มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam

[คัดลอกจากหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม 2543]

มหาภัย เสียโฉมเกินงาม

ชุติมา นุ่นมัน


" สารเหล่านี้มีการคืบคลาน
ตามแรงโน้มถ่วงของโลก
จึงทำให้มีการไหลของซิลิโคน
ไปยังตำแหน่งที่ไม่ต้องการ
และเกิดรูปทรงผิดรูปไป
เนื้อเยื่อที่เคยอ่อนนุ่ม
ก็กลับแข็งผิดธรรมชาติ
ใบหน้าหรืออวัยวะเพศ
อาจยื่นตะบุ๋มตะป่ำ
ผิดรูปทรงและใช้งานไม่ได้"

สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวน่าตกใจอีกหนึ่งข่าวที่เกิดขึ้นกัยคนไทย คือ เรื่องของหญิงสาวรายหนึ่ง ที่ต้องจบชีวิตลงด้วยการสังหารชีวิตตัวเอง เพราะไม่สามารถทนความอับอาย ที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้ สาเหตุเป็นเพราะ อยากสวยจึงไปฉีดซิลิโคนที่บริเวณดั้งจมูก และปลายคาง เพื่อทำให้ตัวเองดูดีขึ้นมา ช่วงที่ทำเสร็จใหม่รูปร่างของจมูกก็ออกมาดูดี เป็นที่พอใจของทั้งผู้ทำและผู้ถูกทำ แต่พออยู่ไปรูปร่างของจมูกเจ้ากรรม กลับบิดเบี้ยวไม่เป็นท่า ซ้ำคางยังมาหักงอ ดูแย่กว่าเมื่อครั้ง ที่ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ จึงต้องกลับไปทำใหม่ แต่ทำอย่างไรก็ไม่เหมือนเดิม รังแต่จะเจ็บตัว อับอาย และต้องเสียเงินเพิ่มมากขึ้น

เธอคนนั้นจึงตัดสินใจฆ่าตัวตายเพราะทนต่อความทุกข์ทรมาน และความคับแค้นใจในชะตาชีวิตของตนเอง

ปัญหาอันเนื่องมาจากความไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ แล้วพยายามดิ้นรนเพื่อที่จะให้ตัวเองดูดีขึ้น เพื่อความสบายใจของตัวเอง และเพื่อเรียกร้องความสนใจจากบุคคลอื่น เหล่านี้มักจะทำให้ผู้มีโอกาสที่จะทำให้ความต้องการเหล่านี้ เป็นผลไม่รอช้าที่จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งกับอวัยวะ ในร่างกายของตัวเอง อาจจะเป็นการ ตัด เติม เสริม ฉีด โดยใช้สารเคมีแปลกปลอมใส่เข้าไปแทยที่เนื้อเยื่อบางส่วน ที่บางคนคิดว่าไม่สมประกอบ และจำเป็นต้องต่อเติมให้ดูดีกว่าที่เป็นอยู่

นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมนายหนึ่ง ออกมาเปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีร้านเสริมสวย และผู้ที่อยู่ในวงการเสริมสวยหลายรายได้ใช้ซิลิโคนเหลว และน้ำมันคุณภาพต่ำบางชนิดฉีดเข้าไปในอวัยวะบางส่วนให้ลูกค้า เพื่อเสริมให้อวัยวะส่วนนั้นโหนกนูนใหญ่และสวยงามมากขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาผ่าตัดไม่ต้องเจ็บตัวมากนัก ฉีดเสร็จสามารถออกไปเฉิดฉายได้ทันที ราคาค่าฉีดเข็มละ 500-2,000 บาท เท่านั้น

