มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 22 ฉบับที่ 4 เมษายน 2541]

ผื่นสัมผัสจากเครื่องสำอาง

พญ.ฉันทนา วงค์ลังกา


ปัจจุบันเครื่องสำอางมีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของทุกคน ซึ่งอันตรายที่เกิดจากเครื่องสำอาง พบน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณ และจำนวนคนที่ใช้ อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดปัญหาขึ้น ผู้ใช้จะมีความเดือดร้อนมากโดยเฉพาะเมื่อเป็นที่หน้า

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับเครื่องสำอางกันก่อนว่ามีอะไรบ้าง ที่เรามีโอกาสสัมผัส เครื่องสำอางหมายถึง วัตถุที่ใช้สำหรับทา, ถู, นวด, โรย, พ่น,หยอด, ใส่, อบหรือกระทำด้วยวิธีอื่นใด ต่อส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ คือ

  1. เพื่อความสะอาด เช่น สบู่, แชมพู, ยาสีฟัน, ครีมล้างหน้า หรือทำความสะอาดผิว
  2. เพื่อความสวยงาม เช่น แป้ง, แป้งแต่งหน้า, สีย้อมผม, น้ำยาดัดผม, เครื่องสำอางสำหรับตา, ลิปสติก
  3. เพื่อให้เกิดความหอมสดชื่น เช่น น้ำหอม, ยาระงับกลิ่น
  4. เพื่อป้องกันอันตรายของผิวหนัง เช่น ครีมกันแดด

โดยปกติกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้ เครื่องสำอาง ต้องมีฉลากระบุประเภทผู้ผลิต วิธีใช้และปริมาณสุทธิขั้นต่ำของสารที่สำคัญ แต่ไม่ได้บอกทั้งหมด ดังนั้นผู้ที่ใช้เครื่องสำอางจึงอาจจะต้องเสี่ยง จากการที่เครื่องสำอางมีความเข้มข้นของสาร มากเกินกว่าที่กำหนดไว้ เช่น อาจมีการแอบใส่สารปรอท ไฮโดรคิวโนนและกรดวิตามินเอ ในเครื่องสำอาง ซึ่งปัจจุบันถูกห้ามแล้ว หรือการใช้เครื่องสำอางผิดวิธี และวัตถุประสงค์ โดยอาจไม่รู้หรือละเลยคำแนะนำในฉลาก เช่น เครื่องสำอางที่ส่งมาขายจากต่างประเทศ มักไม่มีคำอธิบายเป็นภาษาไทย บางอย่างทาแล้วต้องล้างออก เช่น ครีมล้างหน้า แต่ไม่ได้ล้าง ก็อาจทำให้เกิดการระคายต่อผิวหนังได้

ในจำนวนเครื่องสำอางที่ใช้อยู่นี้ ที่พบทำให้เกิดอาการ อันไม่พึงประสงค์ ได้แก่

  1. เครื่องสำอางสำหรับผม
  2. เครื่องสำอางสำหรับใบหน้า
  3. เครื่องสำอางระงับเหงื่อและดับกลิ่น
  4. เครื่องสำอางสำหรับเล็บ

เครื่องสำอางสำหรับผม

แชมพูสระผม พบว่าแพ้น้อยมาก เพราะระยะเวลา ที่สัมผัสผิวหนังน้อย ส่วนมากมักเกิดการระคาย จากการใช้แชมพู มากเกินไป บ่อยเกินไป เนื่องจากสารที่ทำให้เกิดฟอง โดยถ้าสระผมทุกวันแต่ละครั้งใช้แชมพูล้าง 2-3 หนจะทำให้ผิวหนังแห้ง ลอกเป็นขุย คันเหมือนเป็นรังแค ต่อไปอาจทำให้ผมร่วง เปราะได้ง่าย บางรายอาจเกิดอาการผื่นคันขึ้นที่หน้าแทนได้

สีย้อมผม ตัวที่ทำให้เกิดการแพ้มากที่สุด คือ สีย้อมผมถาวร (permanent hair dye) เป็นสีที่คงอยู่นาน ต้องล้างด้วยแชมพูมากกว่า 10 ครั้งจึงจะหมดสาร ที่สำคัญคือ paraphenylene diamine (PPD) และอนุพันธ์ ผื่นมักเกิดบริเวณศีรษะ มักลามมาบริเวณต้นคอ หลังหู ใบหู

น้ำยาดัดผม มักเกิดการระคายจากความเป็นด่าง น้ำยาที่ทำให้ผมหยิก ที่สำคัญคือ thioglycolate

น้ำยายืดผม มีสารที่ใช้อยู่ 3 ชนิด คือ 2% sodium hydroxide, 8-9% sodium bisulfite และ 6-8% ammonium thioglycolate มักพบว่าเป็นผื่นระคายสัมผัสในช่างทำผม มากกว่าคนที่ถูกยืดผม โดยมักจะมีจมูกเล็บอักเสบ และเล็บเสียรูป

เครื่องสำอางสำหรับใบหน้า

ครีมล้างหน้า โฟมล้างหน้า สบู่ ใช้เพื่อทำความสะอาดใบหน้า โฟมล้างหน้าอาจเกิดผื่นแพ้สัมผัส จากสารที่ทำให้เป็นฟองและเกิดสิวได้ ผื่นสัมผัสจากครีมล้างหน้ามักเกิดจากสารปรุงแต่ง, สารกันเสียและน้ำหอม แต่ก็พบน้อยเพราะต้องล้างออก

