มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 22 ฉบับที่ 2 กุมภาพันธ์ 2541 ]

เคล็ดลับการถนอมผิวพรรณ

ตอน วิธีการขจัดรอยย่นเมื่อวัยเริ่มร่วงโรย

นพ.ธาดา เปี่ยมพงศ์สานต์


วิธีการขจัดรอยย่นเมื่อวัยเริ่มร่วงโรย

ชีวิตย่อมไม่หนีวัยชรา ทุกคนเกิดมาย่อมเข้าสู่วัยร่วงโรยด้วยกันทั้งนั้น การที่ใครมีรอยย่นเป็นเรื่องธรรมดา แต่การที่ผิวพรรณมีริ้วรอยย่นก่อนวัย คงเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทนไม่ได้ ต้องขวยขวายทุกวิถีทางที่จะกำจัดสิ่งเหล่านี้ ให้ออกไปจากใบหน้า ไม่ว่าสิ่งนั้นอาจพออ่านได้จากหนังสือของผู้หญิง ซึ่งเต็มไปด้วยการโฆษณาชวนเชื่อทุกรูปแบบ เช่น การโฆษณา โดยการสัมภาษณ์ดาราว่าทำอย่างไรจึงสวย มีเคล็ดลับอะไร การสัมภาษณ์ผู้ผลิต หรือตัวแทนจำหน่ายซึ่งอ้างว่า มีหลักฐานการทดลองเท่านั้นเท่านี้ ให้ดอกเตอร์ใช้เวลาคิดค้นมานานกว่า 10 ปี จากห้องทดลอง จากอวัยวะบางส่วนของสัตว์หลายชนิด เป็นสูตรตำรับลับของคุณยาย หรือจากแพทย์ผิวหนัง หรือศัลยกรรมตบแต่ง บางทีทำให้คุณไขว้เขว่จะใช้อะไร หรือรับประทานอะไรดี เช่น อุ้งตีนหมี นอแรด เขากวางหิมะ ทำให้สัตว์เหล่านั้น ต้องตายไปก่อนกำหนด อายุขัยโดยที่คุณไม่ได้รับผลประโยชน์อันใดเลย

คุณควรทราบถึงว่ารอยย่นของคุณขณะนี้เป็นอย่างไร เมื่อเทียบกับสิ่งที่ควรเป็นจริง ถ้าคุณมีรอยย่นก่อนวัย นั่นเป็นเรื่องที่คุณจะขวนขวายป้องกันและรักษา แต่ถ้าคุณมีรอยย่น ช้ากว่าวัยพูดง่ายๆ ยังสาวเสมอ คุณควรจะดีใจ ถึงอย่างไรก็แล้วแต่ คุณผู้หญิงคงไม่พอใจแน่ๆ ไม่ว่าจะอายุสักเท่าใด หากยังมีรอยย่นสักนิดบนใบหน้า

การจัดแบ่งความร่วงโรยที่ควรจะเป็นตามความเหมาะสมของวัย

วัย 30-39

  • รอยย่นบางๆ ทอดยาวตามหน้าผาก รอยย่นเล็กๆ ใต้ขอบตา ล่างและหางตา (เห็นชัดเวลายิ้ม) และรอยย่นขวางตรงหัวคิ้ว (ชัดเวลาหน้านิ่ว)
  • ขี้แมลงวัน ไฝ กระ น้อยๆ
  • รอยย่นบางๆ ที่ร่องแก้มทางยาวจากจมูกจนถึง บริเวณเหนือริมฝีปาก
  • ฝ้าชนิดผิวเผินและลึก
  • รูขุมขน เห็นชัดกว่าเมื่อวัยสาว

วัย 40-49

  • รอยย่นขวางที่พาดยาวตามหน้าผาก รอยย่นขวางที่หัวคิ้ว ชัดมากขึ้น (งานยุ่ง, สามีเลื่อนตำแหน่งให้เป็นหลวง)
  • รอยย่นใต้ขอบตาล่าง ตีนกาชัดมากขึ้นโดยไม่ต้องยิ้ม
  • ขี้แมลงวันและไฝชัดมากขึ้น
  • รอยย่นข้างแก้มและร่องแก้มลึกทอดยาวไปจนจดมุมปาก
  • ฝ้าชนิดลึก
  • หน้าเริ่มแห้ง
  • รูขุมขนใหญ่และเริ่มเป็นสิวอีกครั้งหนึ่ง
  • ติ่งเนื้อขึ้นกระจัดกระจายเป็นตุ่มเล็ก ๆ สีน้ำตาล ภาวะนี้ที่เรียกวัยเริ่มตกกระ

