มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 21 ฉบับที่ 11 พฤศจิกายน 2540]

แอสไพริน ยามหัศจรรย์

หมอพัตร


ในวงการแพทย์ กล่าวกันว่า การค้นพบอันยิ่งใหญ่ในรอบศตวรรษ ที่ผ่านมา น่าจะได้แก่การค้นพบ แอสไพริน

แอสไพรินมีชื่อทางเคมีว่า อะเซทิลซาลิซิลแอสิค เป็นสารประกอบในตระกูลซาลิซิเลท ที่มีคุณสมบัติโดดเด่น สำหรับบำบัดความเจ็บปวดและลดไข้

เดิมทีซาลิซิเลท เป็นสารที่สกัดได้จากเปลือกของต้นวิลโลว์ อันเป็นพืชที่พบได้ทั่วไปในทวีปยุโรป ในต้นศตวรรษที่ 19 นักเคมีชาวยุโรปสามารแยกสารที่มีคุณสมบัติบำบัดความเจ็บปวด และลดไข้จากเปลือกต้นวิลโลว์ เป็นผลสำเร็จให้ชื่อสารนี้ว่า ซาลิซิน

ความจริงการค้นพบคุณสมบัติแก้ปวดลดไข้ ของเปลือกต้นวิลโลว์ มิใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด เพราะฮิปโปเครตีส บิดาแห่งวงการแพทย์ของโลก เคยให้ผู้ป่วยเคี้ยวเปลือกและใบวิลโลว์ เพื่อแก้ปวดลดไข้มาตั้งแต่เมื่อ 2,200 ปีก่อนแล้ว

สารพวกซาลิซิเลท มาเป็นที่รู้จักและใช้กันแพร่หลาย เมื่อประมาณหนึ่งร้อยปีมานี่เอง เมื่อ เฟลิกซ์ ฮอฟมานน์ นักวิจัยหนุ่มของบริษัทยาและเคมีภัณฑ์ ไบเออร์ แห่งเยอรมนี สามารถสังเคราะห์กรดซาลิซิลิคที่อยู่ตัวและนำออกเผยแพร่ภายใต้ชื่อ แอสไพริน เมื่อ 10 สิงหาคม 1897

ความประสงค์เบื้องแรกของฮอฟมานน์ ก็เพื่อหายา ที่สามารถบำบัดความปวดที่เกิดแก่บิดาของเขา ที่ป่วยเป็นโรครูห์มาติก จนกระทั่งข้อพิการมาเป็นเวลานาน ปรากฏว่ายานี้ใช้ได้ผลดี และแอสไพรินก็ประสบผลสำเร็จอย่างใหญ่หลวง เข้าขั้นที่กล่าวได้ว่าเป็น ยามหัศจรรย์ เพราะไม่เพียงเป็นยาแก้ปวดธรรมดา แต่ยังใช้ลดไข้ รักษาโรครูห์มาติก แก้อาการปวดในโรคเกาต์ สุดท้ายยังอาจนำมาใช้ ป้องกันการเกาะกลุ่มของเกร็ดเลือดได้ผลดีอีกด้วย

แอสไพรินเป็นตัวยาแรก ที่ถูกผลิตออกมาอย่างเป็นกอบเป็นกำ มาตั้งแต่เมื่อร้อยปีก่อนนี้ ในยุคสมัยนั้นยาที่ผลิตกันทีละมากๆ มีเพียงยาควินินกับมอร์ฟีน แต่เพียงชั่วไม่นานภายหลังการค้นพบแอสไพริน ก็ถูกผลิตออกจำหน่ายล้ำหน้ายาเดิมๆ อย่างรวดเร็ว
ทุกวันนี้เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียว แต่ละปีมีการผลิตแอสไพรินออกมาใช้มากกว่า 29 พันล้านเม็ด ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าทีเดียวแหละ

