มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 22 ฉบับที่ 324 กุมภาพันธ์ 2542]

โรคหอบหืด

พ.ญ.สิรินันท์ บุญยะลีพรรณ



คุณต๋อม ขาเก่าโรคหอบหืดแวะมาหาหมอนิตวันนี้ โรคหอบหืดของเธอยังควบคุมได้ดีด้วยยา สงบกันอย่างนี้มานานแล้ว เธอเล่าให้หมอนิตฟังว่า ยุค IMF นี้ ธุรกิจของเธอซบเซา ชีวิตไม่วุ่นวายยุงเหยิงเหมือนแต่ก่อน เธอว่าไหนๆ ก็ว่างแล้ว มีลูกเสียทีจะดีกว่า เดี๋ยวจะแก่เกินไป แต่ด้วยนิสัยนักธุรกิจ ทำอะไรต้องวางแผน คาดการณ์ล่วงหน้า ต้องประเมินความเสี่ยง ก่อนทำอะไรเสมอเลยอยากจะรู้ว่า

ถ้าเธอตั้งครรภ์ จะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับโรคหอบหืดของเธอ เด็กในท้องจะเป็นอย่างไร จะต้องหยุดยาหรือใช้ยาหอบหืดอย่างไร ในระหว่างตั้งครรภ์ แล้วยาจะมีผลกับเด็กในท้องหรือไม่ สรุปสุดท้าย ตามประสาคนกันเอง ถามกันง่ายๆ ว่า ท้องดี VS ไม่ท้องดี ?

แหมเล่นถามเป็นชุดเลยนะคะ เอาละคะ จะค่อยๆ ตอบ เพราะถ้าตอบเป็นชุดบ้างคงจะจำไม่ทัน หมอนิต เล่าให้คุณต๋อมฟังอย่างนี้ค่ะ

ตัวโรคหอบหืดเองนั้น ถ้าเราควบคุมมันเอาไว้ได้สำเร็จ มันก็ไม่มีพิษสงอะไรต่อทั้งแม่และลูกหรอกค่ะ แต่ถ้าคุมมันไม่อยู่ อาจเกิดปัญหาได้ทั้งต่อแม่และต่อลูกในท้อง
ปัญหาที่อาจเกิดกับแม่ ได้แก่ความดันโลหิตสูง, ครรภ์เป็นพิษ, คลอดก่อนกำหนด
ปัญหาต่อลูก เช่น น้ำหนักตัวน้อย, คลอดก่อนกำหนด, เจริญเติบโตช้า หรือตายคลอด ค่ะ

รู้อย่างนี้ คงเห็นความจำเป็นที่ต้องควบคุมโรคหอบหืด ระหว่างตั้งครรภ์แล้วใช่ไหมคะ

การควบคุมโรคหอบหืดนี้ เราสามารถควบคุมได้ด้วยยาต่างๆ (ซึ่งแพทย์สามารถเลือกใช้ยาที่ปลอดภัยในหญิงมีครรภ์ได้ค่ะ) และด้วยการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สารชนิดที่พิสูจน์กันมาแล้วว่า แพ้ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ด้วยการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังนั่นละค่ะ และต้องหลีกเลี่ยง สิ่งกระตุ้นที่อาจทำให้โรคหอบหืดกำเริบด้วย

เท่าที่ผ่านมาทางการแพทย์เราลองติดตามสาวหอบหืด พวกที่ตั้งครรภ์แล้ว อยู่ในความดูแลของแพทย์ที่เชี่ยวชาญ และคุ้นเคยกับการรักษาคนไข้กลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด ส่วนใหญ่แล้ว ผลออกมาจะเรียบร้อย ปลอดภัย