วัย 50-64

  • เหมือนกับวัย 40-49 แต่เพิ่ม
  • รอยย่นตามร่องแก้มลึก ทอดยาวไปจนถึงบริเวณใต้มุมปาก
  • ฝ้าข้างแก้มเห็นรำไร
  • ติ่งเนื้อเม็ดใหญ่ขึ้นสมกับวัยตกกระ

วัย > 65

  • รอยย่นตลอดทั่วหน้า
  • ผิวหนังหยาบเหมือนเอามือลูบหินหรือผนังปูน
  • ริมฝีปากบาง มีรอยย่นเหนือริมฝีปากบน
  • การเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ คล้ายกับวัย 50-64

การรักษาเมื่อวัย 30-39

ก. รอยย่นใต้ขอบตาล่าง

1. ครีมถนอมดวงตา ซึ่งมีส่วนผสมของลาโนลินชนิดเยี่ยม กรดฮายอัลยูโรนิก หรือโซเดียมพีซีเอ เป็นต้น

2. ฉีดใยคอลลาเจนเสริม บริเวณหางตา
ความรู้เรื่องใยคอลลาเจน
  • ถ้าผสมอยู่ในครีม ไม่ช่วยในการขจัดรอยย่น
  • ชนิดฉีดมีหลายรูปแบบ

2.1 ชนิดไม่ถาวร
  • ชนิดเข้มข้นธรรมดา สกัดจากเนื้อวัวใช้สำหรับรอยย่น และรอยแผลเป็นจากสิวทั่วไป
  • ชนิดเข้มข้นสูง ใช้สำหรับรอยย่นลึก ๆ สองชนิดนี้เป็นแบบอย่างทนอยู่ได้ประมาณ 2-3 ปี เพราะถูกร่างกายของเรากลืนกินด้วยเซลล์ป้องกัน
2.2 ชนิดถาวร อยู่ได้นานตลอดไป ทั้งนี้ต้องทดสอบก่อนว่าแพ้ใยคอลลาเจนของสัตว์หรือไม่จึงจะฉีดได้
2.3 ของตัวเอง โดยตัดเอาผิวหนังของตัวเองส่งไปสกัด ที่สหรัฐแล้วบริษัทที่ทำสกัด จะส่งกลับไปให้แพทย์เป็นรูปของเหลวสำหรับฉีด
ข้อดี คือ ไม่ต้องกลัวแพ้เพราะเป็นเนื้อของเรา

3. ใช้ครีมกันแดด ซึ่งมีมากมายหลายชนิดในท้องตลาด แต่ชนิดที่ดีที่สุด มักมีสารไตเตเนียมไดออกไซด์ ชนิดผงละเอียด ร่วมกับสารกลุ่มซินนาเมตและไดมีเทน กันแสงอัลตราไวโอเลต ชนิดเอและบีได้ นอกจากนี้ ตัวยาพื้นฐานควรเป็น oil-free คือ ไม่มีไขมัน แต่ตามท้องตลาดมักไม่ใช่ oil-free ทำให้ใช้ไปนาน ๆ เกิดมีสิวขึ้นได้

4. ครีมบำรุงก่อนนอน ควรเลือกใช้ชนิด oil-free เช่นเดียวกัน สารต่อไปนี้ที่ผสมอยู่ในครีมโฆษณาว่า เป็นครีมขจัดรอยย่นวัยชราต่างๆ เช่น ดีเอ็นเอ, อีลาสติน, คอลลาเจน, เสซิติน, วิตามินอี, อโลเวรา, ฟอสโฟไลปิด, ไลโปโซม แต่มีหลักฐานทางการแพทย์ว่าไม่ได้ผล สารที่ผสมที่เป็นแค่ครีมบำรุงผิวเท่านั้น เช่น โปรไปลีนไกลคอล, อโลเวรา, บิวติลินไกลคอล, โคเลสเตอรอล, ไขมันอื่นๆ

