มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 20 ฉบับที่ 304 มิถุนายน 2540]

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวยอดฮิต

ภ.ญ.ยุวดี หงส์รัตนาวรกิจ


เป็นที่ทราบกันดีว่าการมีสุขภาพดีเป็นจุดสำคัญของการมี "ผิวสวย" แต่ในสังคมปัจจุบันไม่เอื้ออำนวยต่อการมีสุขภาพดีเท่าใดนัก ทั้งนี้เพราะ การมีสุขภาพดีต้องเริ่มจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่างเพียงพอ, การพักผ่อนนอนหลับอย่างเพียงพอ รวมถึงการออกกำลังกาย ให้เพียงพอด้วย แค่ปัจจัยแรกก็เป็นเรื่องยากสำหรับคุณแม่ยุคใหม่ ที่รักษาหุ่นให้แลดูเพรียวอยู่เสมอ

ดังนั้นทุกท่านจึงหันมารับประทาน "ยาบำรุง" กันขนานใหญ่ หรือไม่ก็หาซื้อครีมบำรุงผิว ที่โฆษณากันว่าช่วยให้ผิวสวยทั้งหลาย มาใช้กันโดยไม่ศึกษาข้อเท็จจริงให้ถ่องแท้ จึงมีหลายท่าน "เสียเงินฟรี ๆ " กับการซื้อครีมบำรุงผิวสารพัดรูปแบบ แต่รอยเหี่ยวย่นก็ยังไม่จางหายเสียที

ฉบับนี้จึงข้อกล่าวถึง "ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวยอดฮิต" ในปัจจุบัน เพื่อให้คุณแม่ทุกท่านมีข้อมูลในการตัดสินใจเลือกใช้ ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด

สารตัวแรกที่นิยมนำมาผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกันมากก็คือ สารแอลฟาไฮดรอก ซี แอซิด (Alpha Hydroxy Acid) หรือที่เรียกกันย่อๆ ว่า AHA เนื่องจากค้นพบว่า กรดชนิดนี้มีประสิทธิภาพเมื่อใช้กับผิวหนัง โดยเฉพาะผิวที่แห้งอย่างรุนแรง มีคุณสมบัติช่วยเพียงความนุ่มและความตึงของผิว ลดการเปลี่ยนสีผิว และจุดด่างดำที่เกิดจากอายุขัยมาก

เนื่องจากเมื่อมนุษย์เรามีอายุมากขึ้น ขั้นตอนในการลอกออกของผิวหนังจะช้าลง สาร AHA จะช่วยละลายเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ซึ่งยึดอยู่ระหว่างเซลล์ที่ตายแล้ว กับผิวหนังชั้นกลางทำให้เซลล์ผิวหนังชั้นบนสุดซึ่งเป็นเซลล์ที่ตายแล้ว ลอกออกอย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ

นอกจากนี้พบว่า AHA ยังช่วยในการขับน้ำคัดหลั่งของต่อมเหงื่อ ทำให้รูขุมขนไม่อุดตัน เมื่อมีเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนเซลล์เก่า ทำให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์ลง ลดริ้วรอยย่นเล็กๆ เมื่อใช้ติดต่อกันนานๆ จะทำให้ผิวหนังดูเรียบขึ้นและทำให้ผิวหนังสะท้อนแสงสม่ำเสมอแลดูสุขภาพ ผิวดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนมาปกป้องผิว จากมลพิษต่าง ๆ ยิ่งไปกว่านั้นนักวิทยาศาสตร์ยังพบว่ากรด AHA ยังช่วยขจัดสิวอุดตันและทำความสะอาดรูขุมขน ขจัดปัญหาน้ำมันและสิวบนผิวหนัง และยังช่วยป้องกันอันตรายจากสารชะล้างผิวหนังที่ใช้กันอยู่ได้อีกด้วย

สาร AHA ป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในอาหารเป็นส่วนใหญ่ เช่น กรดซิตริกในมะนาว, กรดทาร์ทาร์กในองุ่น, กรดแลกติกในนมเปรี้ยว หรือกรดไกลโคลิกในอ้อย เป็นต้น แต่เดิมเราใช้สาร AHA เป็นสารช่วยปรับความเป็นกรด-ด่างของเครื่องสำอาง แต่ปัจจุบัน กลายเป็น "จุดขาย" ของเครื่องสำอางมากกว่า โดยเริ่มแพร่หลาย ในเมืองไทยเมื่อประมาณ 5-6 ปีก่อน โดยเป็นจุดขายของครีมสำหรับทาผิว ในตอนกลางคืนเพื่อการบำรุง หรือครีมทาผิวเพื่อสร้างความชุ่มชื้น ในตอนกลางวัน (DAY CREAM) ครีมทาตา, ครีมทามือและลำตัว ครีมรองพื้นก่อนแต่งหน้า ครีมขัดผิวหรือเครื่องสำอางถนอนผิวต่าง ๆ

เนื่องจาก AHA มีคุณสมบัติเป็นกรด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี AHA ในความเข้มข้นต่ำๆ ไม่เกิน 5% สำหรับทาผิวที่อ่อนโยนเช่น ผิวหน้า และไม่ควรเกิน 10% สำหรับผลิตภัณฑ์ทามือและตัว โดยใช้เป็นประจำทุกวัน แต่ต้องหมั่นสังเกตผลข้างเคียงของ AHA คือทำให้ผิวหนังแดง ระคายเคืองง่าย ดังนั้นไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผสม AHA กับเนื้อเยื่ออ่อน ผิวหนังที่เพิ่งผ่านการโกนหรือผ่านการตากแดด ทางที่ดีที่สุดก็คือ ทดสอบก่อนใช้ โดยทาผลิตภัณฑ์ลงบนท้องแขนแล้วปิดด้วยผ้าพันแผล สังเกตว่ามีอาการแพ้หรือไม่ ถ้ามีผื่นแดงหรือคันให้หยุดใช้ทันที