ดังนั้น การตั้งครรภ์จึงไม่ใช่ "สิ่งต้องห้าม" ของสาวโรคหอบหืดค่ะ

หมอฝรั่งเป็นพวกชอบหาสถิติเขาพบว่า สาวหืดนี้ถ้าตั้งครรภ์ขึ้นมา 1/3 ของพวกเธอ โรคหอบหืดจะสงบระหว่างตั้งครรภ์, 1/3 โรคทรงๆ เหมือนเดิม และอีก 1/3 โรคแย่ลงคะ โดยเขาพบอีกว่า พวกที่อาการเป็นมากเป็นรุนแรง คุมไม่ค่อยจะสำเร็จอยู่แล้ว ตั้งแต่ก่อนท้อง มักจะเป็นพวกที่อาการแย่ลง โดยส่วนใหญ่โรคมักกำเริบ ในช่วงอายุครรภ์ 24-36 สัปดาห์ค่ะ
แต่การกำเริบของโรคหอบหืดในระหว่างตั้งครรภ์ มักจะมีประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิมกับท้องที่ผ่านมา ถ้าท้องก่อนสงบดี ส่วนใหญ่ท้องนี้มักดีด้วยค่ะ แม้จะไม่เป็นไปตามนี้ร้อยทั้งร้อยก็ตาม มีคนไข้ไม่ถึง 10% เท่านั้น ที่โรคหอบหืดกำเริบระหว่างคลอด

หลังคลอดแล้วประมาณ 3 เดือน สถานการณ์ของโรคหอบหืด มักกลับสู่สภาพเดิมเหมือนตอนก่อนตั้งครรภ์ค่ะ

ทีนี้มาดูเรื่องร้ายที่อาจเกิดกับลูกบ้างนะคะ ถ้าเราปล่อยให้โรคหอบหืดกำเริบกันตามสบาย ไม่ได้ควบคุมขณะที่โรคกำเริบ ออกซิเจนในเลือดแม่จะลดต่ำลง เลือดของแม่นี่จะผ่านรกไปเลี้ยงดูลูกด้วย ทำให้ลูกได้รับออกซิเจน น้อยลงตามไปด้วย บ่อยเข้า นานเข้าเด็กก็ตัวเล็ก น้ำหนักน้อย คลอดก่อนกำหนดหรือตายคลอดได้ ซึ่งสูติแพทย์สามารถตรวจเช็ค ความผิดปกติของเด็กในครรภ์นี้ได้ ด้วยการทำอุลตร้าซาวนด์

ตอนนี้คุณต๋อมเข้าใจแล้วค่ะ ว่าคนเป็นโรคหอบหืดนี่ ก็ตั้งครรภ์ได้อย่างปลอดภัย เพียงแต่ต้องควบคุมโรคให้อยู่ และให้แพทย์ดูแลใกล้ชิดหน่อยเท่านั้นเอง สิ่งที่คุณต๋อม อย่างรู้ต่อไปคือ เธอจะต้องดูแลตนเองอย่างไรบ้างในระหว่างตั้งครรภ์

สิ่งที่คนไข้ควรช่วยตนเองเพื่อควบคุมโรคหอบหืด ได้แก่ การหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ และสิ่งกระตุ้นต่างๆ เพราะทางการแพทย์ พบว่า 75-85% ของคนไข้โรคหอบหืดจะแพ้สารก่อภูมิแพ้ ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง บางรายอาจแพ้ทีเดียวหลายอย่างด้วยซ้ำ

สารก่อภูมิแพ้ที่ว่านี้ได้แก่พวกละอองเกสรต่างๆ ทั้งจากดอกไม้ ดอกหญ้า ดอกของวัชพืช สปอร์จากเชื้อรา ตัวไรฝุ่น แมลงสาบ รังแคจากสัตว์เลี้ยง เช่น แมว สุนัข เหล่านี้ล้วนแต่กระตุ้น ให้โรคหอบหืดกำเริบได้ค่ะ แล้วแต่ว่าใครแพ้อะไร