ข. การรักษากระ

ใช้เลเซอร์ เท่านั้นที่ได้ผลเกือบ 100% เลเซอร์มีหลายแบบโดยเฉพาะชนิดที่ไม่เป็นแผลเป็นคือ
  1. เอนดี แย้ก
  2. รูบี้
  3. แคนเดลลา
  4. ไดโอด
เลเซอร์พวกนี้ราคาแพงมาก ประมาณ 3-6 ล้านบาทต่อเครื่อง เพราะฉะนั้นคุณคงหายสงสัยว่า ทำไมแพทย์จึงคิดแพง ส่วนชนิดสุดท้ายราคาถูกกว่า ส่วนการใช้รักษาไฝ แพทย์บางคน ใช้เลเซอร์ชนิด คาร์บอนไดออกไซด์ที่ราคาไม่แพงมากนัก แต่ข้อเสียมีแผลเป็นได้ วิธีที่ดีกว่าโดยไม่มีแผลเป็น คือ การใช้เทคนิคที่เรียกว่า Shave excision ตามด้วยการจี้ด้วยกระแสไฟฟ้า
กรณีที่เป็นฝ้าจุดที่บริเวณโหนกแก้ม คงเกิดจากการใช้ รูทสีแดงทา นาน ๆ ทำให้สารสีแดงนั้นหล่นลงไปใต้ผิว ทำให้สะท้อนแสงออกมาเป็นสีดำคล้ำ
วิธีรักษา ใช้เลเซอร์ชนิดลึก เช่น เอนดีแย้ก และอเล็กซันไดร้ หรือวิธี Chemodermabrasion

ค. การรักษารอยย่นบนร่องแก้ม

ใช้ใยคอลลาเจนฉีดใต้รอยย่น

ง. การรักษาฝ้า

ชนิดผิวเผินและชนิดลึก การรักษาชนิดผิวเผิน ไม่ค่อยมีปัญหาใช้ยาอะไรก็ได้ตามท้อง ตลาดก็ทำให้จาง แต่สารไฮโดรควิโนนถูกห้ามใช้โดยคณะกรรมการ เครื่องสำอาง เนื่องจากก่อปัญหาการแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น เช่น หน้าแดง, หน้าด่าง ก่อให้เกิดสารแปลกปลอมใต้ผิวหนัง จึงได้มีตัวยาใหม่เกิดขึ้นมากมาย
การรักษาฝ้าให้หายเร็ว โดยการให้การลอกหน้า (Chemical peeling) ซึ่งเป็นการช่วย แต่ไม่ใช่การรักษาโดยตรง ถ้าใช้ยาทาฝ้าอย่างเดียว ก็อาจหายได้แต่ใช้เวลานาน

จ. การรักษารูขุมขนกว้าง

รูขุมขนที่กว้างเกิดจากตามวัย อาจเป็นการยากที่จะขจัดให้ดูหายได้ ด้วยเครื่องสำอางชนิดใด แต่อาจทำให้ดูดีขึ้น โดยการใช้น้ำยา กระชับรูขุมขนตามด้วยสาร AHA ทาตอนเช้า กรดวิตามินเอ ทาก่อนนอน หรือสารผสม กรดวิตามินเอ กับกรดไกลโคลิกทา ก่อนนอน (Retin-G)

การรักษาเมื่อวัย 40-49

ก. การรักษารอยย่นและตีนกา

หากคุณรักษาโดยใช้ครีมทาขอบตาที่กล่าวมาแล้วไม่ได้ผล คุณอาจจะใช้เอนไซม์สกัดจากแมวน้ำทะเล ซึ่งมีฤทธิ์ทำลายสิ่งเสื่อม ในร่างกายและเซลล์ที่ติดเชื้อได้

