ ธัญพืชเมืองหนาวแห่งชาติ ผมได้รับมอบหมายให้พูดในเรื่อง คุณค่าทางอาหารและยา ของข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์

ถ้าใช้คำว่าธัญพืช เราอาจจะงงๆ ว่ามันหมายถึงอะไรกันแน่ แต่ถ้าใช้คำธรรมดาๆ ว่า ข้าวต่างๆ เราคงพยักหน้าเข้าใจดีขึ้น ถ้าพูดกันอย่างภาษาชาวบ้าน การสัมมนาเรื่องธัญพืชเมืองหนาวก็คือ จะพูดกันถึงเรื่องข้าวเมืองหนาวนั่นเอง ข้าวเมืองหนาวมีหลายอย่าง เช่น ข้าวสาลี ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ ข้าวฟ่าง เป็นต้น

ผมรู้สึกว่าตัวเองออกจะโง่เอามากๆ เพราะไม่รู้มาก่อนเลยว่า เมืองไทยปลูกข้าวเมืองหนาวได้มานานแล้ว และผู้ที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการส่งเสริมทดลอง และชักชวนให้ชาวบ้านปลูกข้าวเมืองหนาวได้สำเร็จก็คือ กองส่งเสริมพืชไร่นาของกระทรวงเกษตรฯ กองส่งเสริมพืชไร่นาได้ทำงานแบบปิดทองหลังพระ มาเป็นเวลานาน และท่านเจ้าหน้าที่ในกองทุกท่าน ก็ทำงานกันอย่างจริงจัง และทำเงียบๆ โดยไม่ต้องไปตีฆ้องร้องป่าว ประกาศถึงคุณงามความดีของตนเอง

ข้าวเมืองหนาวเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตฝรั่ง เช่นเดียวกับข้าว เป็นความจำเป็นสำหรับชีวิตคนไทย และชาวเอเชีย และผมว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ที่คนไทยสามารถปลูกข้าวฝรั่งได้ในเมืองไทย นอกจากจะได้ประโยชน์ จากอาหารหลากหลายชนิดแล้ว เรายังได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เรายังช่วยประหยัดเงินตราต่างประเทศ และในไม่ช้าความฝันอีกอย่างหนึ่ง ของกองส่งเสริมพืชไร่นาก็จะเป็นจริง คือ นอกจากจะมีข้าวเมืองหนาวพอกินพอใช้ ในเมืองไทยแล้ว เรายังจะสามารถส่งข้าวฝรั่ง ออกไปขายให้ฝรั่งกินได้ด้วย

ในการสัมมนาครั้งนี้ มีนิทรรศการของหน่วยงานสาขาจากจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือด้วย ผมเห็นขนมปังหลากหลายนานาชนิดแล้ว ผมรู้สึกประหลาดใจและประทับใจ ประหลาดใจก็คือ ไม่คิดว่าคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ทางราชการ (ซึ่งแต่ก่อนนี้ ผมรู้สึกว่าไม่ค่อยจะเอาไหน --ขอประทานโทษที่พูดตรงๆ) สามารถจะทำงานที่ละเอียดอ่อน อย่างเช่นขนมปังนานาชนิด ออกมาได้อย่างน่ากิน เพียบพร้อมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร แถมยังเป็นขนมปังจากแป้งซึ่งไม่ได้ขัดขาว ซึ่งมีคุณค่าทางอาหารสูงมากด้วย

อย่างเช่น นิทรรศการจากศูนย์วิจัยข้าวจังหวัดแพร่ มีขนมปังนานาชนิด ทำจากข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโพด ซึ่งเป็นแป้งไม่ได้ขัดขาวทั้งสิ้น และที่ผมรู้สึกทึ่งมากที่สุดก็คือ ขนมปังทำจากแป้งข้าวเหนียวดำ เป็นขนมปังสีช็อกโกแลตอ่อนๆ สีสวยน่ากิน เนื้อขนมปังนุ่มนวล เมื่อส่งเข้าปากจะรู้สึกนุ่มในปาก มีรสหวานปะแล่มๆ กินเปล่าๆ ได้อย่างสบาย เพราะเป็นรสอร่อยโดยธรรมชาติ ไม่ต้องทาเนย ทาแยมอะไรอีกแล้ว