นอกจากสารก่อภูมิแพ้แล้ว ยังมีสารอื่นๆ ที่อาจทำให้โรคกำเริบได้ พวกนี้เราเรียกว่า สิ่งกระตุ้นค่ะ เช่น ควันบุหรี่ มลพิษในอากาศ เขม่าควันจากท่อไอเสีย และโรงงานอุตสาหกรรม ไอระเหยจากสารเคมี กลิ่นฉุนๆ ยาพวกแอสไพริน ที่ใช้แก้ปวด ลดไข้ ก็อาจทำให้ โรคหอบหืดกำเริบได้ในคนไข้บางรายค่ะ

การรักษาจึงต้องยึดหลักศาสนาพุทธ คือ ดับทุกข์ที่เหตุ จึงจะทำให้ความรุนแรงและความถี่ของการหอบลดลงค่ะ

โดยทั่วไป มาตรการต่างๆ ที่ถูกนำมาใช้เพื่อลดสารก่อภูมิแพ้ และสิ่งกระตุ้นของโรคหอบหืดในหญิงมีครรภ์ มีดังนี้ค่ะ

1. ไม่ควรมีสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะสัตว์ที่มีขนสั้น ขนยาว ไม่ควรเลี้ยงทั้งนั้นค่ะ
2. ไม่ควรใช้หมอน ผ้าห่ม ที่ทำจากขนสัตว์
3. ไม่ควรปูพรมในห้องนอน
4. ควรห่อหุ้มที่นอน หมอน ด้วยผ้ากันไรฝุ่น
5. ซักเครื่องนอนในน้ำร้อน 60 องศา 30 นาที เพื่อกำจัดไรฝุ่น
6. ทำความสะอาดบ้านเป็นประจำอย่างหมดจดทั่วถึง ทุกซอก ทุกมุม
7. ในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ มลภาวะมากเหลือเกิน ปิดหน้าต่างแล้วเปิดแอร์จะดีกว่า
8. หมั่นทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ อย่าเปิดอุณหภูมิเย็นจัด
9. ไม่สูบบุหรี่ ทั้งตัวเองและคนรอบข้าง ขอเน้นที่สามีด้วยนะคะ

พวกนี้เป็นมาตรการทั่วๆ ไปเท่านั้นค่ะ จริงๆ แล้วยังมีรายละเอียด อื่นๆ อีกมากมายเขียนได้หลายหน้ากระดาษ ส่วนมากหมอนิต จะให้รายละเอียดกันเป็นรายๆ ขึ้นกับว่ารายไหนได้ผลทดสอบภูมิแพ้ว่า แพ้สารอะไรแล้วจะมีวิธีการกำจัดและหลีกเลี่ยงสารนั้นๆ ได้อย่างไร คนไข้จะได้ไม่มึนงงค่ะ

การหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และสิ่งกระตุ้นนี้ สำคัญมากนะคะ ในการรักษาโรคหอบหืด โดยเฉพาะในหญิงมีครรภ์ เพราะเป็นการลดตัวสาเหตุของโรคลง ทำให้โรคสงบลงส่วนหนึ่ง แล้วยังทำให้ยาที่จำเป็นต้องใช้ลดลงไปด้วยค่ะ

เรื่องยานี่เป็นอีกเรื่องที่คุณต๋อมอยากรู้มาก ว่าตัวไหนใช้ได้ ใช้ไม่ได้ เผื่อโรคกำเริบตอนหมอนิตไปเที่ยวที่ไหนไกลๆ จนคุณต๋อมหาตัวไม่เจอ จะได้พอรู้เองไว้บ้าง ซึ่งก็ดีนะคะ คนไข้ควรจะรู้ไว้บ้าง เพียงแต่ว่า เรื่องยานี่เห็นท่าจะว่ากันยาว ไว้มีโอกาสเมื่อไหร่ หมอนิตจะมาเล่าให้ฟังกันต่อนะคะ

พ.ญ.สิรินันท์ บุญยะลีพรรณ


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600