หลายต่อหลายรายที่ตกเป็นเหยื่อของความสวยราคาถูกเหล่านั้น ต้องมานั่งกุมขมับเมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน เพราะสิ่งแปลกปลอม ที่ถูกฉีดเข้าไปนั้นสำแดงอาการออกมา โดยทำให้อวัยวะส่วนนั้น บิดเบี้ยว ผิดรูปร่าง บางรายที่ขั้นตอนการทำและเครื่องมือไม่สะอาดพอ ก็ทำให้เกิดอาการติดเชื้อในเนื้อเยื่อ ส่งผลให้เกิดความทรมานเป็นอย่างยิ่ง ที่แย่กว่านั้นคือ คนเหล่านี้จะต้องเสียเงิน เสียเวลา และเพิ่มความเสี่ยงในการที่จะต้องไปผ่าตัด เพื่อรักษาอาการและความผิดปกติเหล่านั้นอีกครั้ง


"เบียร์" ข้าราชการหนุ่มสังกัดรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง ผู้เคยมีประสบการณ์ในการฉีดซิลิโคน เพื่อเสริมดั้งจมูกเล่าให้ฟังว่า ได้รับการบอกต่อจากเพื่อนที่ทำงานอยู่ในร้านเสริมสวยว่า การฉีดซิลิโคนเพื่อเสริมดั้งจมูกนั้นทำได้ไม่ยุ่งยาก ราคาก็ไม่แพง จึงตัดใจที่จะทำ เพราะตัวเองจมูกไม่เป็นสัน มีหมอดูทักว่า โหวเฮ้งไม่ดี จะเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงานยาก

"ตอนที่ฉีดก็ไม่ยุ่งยากนัก ใช้เวลาไม่นานไม่ถึง 10 นาที ก็เสร็จ ตอนแรกๆ จมูกบวมนิดหน่อย แต่ไม่ได้เจ็บนัก ค่อนข้างพอใจกับผลที่ออกมา ก็ตกใจเหมือนกันที่เห็นข่าว กลัวว่าที่เราไปทำมาจะมีปัญหาภายหลัง แต่นี่ยังไม่มีอะไร อาจจะเป็นเพราะเราทำแค่นิดเดียว เพราะตอนแรกก็กลัวเหมือนกัน แต่อารมณ์อยากดูดีมีมากกว่าเลยทำ ถ้ารู้เรื่องแบบนี้ตั้งแต่แรก ก็คงไม่ทำหรอก มันเสียสุขภาพจิต ต้องมากังวลว่าเมื่อไหร่ที่มันจะมีปัญหา รู้ไหมว่ามีคนมาทำแบบนี้กันเยอะมาก ที่เยอะเพราะไม่มีใครรู้ว่า มันไม่ดี มันมีผลเสียอย่างไร" น้ำเสียงที่เจือความกังวล

"จริงๆ แล้วใครๆ ก็กลัวตาย กลัวเป็นโรค กลัวต้องเสียเงินกันทั้งนั้น ถ้ารู้ว่าทำไปแล้วต้องมาอมความทุกข์ภายหลัง คงไม่มีใครไปทำกันหรอก อยู่แบบเดิมดีกว่า" เบียร์กล่าวทิ้งท้ายไว้


ด้าน น.พ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า อย.อนุญาตให้นำเข้าซิลิโคน เพียง 2 ประเภทคือ
1. ซิลิโคนเต้านมเทียม
2. ซิลิโคนบริสุทธิ์ใช้ผ่าตัดรักษาโรคตา

ส่วนซิลิโคนเหลวหรือคลอลาเจนซึ่งมีลักษณะใส ไม่มีสีไม่มีกลิ่นนั้นมีองค์ประกอบของซิลิโคนออกวิเจน และสารออแกนิกส์กรุ๊บ อย.ไม่อนุญาตให้นำเข้า เพราะยังไม่สามารถประเมินความปลอดภัยของสารดังกล่าวได้

