มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam



เด็กกับการทำฟันครั้งแรก

ท.ญ.วิริยา ออประยูร


ตั้งแต่ทำฟันเด็กมาไม่รู้กี่ร้อยกี่พันราย ก็เห็นจะมีวันนี้แหละค่ะ
...ที่หมอพิมรู้สึกเหนื่อยใจและสงสารเด็กเป็นที่สุด
จึงอยากเล่าให้คุณแม่ทั้งหลายฟังไว้เป็นข้อคิดเตือนใจสักนิดนะคะ

น้องบีเพิ่งจะมาทำฟันเป็นครั้งแรก เธอเป็นเด็กหญิงตัวน้อยๆ ที่หน้าตาน่ารักเป็นที่สุด ตากลมๆ ผมดำเงางาม หมอพิมแอบมองตั้งแต่คุณแม่พาน้องบีเข้ามาที่คลินิกแล้ว แต่พอเริ่มเดินเข้ามาในห้องทำฟัน และเห็นหน้าหมอพิมเข้าเท่านั้น น้องบีก็ร้องไห้สุดเสียง เธอร้องวี๊ดๆ ราวกับจะถูกเชือด ปากก็ร้องว่า "ไม่เอา ไม่เอา ไม่ทำฟัน หนูกลัว"

เธอดิ้นจนคุณแม่เริ่มโมโห จึงขู่ลูกต่อหน้าหมอพิมทันที ว่า
"น้องบีงอแงแบบนี้คุณแม่จะให้คุณหมอถอนฟันหมดปากเลย"
เท่านั้นแหละคะ ก็ราวกับโลกจะถล่มทลาย น้องบีวิ่งวนไปรอบๆ ห้องทำฟัน ร้องวี๊ดๆ โดยมีคุณแม่วิ่งไล่ตาม หมอพิมจึงรีบห้ามทัพแล้วก็พอจะเข้าใจว่า ทำไมน้องบีผู้น่าสงสารจึงเป็นแบบนี้ หมอพิมได้เชิญคุณแม่กับน้องบี ออกจากห้องทำฟันก่อน…เห็นทีจะต้องคุยกับคุณพ่อซะแล้ว

คุณพ่อของน้องบีเดินเข้ามาด้วยท่าทางที่ไม่สบายใจอยู่มาก หมอพิมเริ่มต้นคุยกับคุณพ่อว่า
"น้องบีมีปัญหาเกี่ยวกับฟันเรื่องอะไรเป็นพิเศษไหมคะ"
"มีครับคุณหมอคือฟันหน้าของแกผุเหลือแต่ตอทุกซี่แกปวดฟันมาตลอดแล้วฟันข้างในก็เริ่มผุ ไปมากแล้วครับแกเพิ่งอายุได้ 2 ขวบกว่า ผมสงสารแกเหลือเกินเรื่องของเรื่องก็คือผมกับภรรยาไม่มีเวลา ดูแลลูกเองเลยเราจ้างเด็กมาช่วยเลี้ยงตลอด แกมักจะอยู่กับยายมากกว่า นี้เพิ่งมาเปิดปากลูกดูชัดๆ วันนี้ ถึงได้ทราบว่าฟันแกผุเน่าไปหมดเกือบทั้งปาก"

"ค่ะ คือตอนนี้นะคะ ปัญหาที่หมอคิดว่าหนักกว่าเรื่องฟัน คุณพ่อคงเห็นแล้วว่า น้องบีเธอกลัวมากจนผิดปกติ ซึ่งหมอเดาได้เลยว่า แกถูกขู่อยู่ตลอดเวลา เกี่ยวกับเรื่องการทำฟัน คุณพ่อเองเคยทราบเกี่ยวกับการขู่เด็กมาบ้างหรือเปล่าคะ"
"อ๋อครับ คือ ภรรยาผมเธอไม่ทราบน่ะครับ เธอเห็นว่าทุกวันนี้ฟันหน้าของลูกหลอหมด จึงเอาเรื่องนี้มาพูดบ่อย คือขู่ว่าจะให้หมอถอนฟันบ่อยมาก เช่น ถ้าหนูไม่ไปโรงเรียนจะจับให้หมอถอนฟันที่ผุๆ นี่ออกให้หมด อะไรทำนองนี้"