  1. แพทย์อาจใช้วิธีฉีดสาราโปตูลินั่ม เอ เอ้กโสท้อกซิน ฉีดที่ใต้รอยย่นโดยไปทำลายปลายระบบประสาท ที่ทำให้กล้ามเนื้อตึงนั้นหย่อนยานลง คุณที่มีแม้แต่รอยหน้านิ่วคิ้วขมวด รอยย่นขวางที่หน้าผากก็จะหายไปในเวลาไม่กี่วัน ในบางคนแพทย์อาจจะเสริมฉีดใยคอลลาเจนให้ ถ้ารอยตีนกาบางแห่ง ยังไม่หายไป วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้ผลดีมาก ในการขจัดรอยตีนกาและรอยย่นต่างๆ

  2. การใช้แสงเลเซอร์ ชนิดพลังนุ่มซึ่งมีหลายชนิด เช่น อัลทราเพ้าส์, ซิลทัช (ไหม) และแฟเซอร์ทัช (ขนนก) ซึ่งเป็นชนิดใหม่ล่าสุด โดยการยิงตามขอบรอยย่นเป็นการกระตุ้น ทำให้เกิดการสร้าง ใยคอลลาเจนใหม่
    ข้อเสีย ของเลเซอร์ ในคนผิวคล้ำอาจทำให้ผิวบริเวณรอบๆ นั้นดำขึ้น แต่จะค่อยๆ จางโดยสารฟอกสี

  3. กรดไกลโคลิก ผสมกับกรดวิตามินเอ ทาก่อนนอนทุกคืน ตามด้วยการลอกหน้าเดือนละครั้งโดยใช้สาร TCA วิธีนี้ราคาถูก แต่ได้ผลพอๆ กับวิธีข้างบนเฉพาะในการชะลอความชรา

  4. วิธีง่ายๆ อีกวิธีหนึ่ง คือ ใช้ฮอร์โมนทาทั่วหน้า ฮอร์โมนนี้เป็น ฮอร์โมนเพศหญิง อาจจะสกัดมาจากสัตว์ก็ได้ แต่เป็นยาไม่ใช่เครื่องสำอาง สำหรับคนหมดประจำเดือนเท่านั้น
    ข้อเสีย คือ อาจเป็นฝ้า เต้านมอาจคัดตึงได้ ฮอร์โมน จะกระตุ้นการสร้างใยคอลลาเจน ชนิดที่ 3 และสารอุ้มน้ำ ทำให้รอยตีนกาหายไปภายใน 6 เดือน ส่วนเครื่องสำอาง ที่มีการโฆษณาว่า สกัดจากรกของสัตว์บางประเภทจะรักษารอยย่น เป็นไปได้หรือไม่ คำตอบคือว่า สิ่งที่สกัดจากรกของสัตว์มีฮอร์โมนเพศหญิงจริง แต่ถ้าหากขายเป็นเครื่องสำอางต้องเอาฮอร์โมนเหล่านี้ออกให้หมด มิฉะนั้นผิดกฎหมายเครื่องสำอาง ดังนั้นเครื่องสำอางจึงไม่มีฮอร์โมนเพศหญิง เมื่อเอามาใช้ก็ไม่เกิดผลประโยชน์อันใด แต่ถ้าเป็นยาฉีด ก็ใช้ได้เพราะว่าจัดเป็นยา แต่ราคาคงไม่กี่ร้อยบาท

  5. วิธีการใช้กระแสไฟฟ้าสนามแม่เหล็ก เป็นเครื่องมือมีเข็ม ชนิดเล็กมาก เสียบลึกแค่ผิวหนังกำพร้าประมาณ 0.3 มม. เมื่อปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าไปทำให้รอยตีนกา รอยย่น ร่องแก้มหายไปได้ทันที แต่อยู่ไม่คงทน
  6. ฉีดไขมันของตัวเอง เข้าที่บริเวณรอยย่น

ข. การรักษาร่องแก้มที่ลึก

ใช้วิธีฉีดไขมันของตัวเอง วิธีการทำแพทย์จะเจาะเอาไขมันที่ บริเวณก้นหรือหน้าท้อง (เป็นกรดไขมัน หน้าท้องไปด้วย) ล้างไขมัน เอาเลือดออก จากนั้นนำไปฉีดที่ตีนกา ร่องแก้มที่ลึกวิธีนี้ไม่มีอันตราย เพราะว่าเป็นไขมันของเราเอง ไม่มีการแพ้และสารที่ล้างไขมันก็เป็นพวกแลกเตด ที่ร่างกายต้องการอยู่แล้ว