ครีมให้ความชุ่มชื้น (Moisturizing cream) สารที่ก่อให้เกิด การแพ้มักเป็นลาโนลิน, พาราเบน, น้ำหอม ทำให้เกิดผื่นแดงคัน นอกจากนี้อาจพบสีผิวเข้มขึ้นจากการสัมผัสน้ำหอม

แป้ง, แป้งรองพื้น ที่เป็นครีม ผื่นสัมผัสเกิดจากครีม และสีที่ใส่ลงไป นอกจากนี้ยังอาจพบการแพ้น้ำหอม

ครีมกันแดด ปัจจุบันนอกจากครีมกันแดด โดยเฉพาะแล้ว ยังมีการผสมสารกันแดดลงในเครื่องสำอาง ที่ใช้กับหน้าอย่างอื่นอีก เช่น แป้ง, รองพื้น, ลิปสติก และครีมให้ความชุ่มชื้น การแพ้ครีมทาป้องกันแสงแดด อาจจะเกิดจากแพ้สารกันแดดเอง หรือเกิดจากแพ้สารร่วมกับแสง ที่พบบ่อยคือ สารกลุ่ม PABA (paraamino benzoic acid), dioxybenzone นอกจากนี้ยังอาจแพ้ครีม, น้ำหอม, สารกันเสียหรือสีที่ผสมอยู่ก็ได้

เครื่องสำอางสำหรับตกแต่งตา ประกอบด้วย ครีมให้ความชุ่มชื้นรอบดวงตา (eye cream), สีตกแต่งขอบตา (eye liner), สีตกแต่งเปลือกตา (eye shadow), ครีมปัดขนตา (mascara) และดินสอเขียนคิ้ว ผื่นแพ้สัมผัสที่รอบตาพบได้แต่ไม่บ่อยนัก มักเกิดจากการแพ้สีทาเปลือกตาและนิกเกิลในที่ดัดขนตา สารที่ทำให้เกิดผื่นระคายสัมผัสได้บ่อยคือ สีที่ใช้นั่นเอง

ลิปสติก ประกอบด้วยไขมัน เช่น ขี้ผึ้ง (beewax), ลาโนลิน, สีและน้ำหอมและอาจผสมสารกันแดดลงไปด้วย ผื่นสัมผัสที่เกิดขึ้นจากการแพ้ลาโนลิน, สี, ไขผึ้งและน้ำหอม โดยพบว่าริมฝีปากมีผื่นเม็ดเล็กๆ คันอาจแตกเป็นแผลเป็น ทั้งริมฝีปากบนและล่าง บางครั้งแพ้สารกันแดด, สี และน้ำหอมที่เติมลงไป

ยาสีฟัน, น้ำยาล้างปาก ผื่นที่เกิดจากยาสีฟัน มักเป็นรอบๆ ปาก สารที่ทำให้แพ้ได้แก่ฟอร์มาลดีไฮด์, สารฆ่าเชื้อ, ยาปฏิชีวนะ, สารแต่งกลิ่นและสี, แอลกอฮอล์, ฟลูออไรด์และน้ำหอม ฟลูออไรด์เป็นสารที่ก่อให้เกิดการแพ้น้อย แต่อาจทำให้เกิดสิวรอบๆ ปาก เป็นตุ่มหนองได้

น้ำยาทาหลังโกนหนวด (After shave lotion) ส่วนประกอบสำคัญ คือ น้ำหอม, แอลกอฮอล์, สี, น้ำหอมที่แพ้มากคือ musk ambrette

เครื่องสำอางสำหรับระงับเหงื่อและดับกลิ่น

สารที่ระงับการหลั่งของเหงื่อที่รักแร้ที่นิยมใช้มาก คือ อลูมิเนียมคลอไรด์เฮกซาไฮเดรต (Alussinium chloride hexalydrate) และเกลืออลูมิเนียมอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีสารฆ่าเชื้อไทรโคลซาน (triclosan), เฮกซาคลอไรฟีน (hexachlorophene), น้ำหอม, สารปรุงแต่งอื่นๆ การระคายเกิดได้จากการที่มี pH เป็นด่าง และจากการแพ้เช่น โพรฟิลีน โบรไมด์, โพรฟิลีนไกลคอล, กลูดาราดีไฮด์, น้ำหอม, พาราเบน ผื่นมักเป็นที่ซอกบนสุดของรักแร้

เครื่องสำอางสำหรับเล็บ

ได้แก่ น้ำยาเช็ดสีเล็บซึ่งเป็นอะซีโตน, ยาทาเล็บ, เล็บปลอม ปัญหาที่เกิดขึ้นมักเป็นผิวหนังบริเวณจมูกเล็บอักเสบ, เล็บขรุขระ, เล็บสีเปลี่ยนไปและมีรอยแยกใต้เล็บบริเวณปลายนิ้ว นอกจากนี้อาจทำให้เกิดผื่นสัมผัสบริเวณอื่นที่มือไปสัมผัสได้ เช่น หนังตา, ใบหน้า, คอ, ใบหู สารที่ก่อให้เกิดการแพ้ในยาทาเล็บคือ ฟอร์มาดีไฮด์, ฟอร์มาดีไฮด์เรซีน และเมทาอคริลิก เอสเตอร์ (methacrylic ester)

โดยสรุปแล้ว สารที่พบว่าก่อให้เกิดอาการแพ้ได้บ่อย ในเครื่องสำอางทุกชนิด คือ

  1. น้ำหอม พบแพ้บ่อยที่สุด
  2. ลาโนลิน
  3. สารกันบูด
  4. สี
  5. อื่น ๆ

พญ.ฉันทนา วงค์ลังกา


ขอบคุณนิตยสารใกล้หมอ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600