เรื่องสีช็อกโกแลตนี้ ผมเรียกไปตามสมัยนิยม เพราะคนรู้จักช็อกโกแลตกันมาก แต่ผมเชื่อว่า สักวันหนึ่งคนจะต้องเรียกขนมปังสีนี้ว่า สีข้าวเหนียวดำ ของดีด้วยเนื้อแท้ๆ ของตัวเอง ไม่จำเป็นจะต้องใช้ชื่ออ้างอิงอย่างอื่นเลยใช่ไหมครับ

การทำขนมปังนั้น ต้องนับว่าเป็นศิลปะประจำตัว ซึ่งไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้ ถ้าเราเปิดตำราการทำขนมปังดู ทุกคนอาจจะทำขนมปังได้ แต่การจะทำให้ขนมปังนุ่ม แต่เปลือกนอกกรอบ ทั้งข้างนอกข้างในมีสีสวยงาม เนื้อขนมปังมีรสหวานอร่อยตามธรรมชาตินั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้ ต้องอาศัยรสมือ และศิลปะประจำตัวของใครของมัน เจ้าหน้าที่ของกองพืชไร่นาทำขนมปัง ซึ่งผมเชื่อว่ากุ๊กใหญ่ๆ ของโรงแรมสี่ดาวห้าดาว ก็ยังทำไม่ได้เช่นนี้ ผมเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรฯ กลุ่มนี้ควรจะได้รับความชมเชย และได้รับเกียรติว่าเป็นผู้มีฝีมือดี ทางราชการต้องเกือบตัวไว้ อย่าให้พวกพ่อค้าหรือต่างชาติมาขโมยไปได้

และถ้าผลิตผลขนมปังนานาชนิดเหล่านี้ ได้เผยแพร่จนคนไทยทำเป็นอาชีพได้ ผมว่าจะโด่งดังไปทั่วโลก และจะเป็นรายได้ทางเศรษฐกิจดียิ่งอย่างแน่นอน

ผมได้เสนอแนะต่อที่ประชุม ถึงความคิดใหม่ๆ จากข้าวฝรั่งต่างๆ เหล่านี้ไว้อย่างหนึ่งว่า เมื่อสามารถปลูกข้าวฝรั่งนานาชนิด ได้ในเมืองไทยแล้ว นอกจากเราจะใช้ข้าวฝรั่งมาผลิตอาหาร ที่เป็นประโยชน์สำหรับเมืองไทย และต่างประเทศแล้ว เราน่าจะรีบค้นคว้าและทดลอง ในการนำข้าวฝรั่งต่างๆ มาผลิตเป็นอาหารเสริม และเป็นยาสำหรับแก้โรคภัยไข้เจ็บ และบำรุงร่างกายได้ด้วย

การที่จะทำในเรื่องนี้ได้ จนเป็นอาชีพสำหรับคนไทยต่อไปนั้น เราจะต้องรีบศึกษา และค้นคว้าทดลองเป็นการด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยให้เราผลิตสินค้าได้ อย่างเป็นมาตรฐานและเป็นที่เชื่อถือได้

หลายอย่างเราน่าจะทำได้ ถ้าเข้าใจพื้นฐานทางเทคโนโลยีดี

ขอยกตัวอย่างเรื่อง การสกัดตัวยาออกมาเก็บไว้ จุดประสงค์ก็คือ ต้องการยาซึ่งเข้มข้น และเก็บไว้ได้นานๆ

สมัยก่อนเราจะใช้ตัวยาโดยตรง เช่นเกือบใบยามาตำสดๆ หรือมาตากแห้ง แล้วป่นละเอียด ต่อไปเรารู้จักทำเป็นเม็ดหรือปั้นเป็นก้อน