ขณะเดียวกันก็ยังไม่มีผู้ขออนุญาตนำเข้าอย่างถูกต้อง แสดงว่าที่มีฉีดกันนั้นเป็นการลักลอบนำเข้า ขณะนี้ได้สั่งการ ให้สารวัตรอาหารและยาตามด่านท่าอากาศยานต่างๆ ให้ตรวจสอบสินค้าประเภทนี้แล้ว เพราะปกติด่านอาหารและยา จะเฝ้าระวังยาเสพติด ยารักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และยาอันตรายจากต่างประเทศไม่เคยเฝ้าระวังซิลิโคนเลย แต่ต่อไปนี้จะเข้มงวดให้มากขึ้น

ซิลิโคนเหลวมีอันตรายมากกว่าซิลิโคนแบบเต้านมเทียม ซิลิโคนเต้านมเทียมหากติดเชื้อจำเป็นต้องผ่าตัดเอาออกอย่างน้อย อวัยวะบริเวณดังกล่าวก็ไม่กระทบกระเทือนหรือผิดรูป เพราะซิลิโคนถูกบรรจุอยู่ในภาชนะที่มีรูปร่างชัดเจน ไม่แตก ไม่รั่วซึม หรือถ้าเกิดแตกขึ้นมาจริง ซิลิโคนดังกล่าวเป็นสารเฉื่อย จึงไม่มีอันตรายต่อเนื้อเยื่อภายในร่างกาย ซึ่งต่างจากซิลิโคนเหลว ถ้าผู้ให้บริการผ่าตัดทำให้มีการติดเชื้อขึ้นมาจะทำให้อวัยวะที่ผ่าตัดนั้นๆ อักเสบ หรือถ้าติดเชื้อขึ้นมากก็จะทำให้เกิดการผิดรูป ผิดโครงสร้างไปจากเดิม เป็นทุกข์มากกว่าเดิม

ขอเตือนผู้ที่ต้องการผ่าตัดเสริมสวย ถ้าจำเป็นต้องทำจริงๆ ขอให้เลือกทำกับแพทย์ปริญญาหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ และควรเลือกทำกับโรงพยาบาลมากกว่าที่จะทำกับแพทย์ตามคลินิก หรือร้านเสริมสวย สถาบันความงามต่างๆ เพราะสถานที่นั้นๆ อาจมีความเสี่ยงสูง เพราะเคยมีมาแล้วที่ลูกค้าไปผ่าตัดดึงหน้า แล้วแพ้ยาชาขึ้นมา แม้จะทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็จริง แต่ถ้าคลินิกนั้นไม่มีเครื่องมือที่ครบครัน บางทีก็อาจจะช่วยเหลือไม่ทันท่วงที ต้องเสียชีวิตไปก็มี

ดังนั้นผู้ที่มีซิลิโคนประเภทนี้ไว้ในครอบครองมีความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 250,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนบุคคลที่นำไปฉีดให้ผู้อื่นจะถือว่า ใช้ผลิตภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจะมีความผิดอาญา และถูกแพทย์สภาเล่นงานได้ ฐานะประกอบวิชาชีพ โดยไม่ได้รับอนุญาต

ร้อยเตือน พันเตือน จากหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ อย่างกระทรวงสาธารณสุขที่ได้ออกมาชี้และให้ความรู้ในเรื่อง โทษของการใช้สารเคมีหรือสิ่งแปลกปลอมชนิดต่างๆ เข้าสู่ร่างกายนั้นเป็นอันตรายมากน้อยแค่ไหน หรือหมื่นตัวอย่าง ที่เห็นคนรอบข้างได้รับบทเรียนอันโหดร้ายจากการกระทำ ในรูปแบบเดียวกันคงจะไม่เป็นผล

หากแต่ความไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ ยังคงคุกกรุ่นอยู่ในหัวใจของคน


รู้ทัน "สารเหลว-ซิลิโคน"