ค. การรักษาติงเนื้อ

ถ้าเป็นมากในวัยนี้จึงได้ฉายาว่าวัยตก กระ (เนื้อ)
วิธีที่ดีที่สุด ถูกที่สุดคือ การใช้เครื่องจี้ไฟฟ้า ไม่มีรอยแผลเป็น แพทย์บางคนอาจใช้คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์ แต่จ่ายแพงกว่าทำไม ทั้งๆ ที่มีประสิทธิภาพเท่ากัน

ง. ใบหน้าที่เริ่มแห้ง

ใช้ครีมบำรุงผิว ที่ผสม เช่น โซเดียมพีซีเอ, กรดฮัยอัลยูโรนิก, เซรามาย และครีมพื้นฐาน เป็นชนิดไร้ไขมัน oil-free

จ. การรักษาสิว

วัยนี้เริ่มเป็นสิวใหม่ ฮอร์โมนเพศอาจสูงขึ้น บางคนอาจได้รับ การขนานนามว่า วัยกระดังงาลนไฟ วิธีรักษาก็เหมือนกับวัยหนุ่มสาว เช่น การใช้กรดวิตามินเอ, กรดซาลิไซลิก, กำมะถัน, เบนซอยเปอร์รอกไซด์, กรดอะเซลลาอิก, ยาฆ่าเชื้อต่างๆ รวมทั้งการจี้ด้วยไนโตรเจนเหลว, น้ำแข็งแห้ง, ในกรณีที่มีแผลเป็นจากการเป็นสิวนานๆ และหายช้า ใช้วิธีการลอกหน้า เพื่อลบรอยแผลเป็นชนิดตื้น แต่ถ้าคุณมีแผลชนิดบุ๋มลึก อาจใช้วิธีกรอแผลสิว (Microdermabrasion) หรือการขัดหน้า การขัดหน้ามีแบบใหม่ คือ การขัดหน้าด้วยสารเคมี (Chemodermabrasion) วิธีนี้ลงลึกกว่าวิธีการกรอแผลสิว สามารถขจัดรอยแผลเป็นจากสิวชนิดลึกได้ วิธีนี้การทำไม่ลึกลงตามที่ใดที่หนึ่งเกินไป ไม่เหมือนวิธีขัดชนิดดังเดิม ซึ่งอาจทำให้หน้าไม่เรียบถ้ามีแผลเป็นนูนหนา ใช้ยาฉีดสเตียรอยด์ละลาย ตามด้วยการแปะแผ่นซิลิโคน เป็นเวลา 2 เดือน

ฉ. การขจัดร่องแก้มที่ลึก สามารถทำได้ 2 วิธี คือ

  1. การใช้ไขมันตัวเอง ฉีดที่ใต้ร่องแก้มระดับลึกแล้วตาม ด้วยฉีดใยคอลลาเจนระดับตื้น
  2. สารเสริมแต่งเป็นพวก โปลีเตตราฟลูออโรเอธธีลิน เป็น สารที่ไม่เป็นอันตรายไม่เหมือนสารซิลิโคน

ช. การรักษาฝ้าชนิดลึก

ใช้วิธีการลอกหน้าชนิดลึกปานกลางโดยใช้น้ำยาเจสเนอร่วม กับสารลอกหน้ามาตรฐาน ส่วนยาทาฝ้าปัจจุบันสารไฮโดรควิโนนจะเลิกใช้แล้ว ได้มีการผลิตครีมฝ้าใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย แต่ราคาคงจะแพงขึ้นกว่าเดิม
ข้อดี คือหน้าไม่แดง และไม่มีอันตรายเหมือนยาสูตรเก่า