แอสไพรินถูกนำออกใช้เพียงไม่นานก็ได้รับความนิยมอย่างมหาศาล ไม่เพียงใช้แค่แก้ปวดลดไข้ แต่ยังนำไปใช้ในโรคสารพัดอย่าง กล่าวได้ว่า เวลาป่วยไข้ขึ้นมาก็คิดถึงแอสไพรินก่อนยาอื่น ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ เกาต์ เจ็บอก เจ็บคอ ต่อมทอนซิลอักเสบ แม้กระทั่ง หนองในโกโนเรีย และวัณโรคปอด จริงอยู่แม้แอสไพริน ไม่สามารถรักษาโรคได้ทุกชนิด แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยคลายความเจ็บปวด ลดไข้ทำให้สบายขึ้น

คนไทยเรารู้จักแอสไพรินกันมานานแล้ว ถ้าจะหลังชาวยุโรป ก็คงไม่เท่าไหร่ สมัยก่อนนี้ถ้ากล่าวถึงยาแก้ปวดลดไข้ ก็จะนึกถึงแอสไพรินก่อนยาอื่น แอสไพรินมีกลิ่นรสค่อนข้างจะเป็นเอกลักษณ์ คือ เปรี้ยวๆ เฝื่อนๆ หยิบขึ้นดมได้กลิ่นเหม็นเปรี้ยวละก็ไม่ผิด แอสไพรินแน่ๆ ราคาก็ถูก เพียงเม็ดละไม่กี่สตางค์ (สมัยครึ่งศตวรรษที่แล้ว)

ต่อมามีความก้าวหน้าในด้านเภสัชกรรม จึงมีการเพิ่มยาตัวอื่นเข้าไปด้วย เพื่อเร่งการซึมซาบและทำให้สรรพคุณแรงขึ้น ตัวยาที่เติมลงไปได้แก่ ฟีนาเซตินและคาเฟอีน ยาผสมนี้เรียกว่า เอ.พี.ซี. (เป็นตัวย่อของ แอสไพริน ฟีนาซีตินและคาเฟอีน) ส่วนมากมีสีชมพู จึงเรียกกันง่ายๆ ว่า เม็ดยาสีชมพู

ต่อมาเพื่อให้สะดวกแก่การใช้และพกพา บริษัทยาจึงผลิต เอ.พี.ซี. ออกจำหน่ายเป็นยาผงบรรจุซอง กินครั้งละซอง ขายดิบขายดีเป็นที่นิยมใช้ในผู้ใช้แรงงานและชาวนา ชาวไร่ เพราะใช้สะดวก เพียงแต่ฉีกซองแล้วเทใส่ปาก จะดื่มน้ำตาม หรือไม่ก็ตามแต่จะขม ผู้ใช้บอกว่ายามีรสเปรี้ยวฝาด ขับน้ำลายทำให้ชุ่มคอ กินแก้ปวดเมื่อยได้ดี กินบ่อยเข้าก็ชักติด กินวันละหลายครั้ง ราวกับเป็นขนม ไม่ต้องปวดเมื่อย หรือเป็นไข้ก็กิน บางรายกินครั้งละ 2-3 ซองก็มื

ผมเคยคุยกับชาวไร่แถวระยองรายหนึ่ง เขาบอกว่า งานทำไร่ทั้งเหนื่อย ทั้งร้อน เมื่อยปวดเนื้อตัว บางทีร้อนจนไข้ขึ้น ได้ยาซองพวกนี้ช่วย กินแล้วสบายขึ้น ต้องพกติดตัวไว้เสมอ ปวดเมื่อยเมื่อไหร่ฉีกซองเทใส่ปากกลืนโดยไม่ต้องดื่มน้ำ ครู่ใหญ่ๆ ก็หาย ผมก็ได้แต่แนะนำว่า ไม่ดีหรอก ระวังกระเพาะอาหารจะพัง และยังอาจติดยาได้ เขาบอกว่า กินมาหลายปีแล้ว ไม่เห็นเป็นอะไร ไม่กินสิกลับปวดเมื่อย ไม่มีแรงทำงาน ผมบอกว่านั่นแหละเริ่มติดยาแล้ว

แอสไพริน แม้จะมีคุณค่าแต่ก็อาจเป็นผลร้ายได้มากเช่นกัน นอกจากอาการแพ้ยาตามธรรมชาติแล้ว ยังระคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดการอักเสบเป็นแผลเล็กๆ ทั่วไป ถ้าเป็นมากก็ถึงขั้นเลือดออก กเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ทางการจึงต้องออกกฎกระทรวงควบคุม ที่ผสมกับฟีนาซีตินกับคาเฟอีนยิ่งร้ายกว่า ปัจจุบันจึงห้ามการผลิตจำหน่าย อนุญาตเฉพาะที่มีแอสไพรินอย่างเดียว