วิธีอย่างนี้เป็นการเก็บ และรักษายาอย่างหยาบๆ มีข้อเสียตรงที่ว่า DOSE ของยาจะได้ไม่เท่ากัน และไม่เป็นมาตรฐาน และจะเก็บไว้ไม่ได้นาน เพราะยาจะเสื่อมง่าย

ต่อมาก็มีวิธีซึ่งต้องใช้ความรู้มากขึ้น อย่างเช่น ทำเป็นทิงเจอร์ คือเอาตัวยาแช่ในแอลกอฮอล์ แล้วเอาออกมาสกัดให้เข้มข้น วิธีนี้ดีกว่าการตำ หรือปั้นเป็นเม็ด แต่ก็ยังมีข้อเสียตรงที่ว่า ไม่สามารถจะสกัดตัวยา ได้ความเข้มข้นอย่างเต็มที่ คงได้ประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

มาถึงวิธีล่าสุดที่เรียกว่า COLD EXTRACT ซึ่งกล่าวกันว่า ได้ตัวยาเข้มข้นเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมได้ศึกษาวิธีการทำ COLD EXTRACT โดยคร่าวๆ แล้วเห็นว่า คนไทยทำได้แน่ๆ เป็นแต่เพียงว่า เราต้องศึกษาเทคโนโลยีในการสร้างห้องแล็บ ซึ่งจะปลอดเชื้อให้ได้สมุนไพรและพืชต่างๆ อย่างเช่น ข้าวฝรั่งหลายๆ อย่างนี้ เราผลิตได้ขณะนี้ เราใช้สกัดแบบ COLD EXTRACT ได้

ผมเคยพบตำราง่ายๆ ในการใช้ข้าวสาลี ทั้งต้นมาทำยา เราได้พบคุณสมบัติทางยา และอาหารของข้าวสาลีว่า มีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต มีซัคคารีน เซลลูโลส เล็คซิติน และเอนไซม์ ในการย่อย

ตำราการใช้ข้าวสาลีมาทำยา จะช่วยเป็นยาบำรุงหัวใจ แก้อาการทางประสาท (ประเภทฮิสทีเรีย) อาการนอนไม่หลับ ประเภทตื่นมากลางดึกแล้วเหงื่อเหนียวๆ ออกเต็มตัว เป็นต้น

วิธีใช้ตามตำราโบราณ จะเอาข้าวสาลีทั้งต้นมาตัดเป็นท่อนสั้นๆ ผสมกับชะเอมและอินทผลัม เคี่ยวในน้ำเดือดหนึ่งลิตรจนงวด เหลือประมาณครึ่งหนึ่ง แล้วดื่มต่างน้ำชา

จากวิธีต้มต้นข้าววิธีเช่นนี้ เราก็จะเห็นว่าไม่สะดวก ต่อชีวิตประจำวันของคนสมัยใหม่ ถ้าเปลี่ยนเป็นใช้วิธี COLD EXTRACT เคี่ยวจนได้ตัวยาเข้มข้น ใส่ขวดอัดแน่น เวลาใช้ก็นำมาผสมน้ำร้อนเพียง 5-10 หยด ก็จะได้น้ำชา ซึ่งเป็นทั้งยาและเครื่องดื่มไปพร้อมๆ กัน

นี่เป็นตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งผมฝากไว้กับที่ประชุมในวันนั้น ตัวอย่างนี้ต้องการจะชี้ให้เห็นว่า มีช่องทางมากมายที่สามารถจะขยายงานจากเกษตร ไปเป็นธุรกิจทางยา และอาหารเสริม

ธุรกิจเช่นนี้ เหมาะกับประเทศไทย ที่จะเป็นตัวตั้งตัวตีบุกเบิก ในเรื่องของอาหาร-ยา-และสุขภาพ ในแนวธรรมชาติ ซึ่งกำลังบูมอยู่ทั่วโลกขณะนี้.

สาทิส อินทรกำแหง

อ่านต่อตอนที่74 วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ 2543

[กลับไปสารบัญชีวจิต]   [BACK TO LISTS - FOODS]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600