มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 22 ฉบับที่ 322 ธันวาคม 2541]

อาหารในด้านลบ

น.พ.วีระ สุรเศรณีวงศ์


ยุคโลกาภิวัตน์เป็นยุคที่มนุษยชาติถูกยัดเยียด ด้วยข่าวสารอย่างมากมาย โดยไม่มีทางปฏิเสธได้ ไม่ว่าจะหลบอยู่มุมไหนของโลก แม้ในที่ที่สายไฟฟ้าไปไม่ถึง พลังคนไฟฟ้าไม่ต้องอาศัยการส่งผ่านสายไฟ เพราะปัจจุบันมนุษย์ใช้พลังงานจากทุกแหล่ง หรือทุกธาตุของโลก คือ ธาตุดิน - น้ำ-ลม-ไฟ จนเคยมีคนพูดว่า ไม่ว่าอยู่มุมไหนของโลก แม้นนอกโลกก็ไม่สามารถจะหนี CNN พ้น เมืองไทยก็ไม่พ้น สภาวะดังกล่าวไปได้เช่นกัน

คนไทยก็กำลังถูกยัดเยียดข้อมูลข่าวสารชนิดที่เรียกว่า กรอกหูตลอดวันด้วยข่าวสาร ซึ่งถ้าผู้บริโภคหรือถูกยัดเยียด ไม่มีวิจารณญาณของตัวเองที่ดีก็อาจจะเสียรู้ได้ หรือถูกเอารัดเอาเปรียบ ยิ่งถ้าคนที่รู้จักหาประโยชน์จากการใช้สื่อหาประโยชน์ทางการค้า ก็อาจจะก่อปัญหาทางสังคมที่ไม่รู้จบได้ เช่น เมื่อไม่นานมานี้ ก็เรื่องน้ำผักสร้างความเข้าใจผิดกับประชาชน กว่าจะแก้ไข ความเข้าใจผิดได้ ก็สร้างความร่ำรวยบนความได้เปรียบ ทางวิชาการที่ไม่ถูกต้อง คือ ให้ข้อมูลด้านเดียว บริษัทเครื่องไฟฟ้าก็ดี ร้านค้าพืชผักก็พลอยได้อานิสสงค์ไปด้วย แต่ประชาชนไม่น้อย ที่ต้องเสียเงินเสียทอง และเสียสุขภาพจากความเชื่อผิดๆ ที่น่าสงสารก็คือ ผู้ป่วยทางโรคมะเร็งจำนวนไม่น้อยก็ดูกข้อมูลข่าวสารด้านเดียว หลอกให้หลงผิดไปกับสรรพคุณที่ถูกกุขึ้นว่าสามารถรักษาโรคได้สารพัดโรค ก็เลยทิ้งการรักษาหลักไป กว่าจะรู้ถึงผลร้ายก็โรคลุกลาม จนเสียโอกาสไปที่จะรักษาหายไป

พอหมดจากน้ำปั่นซึ่งพวกหมอก็โล่งอกไปว่า คงหมดพิน็อกคิโอ (Pinoccio) ทางสุขอนามัย ที่ไหนได้ จากน้ำปั่นก็มาเป็น ธัญพืชจากสารน้ำเป็นเมล็ดพืช และที่น่าเป็นห่วง คือ ผู้จุดประกายไฟ ซึ่งอาจจะเป็นประกายไฟของดอกไม้จันทน์ แทนที่จะเป็นคบเพลิงให้ความสว่างไสวแก่ชีวิต ก็มักจะเป็นผู้ที่มี การศึกษาค่อนข้างสูง ทำให้น้ำหนักความเชื่อถือเกิดแก่สังคมมาก และผลกระทบต่อสังคมก็จะเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง และรูปแบบ การประชาสัมพันธ์ก็หลากหลายมากขึ้น จนจะกลายเป็นการค้าขาย ระบบขายตรงไปก็มี และเป้าหมายของกิจกรรมก็เปลี่ยนไป เป็นเพื่อการค้ามากขึ้น มีการหาประโยชน์จากผู้ที่อ่อนแอทางปัญญากว่า