เมื่อหลายสิบปีก่อน คนคิดสั้นฆ่าตัวตายชอบใช้แอสไพรินกันมาก เพราะหาซื้อง่ายราคาถูก ไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ การใช้แอสไพริน ฆ่าตัวตายทรมานเป็นอย่างยิ่ง ต้องกินเป็นสิบๆ หรือร้อยเม็ด กินแล้วกว่าจะตายยังเจ็บปวดอึดอัด หายใจหอบ เลอะเลือน อาเจียน พวกที่ไม่ได้คิดฆ่าตัวตายจริง เพียงแค่กินประท้วง พอหมอแก้ จนรอดมาได้ก็เข็ดขี้อ่อนขี้แก่ไม่กล้าคิดฆ่าตัวตายด้วยยาตัวนี้อีก เดี๋ยวนี้ไม่นิยมใช้แอสไพรินฆ่าตัวตายกันแล้ว เพราะยาที่ตายง่ายๆ กินง่ายๆ มีอีกแยะ

แอสไพรินมีสรรพคุณเหนือกว่าพาราเซตามอล ยาแก้ปวดแก้ไข้ยอดฮิตในปัจจุบันตรงที่มีฤทธิ์แก้อักเสบด้วย สามารถรักษาข้ออักเสบรูห์มาติกได้ แต่ปัจจุบันนี้รู้สึกว่าจะถูกบดบังรัศมี โดยยากลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (เอนเสด) เกือบหมดแล้ว

เดี๋ยวนี้เราพบว่า แอสไพรินอาจใช้ประโยชน์ในการรักษาและป้องกัน โรคของผู้สูงวัยได้หลายอย่าง เช่น โรคหัวใจโคโรนารี่, โรคหลอดเลือดสมองตีบ, โรคอัลซ์ไฮเมอร์ แม้กระทั่งมะเร็งบางชนิด นายแพทย์ชาลล์ เฮนเนเกน ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประธานคณะกรรมการ วางแผนด้านแอสไพรินบำบัด ที่บอสตัน กล่าวว่า หากคิดเปรียบเทียบ อัตราส่วนระหว่างผลดีผลเสีย กับราคาค่างวดกันแล้ว จะพบว่า แอสไพรินมีคุณค่าสูงกว่ายาอื่นๆ บรรดามีในตลาดขณะนี้

เอฟ.ดี.เอ. หรือ องค์การอาหารและยา ของสหรัฐอเมริกา ออกคำรับรองคุณค่าของแอสไพรินในการใช้รักษาโรคหลายชนิด แอสไพรินในขนาดต่ำใช้ป้องกันอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ในผู้ป่วยที่เคยมีอาการโรคหัวใจรุนแรงมาก่อน หรือในผู้ป่วย ที่มีอาการเจ็บอกแบบแอนไจนา ช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นอัมพาต ในผู้ป่วยที่เคยแสดงอาการหลอดเลือดสมองตีบชั่วคราวได้มาก

อย่างไรก็ตาม ควรคำนึงไว้ด้วยว่า แอสไพรินไม่ใช่ยาวิเศษ ที่จะใช้กันตามสบายราวกับกินวิตามิน เพราะอาจเกิดอาการแพ้ หรือเลือดออกเมื่อไหร่ก็ได้

ศาสตราจารย์นักวางแผนครอบครัวท่านหนึ่งกล่าวแก่นักศึกษา แพทย์สาวๆ ว่า
เชื่อไหมว่าแอสไพรินก็ใช้คุ้มกำเนิดได้ นักศึกษาสาวทำท่าฉงน ท่านจึงกล่าวต่อไปว่า
"ง่ายนิดเดียว เอาแอสไพรินเม็ดหนึ่งหนีบไว้ระหว่างเข่าสองข้างให้แน่น เท่านั้นแหละ จะตั้งครรภ์ได้ก็ให้รู้ไป"

หมอพัตร


ขอบคุณนิตยสารใกล้หมอ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600