การรักษาเมื่อวัย 50-64

การรักษาเหมือนเมื่อวัย 40-49

การรักษาเมื่อวัย 65

ก.หรือบางคน

ผิวย่นตลอดทั้งหน้า แม้คุณอายุเพียง 55 ก่อนถึง วัยที่ควรจะเป็นใบไม้ยังเปลี่ยนสีได้ ทำไมหน้าคุณจึงเปลี่ยนไม่ได้
  1. ใช้วิธีการปรับเปลี่ยนผิวหน้าใหม่ โดยวิธีเลเซอร์ คือ ใช้ ด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ ชนิดไม่เป็นแผลเป็นยิงทั่วใบหน้า (อัลทราเพ้าส์, ซิลด์ทัช, แฟเชอรทัช และเออเบียมแย้ก
  2. กรอหน้า โดยวิธี Microdermabrasion
  3. วิธีลอกหน้าชนิดลึกปานกลาง โดยใช้สารเจสเนอ และ สารมาตรฐาน ส่วนสาร เอเอสเอ นั้นอ่อนไป

ข. การรักษารอยย่นเหนือริมฝีปาก

ใช้การลอกหน้าชนิดลึกสุด แต่ไม่เหมาะกับคนไทย เพราะผิวคล้ำทำให้เกิดมีรอยดำ ใช้สำหรับคนผิวขาวเท่านั้น

ค. การรักษาริมฝีปากบาง

ให้ดูอิ่มเอิบ หนาขึ้น และมีร่องเหนือริมฝีปากเหมือนวัยสาว โดยใช้ไขมันตัวเอง และสารโปลีเตตราฟลูออโรเอธธีลีน ฉีดหรือใส่ใต้ผิว

วิธีป้องกันรอยย่นตลอดทั่วหน้า

ก่อนถึงวัยที่ควรเป็นดังที่กล่าวมาแล้ว ว่าเครื่องสำอางที่อ้างว่า ชะลอความชรานั้น (Anti-aging) คงไม่ได้ผลเท่าที่ควร ทำอย่างไรเราจึงป้องกันผิวหน้าทั่วไปไม่ให้แก่เร็ว
  1. ตอนเช้าใช้ครีมกันแสงอัลตราไวโอเลต ซึ่งสามารถกัน แสงอัลตราเอ ได้เกินกว่า 15 เท่า (SPF มากกว่า 15) ติดไว้ที่ฉลาก แต่เวลาวัดมักจะเหลือเพียงครึ่งเดียว คือ 8 ดังนั้นควรเลือกใช้ที่เกินกว่า 25 เมื่อเร็วๆ นี้ พบกรดแอสคอบิก สามารถชะลอความชรา อย่างมีประสิทธิภาพอาจทาตอนเช้า

  2. ใช้ครีม กรดวิตามินเอผสมกรดไกลโคลิก ทาก่อนนอน (Retin-G) ถ้ามีการระคายเคืองใช้ (oli-free moisturiser) สลับก่อนนอน คืนเว้นคืน อาจจะทดลองใช้กรดวิตามินเอเพียงอย่างเดียวก็พอ ได้ผล แต่ยังไม่ดีเท่ากับการใช้ตัวยาสองชนิด กรดวิตามินเอนั้น มีจำหน่ายในร้านขายยาและคลินิกแพทย์ โรงพยาบาลเท่านั้น คือ เป็นยาไม่ใช่เครื่องสำอาง ส่วนสารผสมไม่มีจำหน่ายทั่วไป คุณต้องปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

  3. การทำ Chemical peeling ลอกหน้าที่คลินิกผิวหนังเดือน ละ 1 ครั้ง หรือ 2 เดือน 1 ครั้ง สารลอกหน้าที่ให้ประสิทธิภาพดีกว่า กรด AHA คือสาร TCA เป็นสารตัวเดียวที่ก่อให้เกิดการสร้าง ใยคอลลาเจนใหม่แน่นอน ส่วนสารอื่นๆ อาจำทำให้เกิดการสร้าง ใยใหม่นั้นไม่แน่นอน บางคนว่าลอกหน้าแล้ว ทำให้หน้าบาง แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น การลอกหน้าความรู้สึกของคุณบอกว่าเช่นนั้น เพราะผิวหน้าเรียบขึ้นและระคายง่ายเพราะผิวหน้าบาง แต่หลังจากนั้น 2-3 สัปดาห์จะมีการสร้างใยคอลลาเจนใหม่ ดังนั้น หน้าคุณจะหนาขึ้นกว่าเดิม แน่นอน มีน้ำมีนวลมากขึ้น และหนักกำพร้ามากขึ้น

