มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam

[คัดลอกจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันเสาร์ที่15 มกราคม
และ วันเสาร์ที่ 22 มกราคมพ.ศ.2543]


ถั่วเหลืองลดปัญหาสุขภาพ
ถั่วเหลือง เป็นพืชที่ชาวเอเชียใช้ประกอบอาหาร มานานกว่า 2000 ปี ชาวเอเชียรับประทานถั่วเหลือง ในรูปผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ ถั่วหมัก และนมถั่วเหลือง ถั่วเหลืองเป็นอาหาร ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ประกอบไปด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีนพืช ไขมันไม่อิ่มตัว ใยอาหาร มีปริมาณของโซเดียม และไขมันอิ่มตัวต่ำ และไม่มีคอเลสเตอรอล ผลการศึกษาวิจัยมากมายพบว่า ในถั่วเหลืองมีสาร ที่สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรค

หลายชนิด เช่น โรคหัวใจ มะเร็งเต้านม มะเร็งในต่อมลูกหมาก โรคกระดูกพรุน และอาการร้อนวูบวาบในหญิงวัยหมดประจำเดือน เป็นต้น

กุญแจสำคัญในถั่วเหลือง คือ ฮอร์โมนในพืชที่มีชื่อว่า "ไฟโตเอสโตรเจน" ซึ่งพบได้มากในถั่วเหลือง ส่วนในพืชชนิดอื่นๆ เช่น ข้าวไรย์ ข้าวสาลี เมล็ดงา เมล็ดดอกทานตะวัน แอปเปิล แครอท และ ข้าวโพด จะมีไฟโตรเอสโตรเจนน้อยกว่าไฟโตเอสโตรเจนที่พบในถั่วเหลือง มีชื่อเฉพาะว่า ไอโซเฟลโวนส์ (ISOFLAVONES) ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีโครงสร้างคล้ายคลึงกับฮอร์โมนเอสโตรเจน โดยแต่มีฤทธิ์น้อยกว่าเอสโตรเจนประมาณ 100-1000 เท่า ด้วยความที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกันจึงรบกวนการทำงาน ของฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ โดยแทรกตัวเข้าไปแทนที่ฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งสามารถเปลี่ยนเซลล์ธรรมดาเป็นเซลล์มะเร็งได้ จึงช่วยลดการเจริญของเซลล์มะเร็ง

<<< ถั่วเหลืองป้องกันมะเร็ง >>>

การศึกษาในประชากรชาวเอเชีย ซึ่งมีการบริโภคผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองมากกว่าชาวตะวันตก พบว่า หญิงเอเชียเป็นโรคมะเร็งเต้านมน้อยกว่าหญิงชาวตะวันตกถึง 5 เท่า ในทำนองเดียวกันพบว่า ชาวเอเชียเป็นมะเร็งในต่อมลูกหมาก น้อยกว่าฝรั่ง 20 เท่า

นักวิจัยเชื่อว่า สารไอโซเฟลโวนส์ในถั่วเหลือง อาจจะลดอัตราเสี่ยงการเกิดมะเร็งในต่อมลูกหมาก โดยการแทรกแซงการทำงานของฮอร์โมนเทสโตสเตอโรน (Testosterone) ในชาย หรืออาจจะยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง โดยการลดปริมาณการผลิตฮอร์โมนเทสโตสเตอโรน งานวิจัยในหลายประเทศยืนยันว่า ถั่วเหลืองมีส่วนในการป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก นอกจากนี้ยังพบว่า การกินถั่วเหลืองสัปดาห์ละครั้ง ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งในลำไส้ใหญ่ลงถึงครึ่ง เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่กินถั่วเหลืองเลย

<<< ถั่วเหลืองกับวัยหมดประจำเดือน >>>

นักวิจัยบางท่านเชื่อว่าสารไฟโตเอสโตรเจนในถั่วเหลือง สามารถทดแทนเอสโตรเจนในร่างกายและอาจเป็นทางเลือก สำหรับผู้หญิงก่อนและหลังหมดประจำเดือนที่ต้องใช้ฮอร์โมนทดแทน แต่การศึกษาวิจัยเปรียบเทียบระหว่างหญิงหมดประจำเดือน ที่กินถั่วเหลืองและไม่กินถั่วเหลืองให้ผลการทดลองทั้งบวก และลบคละกัน ทั้งโปรตีนและสารไฟโตเอสโตรเจนในถั่วเหลือง ต่างก็ให้ผลในการป้องกันสุขภาพ สารไฟโตเอสโตรเจน ยังอาจช่วยป้องกันการสูญเสียเนื้อกระดูก เช่นเดียวกับฮอร์โมนเอสโตรเจนช่วยลดการสลายของเนื้อกระดูก การศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า ไม่ว่าจะเป็นสารไอโซเฟลโวนส์อย่างเดียว หรือโปรตีนถั่วเหลืองร่วมกับไอโซเฟลโวนส์ มีผลในการรักษาเนื้อกระดูกเหมือนกัน

รายงานการวิจัยจากอิลลินอยส์พบว่า หญิงวัยหมดประจำเดือนที่กินไอโซเฟลโวนส์วันละ 90 มิลลิกรัม มีความหนาแน่นของเนื้อกระดูกสันหลังเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ ดร.เคน เซทเชล (Ken Setchell) นักวิจัยถั่วเหลืองของวิทยาลัยแพทย์ แห่งมหาวิทยาลัยซินซินเนติ (Cincinnati) เตือนคุณผู้หญิงว่า อย่าคาดหวังกันถั่วเหลืองมากนัก เพราะผลในการป้องกันโรคกระดูกพรุนในหญิงวัยหมดประจำเดือนนั้น ไม่เร็วเหมือนกับการใช้ฮอร์โมนทดแทน