เมื่อวันหยุดที่ผ่านมาก็ได้มีโอกาสไปซื้อหนังสือที่แผงหนังสือแห่งหนึ่ง ก็พบว่ามีนิตยสารเฉพาะเกี่ยวกับกิจกรรมอาหารดังกล่าว วางขายแสดงว่า มีสมาชิกในกิจกรรมมากพอเพียงทีเดียว ในความเป็นจริงแล้ว ทุกสรรพสิ่งก็มีบวกและลบในตัวเองไม่มีอะไรที่มีคุณอนันต์ โดยไม่มีพิษภัยเจือปนมาด้วย เพียงแต่ต้องให้ข้อมูลที่แท้จริง กับผู้บริโภคอย่างเที่ยงธรรม

อาหารประเภทธัญพืชนั้นเป็นที่ยอมรับว่า เป็นอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกาย ในแง่ของสารอาหารเพื่อเสริมสร้างสุขอนามัย ไม่ได้มีคุณสมบัติหรือประสิทธิภาพ ในการใช้รักษาโรคร้ายเช่นมะเร็ง แต่ก็กลับถูกบิดเบือนในคุณสมบัติที่ไม่มี ในทางตรงข้ามอาจจะเพียงตัวก่อมะเร็งเสียด้วยซ้ำไปถ้าใช้ไม่ถูกต้อง

ในเชิงป้องกันนั้น ธัญพืชเป็นสิ่งหนึ่ง ที่มีผลต่อการป้องกันไม่ใช่เฉพาะมะเร็งร้ายเท่านั้น ยังมีต่อโรคภัยอื่นๆ อีกหลายชนิดถ้าใช้ถูกต้อง เพราะในธัญพืชนั้น องค์ประกอบ ที่มีผลต่อสุขอนามัย คือ เส้นใยไฟเบอร์หรือกากที่เรารู้จักนั่นเอง และไวตามินและสารเคมีกลุ่มแอนตี้ออกซิแดนท์หลายชนิดที่มีอยู่

สารไฟเบอร์หรือกากเส้นใยที่ไม่ละลาย ไม่ย่อยสลาย ในลำไส้มนุษย์มีประโยชน์มาก ช่วยดูดสารพิษในลำไส้ ไม่ให้สัมผัสกับผนังกระเพาะและลำไส้ เป็นตัวกระตุ้นให้ลำไส้มีการเคลื่อนไหว ก่อให้เกิดการขับถ่ายอุจจาระได้สะดวก ไม่เกิดสภาวะคั่งค้างของกากอาหาร หรืออุจจาระนานในลำไส้ ซึ่งจะทำให้สารพิษสารก่อมะเร็งในลำไส้มีโอกาส สัมผัสกับเนื้อเยื่อทางเดินอาหารได้น้อย โอกาสเกิดมะเร็งของทางเดินอาหารก็ลดลง

สารแอนตี้ออกซิแดนท์ ซึ่งมีคุณสมบัติคอยทำลาย อนุมูลอิสระในร่างกาย ซึ่งจะก่อให้เกิดขบวนการเสื่อมของเซลล์เนื้อเยื่อ และเป็นตัวกระตุ้นขบวนการเกิดกลายเป็นมะเร็งของเซลล์ต่างๆ และสารอนุมูลอิสระ ยังเป็นตัวการที่สำคัญที่ทำให้ร่างกายเกิดการ แก่ของเนื้อเยื่อ ดังนั้นแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ไปทำลายอนุมูลอิสระ ก็จะเท่ากับไปชะลอความแก่ให้กับเนื้อเยื่อได้ จึงได้มีการสกัด เอาสารเหล่านี้แล้วมาโฆษณาขาย ในแง่ป้องกันหรือชะลอความแก่ เป็นที่นิยมในคุณสุภาพสตรี และมีส่วนแบ่งการตลาดที่มีมูลค่ามากมาย ในปัจจุบัน ซึ่งไม่ได้มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันถึงคุณสมบัติดังกล่าวชัดเจน ข้อดีของธัญพืชเหล่านี้คือ มีแคลอรีต่ำหรือพลังงานต่ำเป็นส่วนใหญ่ เมื่อบริโภคเป็นหลักก็จะทำให้ร่างกายไม่อ้วน เพราะพลังงานน้อย เส้นใยมาก ลำไส้ขับถ่ายดี ควบคุมน้ำหนักได้ดี โอกาสที่จะเกิด โรคทางระบบเผาผลาญผิดปกติ เช่น เบาหวาน ความดัน ฯลฯ ก็ลดลง