ซิลิโคนเป็นสารชนิดหนึ่งมีหลายสถานะหลายรูปแบบ ทั้งเป็นเจลเป็นน้ำเหลวเป็นแผ่นทั้งอ่อนทั้งนุ่ม สำหรับซิลิโคนที่ใช้ในทางการแพทย์เป็นซิลิโคนบริสุทธิ์ เรียกศิลิโคนชนิดนี้ว่า เมดิคัล เกรด ซิลิโคน มีทั้งเป็นของแข็ง หรือของเหลวขึ้นกับชนิดของงานที่ใช้ในงานด้านศัลยกรรมตกแต่ง จะนำมาใช้ในการเสริมอวัยวะต่างๆ เพื่อความสวยงามโดย การสอด การฝัง เข้าไปในร่างกาย

สารชนิดนี้มีคุณสมบัติพิเศษกว่าสารเคมีชนิดอื่นๆ คือ จะเป็นสิ่งแปลกปลอมที่สามารถอยู่ได้ทนทานในร่างกายนานกว่าสารชนิดอื่นๆ ร่างกายจะไม่เกิดการตอบสนองให้ร่างการส่วนที่ถูกฝัง เจ้าสารชนิดนี้ไว้เกิดอาการอักเสบหรือเป็นหนองขึ้น

แต่ก็ไม่เสมอไป นอกจากซิลิโคนแล้วยังมีสารอื่น ที่สามารถใช้แทนได้เหมือนกันเช่น สารพวกกระดูกเทียม โพลี่เอดเทอรีนเทพลอน เทนทาลัม โลหะบางปะเภทที่เป็นส่วนผสมของ ทิเทเนียม โครเมียม โคบอลด์ สเตลเลต ฯลฯ แต่เนื่องจากซิลิโคน เป็นสารที่มีราคาถูก สามารถจัดรูปร่างได้ง่าย และมีความยืดหยุ่นสูง จึงเป็นที่นิยมในงานทางด้านศัลยกรรมตกแต่งมากกว่าสารประเภทอื่น พบว่าในร่างกายของเราจะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสารซิลิโคน โดยร่างกายจะสร้างเยื่อพังผืดหนาๆ มาคลุมรอบๆ ซิลิโคนตามรูปทรงของซิลิโคน ปรากฏการณ์เช่นนี้แหละที่ทำให้มันอยู่ในร่างกาย แต่พบว่าความยืดหยุ่นของผิวหนังบริเวณนั้นจะเสียไป ซึ่งจะมีผลอย่างมาก หากเป็นซิลิโคนเหลวที่ฉีดเข้าไปในเนื้อเยื่อที่อ่อนนุ่ม เพื่อเสริมให้นูนขึ้น เช่น ใบหน้า แก้ม ตาล่าง รอยย่นในใบหน้า รอยตีนกา ทรวงอก อวัยวะเพศทั้งชายและหญิง

ผลก็คือที่เมืองไทยเรามีคนนำซิลิโคนเหลวที่ใช้ฉีด โดยแพทย์ที่ไม่รู้จริงหรือบุคลากรที่ไม่ใช้แพทย์ที่มีพฤติกรรม ในการให้บริการตรงถึงตัวกับ ดารา นักแสดง นายแบบ นางแบบ ฯลฯ ที่อาจจะถูกหลอกโดยอาศัยคนเชียร์ และการกล่าวอ้างถึงสรรพคุณและการฉีดสารเหล่านี้เป็นการฉีด ที่ทำนอกสถานพยาบาลและเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

และผลระยะยาวที่เห็นได้ชัดเจนคือ การเห็นเนื้อเยื่อบริเวณที่นูนเป็นตะปุ่มตะป่ำ และดูใสผิดปกติ มีเส้นเลือดฝอยเกิดขึ้นอย่างผิดปกติ เนื่องจากสารเหล่านี้ มีการคืบคลานตามแรงโน้มถ่วงของโลก จึงทำให้มีการไหลของซิลิโคน ไปยังตำแหน่งที่ไม่ต้องการและเกิดรูปทรงผิดรูปไป เนื้อเยื่อที่เคยอ่อนนุ่มก็กลับแข็งผิดธรรมชาติ ใบหน้าหรืออวัยวะเพศอาจยื่นบุ๋มตะปุ่มตะปั่มผิดรูปทรงและใช้งานไม่ได้

