มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 21 ฉบับที่ 311 มกราคม 2541]

การตรวจสุขภาพฟัน

ครั้งแรกสำหรับเด็ก เวลาเป็นตัวแปรสำคัญ

ท.ญ.ดร.ชมพูนุช จิตรปฏิมา


พ่อแม่หลายรายที่มีลูกอายุ 1-3 ขวบ มักจะคิดว่าลูกยังเล็กมาก ยังไม่ถึงเวลาจะพาไปหาทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพปากและฟัน บางรายคิดว่าฟันน้ำนมอยู่ไม่นาน ถ้าฟันผุหรือหักไปก็ไม่เป็นอะไร เพราะฟันแท้จะขึ้นมาแทนที่จึงไม่ค่อยเคร่งครัดนัก บางครั้ง คิดจะพาลูกไปพบทันตแพทย์ แต่พอมีธุระหรือคิดอยากจะไป พักผ่อนวันหยุดก็มักเปลี่ยนใจบ่อยๆ "ผลัดไว้ก่อน วันหลังค่อยไปก็ได้"

จากข้อมูลที่ได้มีการศึกษาพบว่า หากเด็กได้รับ การตรวจสุขภาพของช่องปากและพบตั้งแต่เนิ่นๆ จะไม่ค่อยมีปัญหา เรื่องโรคฟัน สมัยนี้ทันตแพทย์มักแนะนำให้ท่าน พาลูกหลานอายุ 1 ขวบ หรือเมื่อฟันน้ำนมเริ่มขึ้น มาตรวจสุขภาพของช่องปาก การรอให้เด็กอายุครบ 3 ขวบ แล้วจึงพามาพบทันตแพทย์ อาจไม่ทันการที่จะป้องกันโรคในช่องปาก เนื่องจากฟันน้ำนม จะขึ้นมาครบ 20 ซี่ ในช่วงอายุ 2-2 1/2 ขวบ

พ่อแม่สมัยใหม่มีแนวโน้มที่จะให้ความสนใจกับการป้องกัน โรคฟันของลูกมากขึ้น และอยากให้ลูกมีสุขภาพช่องปากดีปราศจากโรค ในกลุ่มเด็กเล็กจำนวนไม่น้อยที่เสี่ยงต่อการเกิดฟันผุ เนื่องจาก ดูดนมขวดจนหลับไป การประเมินว่า เด็กจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรค ในช่องปากและฟัน อาศัยพิจารณาข้อมูลต่างๆ เช่น ประวัติสุขภาพร่างกาย สภาพสังคม อาหารที่ชอบรับประทาน ตรวจเชื้อในปาก การรักษาความสะอาดในช่องปาก การตรวจฟัน

Bacteria ในปากของเด็ก เริ่มตั้งแต่ทารกแรกเกิด หายใจเข้าวินาทีแรกที่คลอดจากครรภ์มารดา และเชื้อ Bacteria เหล่านี้จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นขณะที่ฟันน้ำนมโผล่ขึ้น มาเหนือเหงือก โดยเฉพาะเชื้อ Streptococci Mutans พบในเด็กอายุ 19-31 เดือน ฟันเด็กเริ่มผุในวัยก่อนเข้าเรียน ข้อสำคัญคือ เด็กที่ฟันผุตั้งแต่เล็กมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุ ขณะที่มีฟันแท้ด้วย โดยเฉพาะหากเด็กรับประทานอาหาร ที่มีแป้งและน้ำตาลสูงบ่อยๆ

พ่อแม่มักจะตามใจลูกเพราะความสงสารเมื่อเห็นลูกติดขวดนม หรือถ้าลูกอารมณ์หงุดหงิด ร้องไห้ไม่ยอมนอนหลับ เป็นสาเหตุให้เกิดฟันผุ โดยเฉพาะด้านในของฟันบนจากการย่อยสลายน้ำตาลในนมโดย Bacteria แปรสภาพในช่องปากให้เป็นกรดซึ่งทำลายผิวเคลือบฟัน

การใช้ฟลูออไรด์มีประโยชน์ในการต่อต้านฟันผุ ตามปกติ เด็กมักได้รับน้ำดื่มจากน้ำบรรจุขวด หรือน้ำจากเครื่องกรองน้ำที่บ้านเป็นหลัก ซึ่งไม่มีฟลูออไรด์ กุมารแพทย์จะสั่งฟลูออไรด์ชนิดเม็ดหรือน้ำ โดยมิได้ทำการตรวจสอบสภาวะของน้ำดื่มจากแหล่งที่เด็ก ได้รับว่ามีปริมาณฟลูออไรด์ตามธรรมชาติมากหรือน้อยกว่า เกณฑ์ที่ปลอดภัย และเป็นประโยชน์ ฟลูออไรด์ : น้ำ ในอัตราส่วน (1 : 1,000,000 ส่วน)

ในช่วงอายุ 18-36 เดือน เป็นระยะที่ผิวเคลือบฟัน (Enamel) มีความไวต่อการดูดซึม Fluoride หากได้รับในปริมาณมากเกินไป จะทำให้ฟันด่างเป็นจุดสีน้ำตาลที่เรียกว่า Fluorosis ดังนั้น พ่อแม่ของเด็กควรปรึกษาแพทย์ เพื่อคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ Fluoride ผสมน้ำให้ลูกดื่มหรือรับประทานชนิดเม็ด
เด็กอายุ 1-2 ขวบ ใช้ฟลูออไรด์ 0.25 mg
เด็กอายุ 2-3 ขวบ ใช้ฟลูออไรด์ 0.50 mg
วันละ 1 ครั้ง

การดูดนิ้ว ผ้า หรือของเล่น เป็นเรื่องปกติของเด็ก ซึ่งจะค่อยๆ ลดพฤติกรรมลงเมื่อเด็กเริ่มโตขึ้นอายุประมาณ 6 ขวบ หากพฤติกรรมการดูดนิ้วยังไม่เลิก เป็นผลให้ฟันหน้าบนและล่าง สบกันไม่ถึงเกิด ช่องโหว่เวลากันฟันหรือมีการพัฒนาของกระดูกขากรรไกร ผิดปกติ ทันตแพทย์สามารถให้การช่วยเหลือป้องกันผลเสีย ที่จะเกิดตามมาหากพ่อแม่ของเด็กมาปรึกษาทันตแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ

เด็กส่วนมากจะมีการเสี่ยงต่อการเกิดโรคในช่องปาก เมื่ออายุครบ 1 ขวบ การมาพบทันตแพทย์ครั้งแรกของทารก จะเป็นไปอย่างนุ่มนวล ไม่น่ากลัว พ่อแม่ของเด็กจะได้รับคำแนะนำในการดูแลช่องปากและฟันของลูก ไปปฏิบัติที่บ้าน

ในยุคปัจจุบัน การเริ่มต้นดูแลสุขภาพฟันของลูก ตั้งแต่อายุได้ 1 ขวบ กำลังเป็นที่นิยมปฏิบัติในประเทศด้อยพัฒนา นับเป็นการป้องกัน ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่าในแง่เศรษฐกิจ เพราะสามารถช่วยประหยัด ค่าใช้จ่ายในการบำบัดรักษาปัญหาสุขภาพของช่องปากและฟันในระยะยาว

ทญ.ดร.ชมพูนุท จิตรปฏิมา


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600