แต่ในธัญพืชเหล่านี้ไม่มีโปรตีนที่สำคัญสำหรับร่างกายเพียงพอ ถ้าบริโภคนานๆ และเป็นอาหารหลักก็จะทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร กลุ่มโปรตีน ซึ่งจำเป็นในการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งภูมิคุ้มกัน ของร่างกายนี้เป็นกลไกสำคัญในการที่จะควบคุมการติดเชื้อในร่างกาย และที่สำคัญเป็นขบวนการที่คอยควบคุมการเกิดมะเร็งในร่างกาย เมื่อภูมิคุ้มกันบกพร่องเพราะขาดโปรตีนที่จะมาสร้าง ก็จะมีลักษณะคล้าย โรคเอดส์คือ ติดเชื้อง่าย และโอกาสเกิดมะเร็งก็เป็นไปได้ง่ายกว่าปกติ แต่ความผิดปกติดังกล่าวจะเกิดก็ใช้เวลานานอาจจะ 5 ปีหรือ 10 ปี หรือมากกว่านั้น ถ้ามีการให้สารอาหารทดแทนบ้าง

เคยพบหญิงจีนอายุ 60 ปีเศษ มาโรงพยาบาลด้วยเหนื่อยหอบ บวม และเสียชีวิตในเวลาไม่กี่วันหลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จากการตรวจวิเคราะห์โรคก็พบว่า เธอไตวายจากการเป็นผลพวง ของการติดเชื้อที่รุนแรง เพราะเป็นผลพวงจากการที่เธอ ทานมังสวิรัติหรือเจ มาค่อนชีวิต ร่างกายของเธอขาดโปรตีน ธาตุเหล็ก ขาดสังกะสี ที่จำเป็น สำหรับร่างกาย โดยเฉพาะในการสร้างเม็ดเลือด ทำให้เป็นโลหิตจางมานานมาก และตามมาด้วยหัวใจล้มเหลว เพราะต้องทำงานหนักจากโลหิตจาง พอภูมิต้านทานต่ำจากขาดโปรตีน ที่สำคัญพอติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ เชื้อจึงแพร่กระจายรวดเร็วดึงระบบอื่นๆ ร่างกายล้มเหลวตามไปด้วย และเสียชีวิตในที่สุด

ธัญพืชมีประโยชน์มากถ้าใช้ถูกต้องคือ เป็นส่วนเสริมในอาหาร แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือ ธัญพืชในปัจจุบันการเก็บรักษาไม่ถูกต้อง อันจะนำมาซึ่งอันตรายที่มองไม่เห็น ได้เคยไปสำรวจดูธัญพืชที่บรรจุถุงเหล่านี้ วางขายทั่วไปในท้องตลาด ซึ่งบรรจุเป็นถุงๆ ในร้านรวงไม่ว่าเล็กใหญ่ ตามปั๊มน้ำมันแผงลอย เคยเห็นบางท่านว่าแยกขายตามสี่แยกก็มี แพร่กระจายฮิตไปทั่วประเทศ ผลดีที่เห็นคือชาวนาชาวไร่ได้ผลพลอยได้ แต่ที่ได้มากคือ พ่อค้าคนกลางได้ขุดเอาของในสต็อกมาแบ่งใส่ถุงขาย ราคาก็แสนจะแพง ได้ระบายของเก่าเก็บออกมาซึ่งในส่วนนี้ค่อนข้างอันตราย เพราะพวกธัญพืชเหล่านี้เมื่อเก็บไม่ถูกต้อง ก็จะเกิดเชื้อราชนิดหนึ่งขึ้นมา ที่เรียกว่า อะพลาท๊อกซิน ซึ่งเป็นสารที่มีพิษร้ายต่อร่างกาย เป็นสารก่อมะเร็งที่มีสภาพค่อนข้างคงทน แม้จะถูกความร้อน ขนาดต้มน้ำเดือดก็ไม่เสื่อสลาย และเมื่อบริโภคธัญพืช ที่มีเชื้อราและสารอะพลาท๊อกซินเข้าไปนานเข้าๆ ก็จะเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งของตับได้