"เรื่องนี้หมอคงต้องขอความร่วมมือจากคุณพ่อช่วยชี้แจงให้คุณแม่ฟังด้วยนะคะว่า การขู่เด็กแบบนี้เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเป็นที่สุด เพราะจะทำให้เด็กมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการทำฟัน และยิ่งมีความกลัวหมอฟันมากเท่าไร ผลร้ายจะเกิดกับเด็กมากเท่านั้น คือ แกจะกลายเป็นเด็กที่กลัวการทำฟันจนเกินเหตุ ทำให้หมอไม่สามารถทำฟันให้ได้เลย แกจะไม่ยอมแม้แต่จะเปิดปากให้ดู ยิ่งไม่ได้ทำการรักษาสภาพฟันก็จะยิ่งเลวร้ายเป็นทวีคูณ
คุณพ่อคงจะเข้าใจนะคะว่าการทำฟันให้เด็กนั้นเป็นเรื่องยากมาก เพราะเด็กต้องให้ความร่วมมืออย่างดี จึงจะทำฟันได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม เดี๋ยวหมอจะพยายามช่วยนะคะอย่างน้อยวันนี้อยากให้แก ทำความรู้จักกับหมอและเก้าอี้ทำฟันรวมทั้งเครื่องมือบางชิ้นก่อน แล้ววันหลังหมอจะค่อยๆ คุยให้แกทำฟันจนได้"

หมอพิมให้คุณพ่อออกไปเกลี้ยกล่อมน้องบีให้เข้ามาคุยกับหมอพิม หมอพิมทั้งปลอบทั้งเล่าเรื่องสนุกๆ ให้ฟัง จนน้องบีชักติดใจ จึงชวนน้องบีขึ้นลองนั่งบนเก้าอี้ทำฟัน น้องบียังให้สัญญาว่า คราวหน้าจะเริ่มทำฟันกันแล้ว

หมอฟันจึงเชิญคุณแม่เข้ามาบ้าง คุณแม่คงจะได้คุยกับคุณพ่อมาบ้าง เข้ามาจึงขอโทษหมอพิมใหญ่เลย ที่ไปขู่ลูกเรื่องทำฟันตลอด เธอรู้เท่าไม่ถึงการณ์แท้ๆหมอพิมจึงถือโอกาสอธิบายเรื่องการดูแลช่องปากของลูก ให้ฟังตอนนี้น้องบียังติดขวดนมอยู่เลยและคุณแม่ก็ไม่ได้สอนให้หัดดื่มนมจากแก้ว

หมอพิมขอบอกคุณแม่ที่ได้อ่านคอลัมน์ของหมอได้ทราบว่า คุณแม่ทุกคนควรให้ลูกดื่มนมจากแก้ว เมื่ออายุประมาณ 7-8 เดือน (คือเมื่อลูกเริ่มนั่งเองได้) สมัยนี้มีถ้วยหัดดื่มจำหน่ายกันมากมาย ลองให้ลูกหัดดื่มอย่างเป็นขั้นตอนนะคะ แล้วดื่มนมก็ให้ตามด้วยน้ำเสมอและทำความสะอาดช่องปาก ให้ลูกทุกวันตั้งแต่หลังคลอด (ตามที่หมอพิมเขียนอธิบายไว้ในตอนที่แล้ว) นอกจากนี้ถ้าจะให้ดี คุณแม่ควรปรึกษาทันตแพทย์ในท้องที่ของท่านเรื่องการให้ฟลูออไรด์แก่ลูกเพราะในแต่ละแห่ง มีปริมาณฟลูออไรด์ในน้ำดื่มไม่เท่ากันทันตแพทย์เท่านั้นที่จะทราบว่าลูกของคุณ ควรได้รับฟลูออไรด์ปริมาณเท่าใด

อีกเรื่องที่สำคัญคือ การดูแลการแปรงฟันให้ลูกโดยช่วงที่ลูกยังแปรงเองไม่เป็น คุณแม่ต้องแปรงให้ และแม้จะเริ่มแปรงได้เอง คุณแม่ยังต้องคอยเช็กดูและแปรงซ้ำให้เสมอ

จากการศึกษาพบว่า เด็กอายุ 7 ปีขึ้นไป จึงจะพร้อมที่จะแปรงฟันเองได้ แต่คุณแม่ก็ยังต้องเช็กดูเป็นครั้งคราวว่า สะอาดดีหรือไม่และประการสุดท้ายเรื่องใหญ่เชียวนะคะ คือ ต้องปลูกฝังทัศนคติที่ดีในการทำฟันให้แก่ลูก ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะขี้กลัวขนาดไหน ก็ต้องพยายามคุยกับลูกในทางที่ดีเกี่ยวกับการทำฟัน อย่าขู่ลูก เอาหมอฟันไปเป็นคล้ายตัวทำโทษลูก ขอให้คุยเฉพาะด้านที่ดี ว่าคุณหมอจะทำให้ฟันลูกสวย ยิ้มออกมาก็น่ารัก มีฟันแข็งแรงทานข้าวทานขนมได้ดี

ถ้าทำตามที่หมอพิมเล่ามาละก็รับรองว่า ลูกรักของคุณจะมีฟันที่แข็งแรงสวยงาม ข้อสำคัญ ไม่ต้องทรมานจากการปวดฟันด้วย ใครๆ ก็อยากเห็นลูกของตัวเองฟันสวยทั้งนั้น ใช่ไหมละ


[ ที่มา... นิตยสารแม่และเด็ก   ปีที่ 23 ฉบับ 333 พฤศจิกายน 2542 ]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600