สารตัวอื่นๆ ที่อาจทำให้ชะลอความชรา

เป็นครีมทา เช่น
  1. กลุ่มกรดวิตามินซีอื่น ๆ แต่ในสภาวะครีมปกติ วิตามินซีจะ สลายตัวทำให้ไม่ออกฤทธิ์แต่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ ไม่สลายตัวอีกต่อไป
  2. วิตามินเค กำลังอยู่ในช่วงการทดลอง ส่วนวิตามินอี นั้นไม่ได้ ผล
  3. สารแอนติออกซิแดนท์อื่น ๆ นั้นกำลังอยู่ในขั้นทดลอง แต่มี ผสมอยู่ในเครื่องสำอางทั่วไป คือ ผสมขายก่อนพิสูจน์ว่าได้ผล
  4. สารจากเซลล์เพาะเลี้ยง หรือจากรก (ถ้าไม่ใช้ยา) ยังไม่มีการ พิสูจน์ ให้เห็นจริง

ยารับประทาน

  1. ยาที่ช่วยป้องกันแสง เช่น เบต้าแคโรทีนในมะละกอ, แครอท
  2. ยาแอนติออกซิแดนท์ เช่น วิตามินซี, วิตามินอี กำลังพิสูจน์ ประสิทธิภาพมาหลายปีใช้ตัวใดตัวหนึ่งไม่ค่อยได้ผลต้องใช้ร่วมกัน
  3. ยาเรตินอยด์ ทำให้ผิวสวย แต่ยานี้ต้องอยู่ในความดูแลของ แพทย์ผิวหนังใกล้ชิด
  4. ฮอร์โมน ไม่ว่าจะสกัดจากรกหรือสังเคราะห์ เมื่อคุณหมดวัย ประจำเดือน จะทำให้ผิวหน้า, หน้าอกเต่งตึง ขึ้นมาได้ ข้อเสียคือ ระวังเป็นฝ้า

ส่วนยาเช่น เมลาโทนิน (สหรัฐอเมริกาจัดเป็นอาหารเสริม) เป็นยาปรับเวลานอนเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ ถ้าคุณได้นอนหลับดี ใบหน้าของคุณจะดูดี แต่ไม่ช่วยชะลอความชรา หรือกระตุ้นพลังเพศ ดังที่มีข่าว ส่วนยาอื่นๆ ที่คุณเคยได้ยินหรือได้อ่าน ไม่มีการพยายามพิสูจน์ใดๆ ทางการแพทย์ว่าได้ผล สาเหตุเพราะถ้าพยายามพิสูจน์ จะได้คำตอบว่า ได้ผลพอๆ กับยาหลอก อาจจะเหมาะสำหรับคุณที่มีเงินเหลือเฟือ คงไม่เหมาะในยุคไอเอ็มเอฟ

คุณต้องหลีกเลี่ยงสภาวะที่ทำให้เกิดรอยย่น

  1. บรรยากาศ ที่อยู่อาศัยหลีกเลี่ยงสภาวะที่มีฝุ่นละอองและควัน พิษ เช่น เมืองใหญ่ ควรอยู่แถวชานเมือง และชายทะเล
  2. งดดื่มสุรา เบียร์ของมึนเมา แต่อาจดื่มไวน์วันละ 1-2 แก้ว เพื่อ บำรุงสุขภาพ
  3. หลีกเลี่ยงการทำงาน ที่ทำให้เกิดความเครียด
  4. งดสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นสาเหตุของรอยตีนกา ที่สำคัญอย่าอยู่ใน บริเวณที่แออัด ถึงแม้คุณไม่สูบบุหรี่ เช่น ผับ ไนต์คลับ ซึ่งคุณจะสูด เอาควันบุหรี่ที่คนอื่นพ่นทิ้งไว้ คุณก็เหมือนกับสูบบุหรี่เช่นเดียวกัน และคุณควรเลือกอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณเช่น ผัก ผลไม้ ซึ่งมีแร่ธาตุ วิตามินต่าง ๆ แล้วคุณจะมีผิวพรรณดั่งใจคุณปรารถนา

นพ.ธาดา เปี่ยมพงศ์สานต์


ขอบคุณนิตยสารใกล้หมอ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600