นอกจากนี้นักวิจัยยังพบว่า ไอโซเฟลโวนส์ อาจช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอล และขณะเดียวกัน ยังเพิ่มปริมาณเอชดีแอลซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลตัวที่ดี และลดอาการร้อนวูบวาบและการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ สิ่งสำคัญที่นักวิจัยให้ความสนใจอย่างมากคือ ไอโซเฟลโวนส์ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงเช่นเดียวกับการใช้ยา ดร.เคน เซทเชล อธิบายว่าส่วนผลการป้องกันโรคหัวใจนั้น เนื่องมาจากทั้งโปรตีน ถั่วเหลือง และสารไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งตัวหลังนี้ยับยั้งปฏิกิริยาออกซิเดชันของแอลดีแอลคอเลสเตอรอล ป้องกันการแข็งตัวของเลือดตามผนังหลอดซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ

อย.ในอเมริกาสรุปผลสารไอโซเฟลโวนส์ และโปรตีนถั่วเหลือง ให้ผลในการรักษาสุขภาพและเสนอแนะอนุญาตให้อ้างผลดี ของถั่วเหลืองอย่างน้อย 6.25 กรัมต่อ 1 ที่เสิร์ฟ หรือโดยรับประทาน เป็นส่วนหนึ่งของอาหารไขมันอิ่มตัวต่ำและคอเลสเตอรอลต่ำ ซึ่งอาจช่วยป้องกันโรคหัวใจ

<<< จะต้องกินถั่วเหลืองมากน้อยเพียงใด >>>

การกินถั่วเหลืองนั้นถึงอย่างไรก็ให้ผลที่ดีต่อสุขภาพ ดร.เซทเชล แนะว่า ควรกินไอโซเฟลโวนส์ อย่างน้อยวันละ 30 มก. แต่คุณหมอเจมส์ แอนเดอร์สัน (Jarncs W.Anderson) แนะนำดังนี้
  • ในคนทั่วไปควรกิน โปรตีนถั่วเหลือง สัปดาห์ละ 50-70 กรัม ก็จะได้รับสารไอโซเฟลโวนส์ในการรักษาสุขภาพอย่างเพียงพอ ตัวอย่างเช่น รับประทานเต้าหู้วันละ 1/2 ถ้วยตวง (ประมาณ 1/2 หลอด) หรือแป้งถั่วเหลือง 1/2 ถ้วยตวง (ประมาณ 1 ทัพพีตักข้าว) หรือนมถั่วเหลือง 1 แก้ว (ประมาณ 250 ซีซี.)

  • ในคนที่มีความเสี่ยงโรคหัวใจควรกิน โปรตีนถั่วเหลือง สัปดาห์ละ 110-140 กรัม

  • คนที่มีโรคหัวใจอยู่แล้วกิน โปรตีนถั่วเหลืองสัปดาห์ละ 170-210 กรัม ชาวญี่ปุ่นกินสารไอโวเฟลโวนส์ วันละ 200 มก. จากผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง ซึ่งนักวิจัยถือว่าปริมาณนี้ปลอดภัย แต่ในรูปของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไอโซเฟลโวนส์สกัดจากถั่วเหลือง อาจไม่ให้ผลเหมือนอย่างการกินจากอาหารธรรมชาติ นอกจากนี้แล้ว อาหารบางอย่างซึ่งผ่านขบวนการผลิตทำให้ปริมาณไอโซเฟลโวนส์ลดลง

ปริมาณโปรตีนและไอโซเฟลโวนส์ในถั่วเหลือง

ชนิด ไอโซเฟลโวนส์
(มก.)
โปรตีน
(กรัม)
ถั่วเหลืองแก่ 1/2 ถ้วยตวง
176 34
ถั่วเหลืองคั่ว 1/2 ถ้วยตวง
167 30
ถั่วเหลือง (green soy bean) 1/2 ถ้วยตวง
70 21
เทมเป้ (ถั่วหมัก) 4 ออนซ์ (120 กรัม)
61 19
โปรตีนถั่วเหลืองสกัดผง 1 ออนซ์ (30 กรัม)
57 26
แป้งถั่วเหลือง 1/4 ถ้วยตวง
44 8
เต้าหู้ 4 ออนซ์ (120 กรัม)
38 18
โปรตีนเกษตรแห้ง 1/4 ถ้วยตวง
28 18
นมถั่วเหลือง (250 ซีซี.)
20 10
ถั่วเหลืองสกัดเข้มข้นผง 1 ออนซ์ (30 กรัม)
12 18

จะเห็นว่า ถั่วเหลืองให้สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย แต่เมื่อมีเรื่องของการตัดต่อเปลี่ยนแปลงยีนหรืออาหาร GMO เข้ามา ผู้บริโภคที่รักสุขภาพโดยเฉพาะบรรดามังสวิรัติก็เริ่มที่จะมีคำถาม เกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหาร GMO รวมทั้งถั่วเหลือง ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาระดับชาติ เป็นหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้อง กับความปลอดภัยของผู้บริโภคที่จะต้องมีมาตรการความปลอดภัย สำหรับผู้บริโภค ฉะนั้น สิ่งที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือ กินอาหารธรรมชาติจากท้องถิ่นให้หลากหลาย ไม่ผูกขาดกับอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อ หรือผู้ผลิตเจ้าประจำ จะได้ไม่ต้องเครียดจนหมดความสุขกับการกิน

ศัลยา คงสมบูรณ์เวช
Registered Dietitian U.S.A.
ที่ปรึกษาโภชนบำบัด โรงพยาบาลเทพธารินทร์

ศ.น.พ.เทพ หิมะทองคำ


ขอบคุณหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600