ในปัจจุบันได้มีวิธีการรักษาผลแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น โดยใช้สารสกัดจากพืชบางชนิดหรือสังเคราะห์ฉีดเข้าไป ยังตำแหน่งที่มีปัญหาเพื่อทำให้พังพืดและเนื้อเยื่อเหล่านี้นุ่มลงบ้าง โดยใช้กรรมวิธีที่คล้ายกับการรักษา เซลลูไลต์ในคนอ้วน โดยฉีดสารบางชนิด (Antidose) เข้าไปเพื่อลดเซลลูไลต์ ซึ่งเรียกวิธีการรักษาแบบนี้ว่า เมทโซเทอเปีย (Mesoterapia) ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในยุโรปและละตินอเมริกาในขณะนี้ ปกติเรามีวิธีการที่สามารถลบริ้วรอยบนใบหน้าโดยวิธีอื่นที่ปลอดภัยมาก เช่น การใช้วิธี การลอกผิว (chemical peeling) การใช้แสงเลเซอร์ การฉีดสารโบทอก การใช้เวชสำอางบางประเภท แต่ก็มีการลักลอบฉีดซิลิโคนอยู่เนื่องจากราคาถูก และเห็นผลในเวลาอันรวดเร็ว

นอกจากซิลิโคนแล้วในปัจจุบันยังมีการใช้สารคอลลาเจน ที่ผสมสารเฉื่อยเข้าด้วยกัน ฉีดเข้าไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ เพื่อหวังผลเรื่องความสวยงามถึงแม้ว่าสารดังกล่าว จะเกิดปฏิกิริยาแพ้น้อยกว่าซิลิโคน แต่ก็ยังสามารถเกิดผลข้างเคียง ดังที่กล่าวมาแล้วได้ เนื่องจากสารเหล่านี้เป็นโปรตีนที่สกัด มาจากสัตว์ผสมกับสารกลุ่มโพลีเมอร์และใช้ปริมาณมาก ในการฉีดแต่ละครั้งจึงอาจเกิดปฏิกริยาทางอิมมูนวิทยาชนิดที่ 4 (delay type) ซึ่งก่อให้เกิดตุ่มเล็กๆ คล้ายสิวเกิดขึ้นตามรอยฉีดที่แก้ไม่หาย ต้องใช้กรรมวิธีในการผ่าตัดออก ซึ่งจะก่อให้เกิดรอยแผลชนิดถาวรตามมา

ดังนั้นการฉีดสารซิลิโคนหรือสารคลอลาเจนประเภทนั้น หากผู้ฉีดโดยไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ที่มีอยู่จำนวนมาก ด้วยเหตุที่คนไทยเชื่อคนง่าย ไม่เสียดายเงิน และไม่มีการศึกษาผลที่ตามมาอย่างถ่องแท้ แม้ว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก และไม่มีวิธีแก้ผลแทรกซ้อนได้

วิธีการทางศัลยกรรมอาจสามารถแก้ปัญหาอย่างได้ผล แต่ในรายที่เป็นมากๆ การเลาะเอาสารซิลิโคนออก ก็อาจจะทำลายเส้นประสาทที่เลี้ยงกล้ามเนื้อไป มีผลให้เกิดเป็นอัมพาตบนใบหน้า กลายเป็นใบหน้าที่ไร้รอยยิ้ม หรือหัวเราะไปตลอดชีวิต โดยเฉพาะหากแก้ไขกับแพทย์ ที่ไม่มีประสบการณ์ในงานแก้ไขสิ่งเหล่านี้


ขอบคุณหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600