อาจจะเพราะเหตุนี้ประเทศไทย จึงเป็นประเทศที่มีมะเร็งของตับ สูงมากในโลก ที่เคยมีคำเตือนจากทางราชการในเรื่องดังกล่าว ให้กับสาธารณชนได้ทราบ ก็เช่นจำพวกเครื่องปรุงอาหาร เช่น ถั่วป่น พริกป่น ซึ่งตรวจพบว่า มีการปนเปื้อนสูงมาก พูดถึงสารก่อมะเร็งในอาหารแล้ว ต้องนับว่าคนไทยเราใกล้ชิดหรือบริโภคอาหารเหล่านี้โดยไม่รู้ตัว เพราะพบเห็นได้ตามตลาดอาหารทั่วๆ ไป ที่น่าวิตกก็เช่น ปาท่องโก๋ ซึ่งบริโภคกันแทบทุกครัวเรือน ยิ่งยุค IMF คนตกงานได้มีอาชีพ ทำปาท่องโก๋ขาย มีทุกหัวระแหง นอกจากจะเสี่ยงจากแป้งซึ่งอาจเก่าเก็บ และมีเชื่อราปนเปื้อนจากอะพลาท๊อกซินแล้ว ในขบวนการทอด ซึ่งต้องทำในกระทะน้ำมัน ซึ่งเคี่ยวให้ร้อนตลอดเวลา พอทอดขายเสร็จ ก็จะเทน้ำมันเก็บไว้ใช้ในวันต่อๆ ไป เรื่อยๆ จนน้ำมันดำหรือมีตะกอนมาก จึงเปลี่ยนใหม่ ตัวน้ำมันที่ถูกความร้อนเมื่อนานเข้าก็จะกลายเป็นสีดำๆ นั่นคือ สารก่อมะเร็งชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นกลุ่มโพลีไซคลิก อโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PCAH) ซึ่งได้พบเช่นเดียวกับเนื้อย่างที่ย่างไฟและมีตะกอนดำๆ ติดตามเนื้อนั้น นั่นคือสาร PCAH เช่นกัน ดังนั้นทุกวันที่เราบริโภคปาท่องโก๋จึงเป็นไปได้ ที่อาจจะมีสารก่อมะเร็งจากน้ำมันที่เก่าเข้าไป จึงมีข้อแนะนำว่า ควรจะซื้อปาท่องโก๋จากร้านที่น้ำมันยังใสหรือเปลี่ยนใหม่ๆ คงต้องไปเฝ้าตั้งแต่เปิดร้านกันเลยทีเดียว

จะเห็นว่าธัญพืชมิใช่จะมีประโยชน์โดยไร้โทษก็หาไม่ และประโยชน์ก็มีเฉพาะในเชิงป้องกันแบบปฐมภูมิเท่านั้น ที่เรียกว่า แบบปฐมภูมิก็หมายถึง ต้องมีแบบทุติยภูมิ ซึ่งเป็นการแบ่งทางวิชาการ ที่องค์การอนามัยโลกได้แยกไว้

การป้องกันมะเร็งชนิดปฐมภูมิ หมายถึง การให้ความรู้ในเรื่อง สุขอนามัย ซึ่งจะให้ข้อแนะนำในการปฏิบัติตัวของประชาชน เช่น ให้ความรู้ว่าการสูบบุหรี่เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปอด การหลีกเลี่ยงบริโภคอาหารสุกๆ ดิบๆ จะหลีกเลี่ยงมะเร็งตับ การบริโภคและควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม การออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะป้องกันโรคระบบหมุนเวียนโลหิตได้ หรือการบริโภคพวกธัญพืชสม่ำเสมอ จะช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ และโรคทางหลอดเลือด เป็นต้น

การป้องกันระดับทุติภูมิ คือ การตรวจเช็กร่างกาย เพื่อตรวจคัดกรอง เช่น ตรวจแป๊บเสมียร์ เพื่อหามะเร็งปากมดลูกในคนปกติ การตรวจเต้านมในคนปกติ

จะเห็นว่าการใช้ประโยชน์ของธัญพืชเป็นแบบประถมภูมิ และไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่จะนำเอาธัญพืช มาใช้ในเชิงการรักษา ซึ่งข้อเท็จจริง ในประเด็นนี้ไม่ได้เผยแพร่ให้สาธารณชนรับทราบ