สารยอดฮิตอีกตัวที่จะกล่าวถึงคือ "วิตามินอี" ซึ่งมีคุณสมบัติ แทรกซึมลงไปในผิวหนัง เข้าไปในเส้นผมและเล็บได้ เพื่อใช้ในปริมาณที่เหมาะสม จะปลอดภัยไม่มีผลข้างเคียง
พบว่าวิตามินอีช่วยบำรุงให้ผิวหนังชุ่มชื้น ช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง ป้องกันอันตรายที่เกิดจากรังสีอัตราไวโอเลต ทั้งนี้เพราะแสงแดด เป็นตัวการสำคัญที่จะทำให้ผิวหนังแก่ก่อนวัย โดยแสงแดด กระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังเกิด Free radical ซึ่งถ้ามีจำนวนมาก จะทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น ดังนั้นวิตามินอีจะช่วยป้องกันการเกิด Free radical จึงช่วยชะลอความแก่ลง นอกจากนี้ Free radical ยังเกิดจากการออกกำลังกายมากเกินไป เครียดมากไป หรือเกิดจากเอนไซม์ชนิดต่างๆ

พบว่าวิตามินอีปริมาณเข้มข้น 5% จะช่วยลดปริมาณเอนไซม์ จึงมีผลให้ Free radical ลดลงด้วย นอกจากนี้วิตามินอี ยังให้ความชุ่มชื้นต่อผิว เพราะคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ จึงเหมาะกับผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหนังและผิวขาดสมดุลและวิตามินอี ยังช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง โดยการเพิ่มการไหลเวียน ของโลหิต ทำให้ผิวหนังสุขภาพดีขึ้น

เนื่องจากวิตามินอีสามารถแทรกซึมไปในเส้นผมได้ จึงมีผู้นิยมให้อนุพันธ์ของวิตามินอี คือ วิตามินแพนทีนอล (Panthenol) มาผสมในยาสระผมและครีมนวดผมกันมาก เพราะแพนทีนอล จะช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่เส้นผมและหนังศีรษะ โดยแทรกซึมเข้าไปในผิวหนัง และช่วยรักษาระดับน้ำในเซลล์ ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นเป็นเวลานาน เคยมีผู้ทดลองประเมินความสามารถในการติดอยู่บนเส้นผมของแพนทีนอล พบว่าจะติดค้างอยู่บนเส้นผมและหนังศีรษะได้นานหลังจากการใช้ติดต่อกัน 5 ครั้งขึ้นไป

ส่วนการใช้วิตามินอีให้ได้ผลนั้นขึ้นกับปริมาณของวิตามิน ที่ผสมในผลิตภัณฑ์ ปริมาณที่เหมาะสมคือ 5% สำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และความเข้มข้น 1% สำหรับการปรับเส้นผม ดังนั้นก่อนที่คุณแม่ทุกท่าน จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผสมวิตามินอีควรพิจารณาความเข้มข้นที่เหมาะสมด้วย โดยดูที่ฉลากกำกับผลิตภัณฑ์ ซึ่งโดยทั่วไปจะระบุมาในรูปของ วิตามินอีหรือวิตามินอีอะซิเตต สำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ส่วนผลตภัณฑ์บำรุงผมจะระบุในรูปของ แพนทีนอล หรือโปรวิตามินบี-5 (Provitamin B5)

นอกจากในรูปของผลิตภัณฑ์ใช้ภายนอก ยังมีรูปแบบรับประทาน บรรจุในรูปแคปซูลนิ่ม (Soft Gelatin Capsule) กรณีที่ขาดวิตามินอี จะใช้ได้ผลดี ส่วนในชีวิตประจำวันเราได้รับวิตามินอี จากการรับประทานน้ำมันพืชอยูแล้ว ซึ่งจะเพียงพอต่อความต้องการ หรือไม่ขึ้นอยู่กับนิสัยการบริโภคของท่านเอง

ส่วน AHA ชนิดรับประทานนั้นยังไม่มีปรากฏ อาจเนื่องมาจาก ความเป็นกรด ซึ่งการใช้ในปริมาณมากเมื่อรับประทาน จะมีผลต่อกระเพาะอาหาร แต่ท่านสามารถได้รับ โดยการรับประทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่นองุ่น มะนาว แอปเปิ้ล อ้อย ส้ม ฯลฯ อย่างสม่ำเสมอในปริมาณที่เพียงพอ สุขภาพผิวหนังท่านก็จะดูดี

แต่มิได้หมายความว่าท่านที่ปล่อยให้สุขภาพผิวชำรุดทรุดโทรม เหี่ยวย่นไปก่อนวัยอันควร แล้วหาทางแก้ไขจากรอยเหี่ยวย่น ให้กลับเต่งตึงเหมือนเดิม โดยใช้ AHA และวิตามินอีปริมาณมาก ๆ ก็ไม่ได้ช่วยให้ท่านกลับมามีผิวสาวได้เหมือนเดิม เพียงแต่จะช่วยชะลอมิให้ผิวหนังท่านชราลงไปกว่าเก่า

ดังนั้นท่านที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพผิวต้องรีบแก้ไขเสียแต่เนิ่นๆ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าอย่างเพียงพอ ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ ตลอดจนรักษาจิตใจไม่ให้เครียด และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสมเท่านี้ท่านก็จะมี "ผิวสาว" ตลอดไปนาน ๆ

ภ.ญ.ยุวดี หงส์รัตนาวรกิจ


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600