ประเทศไทยเราซึ่งเป็นประเทศในเขตอบอุ่น มีแสงแดดดีตลอดปี เรามีพืชผักผลไม้ตลอดปี ซึ่งราคาไม่แพงและในผักก็มีสารต้านมะเร็ง แทบทุกชนิดมากน้อยแตกต่างกัน การบริโภคอาหารที่มีผักเป็นองค์ประกอบหลักก็เท่ากับได้บริโภค สารต้านมะเร็งโดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเติม แต่ก็ได้มีคนที่ฉลาด แต่ไม่สะอาดได้หยิบยื่นข้อมูลบางประเด็นให้กับสังคม พร้อมกับมีกองเชียร์คือ การประชาสัมพันธ์เป็นกลไกช่วยกระจายข้อมูล จนกลายเป็นธุรกิจขูดรีดขึ้นมาได้ ไม่เท่านั้น ยังส่งผลที่น่าเสียใจเกิดกับผู้ป่วยมะเร็ง จำนวนไม่น้อยที่โดนยัดเยียดข้อมูลว่า การรักษาด้วยวิธีทางเลือกดังกล่าว สามารถทดแทนการรักษามาตรฐานได้

คนไข้โรคมะเร็งนั้นเปรียบได้ดังคนลอยคอในทะเล แม้ฟางลอยผ่านมา ก็คว้าเอาไว้ เมื่อเชื่อในประเด็นการรักษาโรคได้หาย โดยไม่ศึกษา ข้อมูลว่าตัวอย่างที่ยกมาอ้างว่า เป็นบุคคลที่หายจากโรคร้ายดังกล่าวนั้น ในห้วงหนึ่งของการรักษาเคยได้รับการรักษามาตรฐานมาช่วงหนึ่งก่อน ซึ่งแม้จะไม่ครบกระบวนการแต่ก็มีผลต่อการทำลายโรคได้ และโรคร้ายที่เป็นนั้นอาจจะเป็นชนิดที่ตอบสนองต่อการรักษาดีเยี่ยม หรือเปรียบคล้ายกับลางเนื้อชอบลางยา ทำให้โรคร้ายหายได้ โดยไม่ต้องครบกระบวนการ และมีไม่น้อยที่การวินิจฉัยโรคไม่ถูกต้อง ไม่ใช่เพียงมีก้อน มีแผลก็ทึกทักได้ว่าเป็นมะเร็ง ต้องมีการตัดชิ้นเนื้อ มาตรวจย้อนหาเชื้อเซลล์มะเร็งให้พบจึงจะให้การวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายจริง และพอวินิจฉัยได้ว่าเป็นมะเร็ง ก็ต้องตรวจเพิ่มเติมอีกมากเพื่อหาขอบเขตของโรค บางโรคต้องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ บางโรคต้องเจาะไขกระดูก เจาะไขสันหลัง ตรวจกันให้รู้ดำรู้แดงว่าโรคร้ายไปถึงไหน แล้วจึงจะนำข้อมูลมาปรึกษากัน ในกลุ่มแพทย์ว่า จะใช้การรักษาอย่างไร เท่าไร ใช้อะไรบ้าง ขั้นตอนอะไร ก่อนอะไรหลัง โดยพื้นฐานของการแพทย์เราเปิดกว้าง ถ้าขบวนการรักษาใดได้ผลต่อการรักษาโรคก็จะได้นำมาใช้ เพื่อประโยชน์ต่อคนใช้ พวกสมุนไพรต่างๆ ที่เคยเชื่อว่าได้ผล ไม่ว่าทองพันชั่ง โสม เลือดสัตว์ต่างๆ ฯลฯ ก็ได้นำมาวิเคราะห์ มาสกัด นำมาทดลองแล้วพบว่าไม่ได้ผลจึงไม่สามารถนำมาใช้ได้เพราะผิดจริยธรรม เนื่องจากคนไข้หรือผู้ป่วยไม่ใช่สัตว์ทดลองที่จะนำมาลองผิดลองถูก

อะไรที่ไม่มีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่า ได้ผลต่อคนไข้ จะไม่สามารถนำมา ใช้เชิงรักษาได้ เช่น ธัญพืช ผัก ที่กำลังฮือฮา เป็นต้น

น.พ.วีระ สุรเศรณีวงศ์


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600