มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2542]

คิดให้ดีก่อนจะมีสัตว์เลี้ยง

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์


สัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนของมนุษย์มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้าน เช่น สุนัข แมว ปลาสวยงาม สัตว์เลี้ยงบางอย่างเพื่อการดำรงชีพ เช่น เป็ด ไก่ วัว ควาย หมู สัตว์บางอย่างเช่น สัตว์ป่าอาจนำมาฝึก และเลี้ยงเพื่อช่วยในอาชีพ เช่น ช้าง ลิงเก็บลูกมะพร้าว สัตว์ในละครสัตว์

ในปัจจุบันสัตว์เลี้ยงในบ้านดูเหมือนว่าจะก้าวหน้า หาสัตว์แปลกๆ เช่น หนูประเภทสวยงาม อีกัวน่า พันธุ์ปลาแปลกๆ กระต่าย กระรอก ฯลฯ และก็มีบ่อยครั้งที่ผู้เลี้ยงสัตว์ไม่ได้คำนึงถึงองค์ประกอบสำคัญ คือ ความพร้อมนานาประการที่จะดูแลสัตว์อย่างจริงจัง ส่งผลให้ต้องนำสุนัข ไปปล่อยตามวัด หรือขับไล่ให้ไปเป็นสุนัขจรจัดข้างถนน ปล่อยแมวให้ไปทำความเดือดร้อนที่บ้านใกล้เคียง หรือปล่อยสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ร้ายหลุดออกมารุกรานเพื่อนบ้านเป็นต้น จริงอยู่ก็ดีข้อการเลี้ยงสัตว์ ในบ้านนั้นมีอยู่หลายประการ เช่น สัตว์เลี้ยงช่วยให้เด็กรู้จักการอยู่ร่วมกัน โดยสันติกับสิ่งที่มีชีวิตอื่นๆ รู้จักให้ความเมตตา อ่อนโยนทะนุถนอม แก่สัตว์เลี้ยงจนติดเป็นนิสัย ปลูกฝังให้เด็กมีความเห็นอกเห็นใจ และปฏิบัติต่อคนอื่นๆ อย่างละมุนละม่อม แต่ในทางตรงข้าม เด็กบางคนกลับชอบแหย่ แกล้ง ทำร้าย ข่มเหงสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ จึงให้ผลลบมากกว่าผลบวก

เด็กที่มีสัตว์เลี้ยงจะเป็นการหัดให้รู้จักความรับผิดชอบ สร้างวินัยให้แก่ลูกหลานผ่านการเลี้ยงสัตว์ เช่น รู้จักเวลาให้อาหารสัตว์ รู้จักสังเกตว่าสัตว์หิว รู้จักรักษาความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือที่อยู่อาศัยของสัตว์ นอกจากนั้นเด็กยังสามารถหาความรู้จากสัตว์เลี้ยงได้ด้วย หัดให้รู้จักสังเกตประมวลเหตุผลค้นคว้าและค้นคิด นำไปสู่การตัดสินใจ ที่เหมาะสมในการเลี้ยงสัตว์ เป็นเครื่องจูงใจให้รักสัตว์ รักธรรมชาติ ไม่เบียดเบียน ไม่ทำร้ายสัตว์ ไม่คิดทำร้ายผู้อื่น

อย่างไรก็ดี ในรายการปัญหาชีวิตและสุขภาพ ครั้งที่ 1182 เรื่อง "สอนให้หนูรู้จักและเลี้ยงสัตว์" ด้วยความร่วมมือจาก "คณะสัตว์แพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล" แพร่ภาพเมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม 2542 วิทยากรท่านหนึ่งคือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ปานเทพ รัตนากร รักษาราชการแทนคณบดี คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ข้อคิดที่ดียิ่งก่อนที่จะมีสัตว์เลี้ยงไว้ดังนี้

  1. คิดว่ารักสัตว์จริงไหม ต้องแน่ใจว่ารัก แล้วต้องรักตลอดไป อย่างไม่แหนงหน่าย ต้องรู้ว่าในบ้านมีใครรักสัตว์บ้าง หรือทุกคนในครอบครัวล้วนแล้วแต่รักสัตว์กันทั้งนั้น ความรักสัตว์เป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดอย่างหนึ่งในการมีสัตว์เลี้ยง ท่านจำเป็นต้องมีก่อนคิดจะเลี้ยงสัตว์

  2. คิดว่ามีเวลาไหม ? การเลี้ยงสัตว์จำเป็นต้องมีเวลา สำหรับสิ่งต่อไปนี้ มีเวลาหุงหาอาหาร แม้ว่าจะมีอาหารสำเร็จรูปแล้วก็ตาม ท่านยังจำเป็นต้องมีเวลาให้อาหารสัตว์เลี้ยงอีก มีเวลาทำความสะอาด ร่างกายสัตว์ เช่น อาบน้ำสุนัข แปรงขน แปรงฟัน มีเวลาทำความสะอาด ที่อยู่ของสัตว์นั้น เช่น ล้างตู้ปลา ปัดกวาดกรงนก กรงสุนัข ที่นอนแมว มีเวลาเล่นและฝึกหัดสัตว์เหล่านั้น เพื่อความคุ้นเคยให้ความอบอุ่นใกล้ชิด และทำให้สัตว์นั้นอยู่ในโอวาท ที่เห็นชัดที่สุดคงจะเป็นสุนัข และมีเวลา ดูแลสุขภาพ อันนี้สำคัญแน่ ต้องให้เวลาดูว่าเขาสุขกาย สุขใจแค่ไหน ถึงเวลาควรฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ ถ่ายพยาธิประจำปี หรือตามกำหนดเวลาก็ต้องหาเวลาพาไป

  3. คิดว่าเลี้ยงได้ไหม จะเลี้ยงสัตว์อะไรนั้นก็ต้องมีความเชื่อมั่น ในตัวเองพอสมควรเสียก่อนนะครับว่าจะเลี้ยงเขาไหวไหม รอดไหม หรือสามารถควบคุมดูแลได้หรือไม่ ไม่ใช่ว่าจิตใจไม่เข้มแข็งพอ ใจเสาะกลัวสุนัข กลัวสัตว์ กลัวเลี้ยงแล้วจะตาย กลัวถูกกัด กลัวถูกข่วน กลัวจะบินหนี ฯลฯ การทำอะไรทุกสิ่งทุกอย่างอาจมีปัญหา และอุปสรรค แต่ย่อมมีทางแก้หรือวิธีหาทางออก อย่างน้อยๆ ก็ผ่อนหนักเป็นเบา เลี้ยงสัตว์ก็เช่นกัน ถ้ายังไม่แน่ใจหรือมั่นใจว่าจะเลี้ยงได้หรือไม่ ลองศึกษาหาความรู้จริงๆ เสียก่อนนะครับหาตำรามาอ่านไปดูที่เขาเลี้ยงจริงๆ แล้วท่านก็จะตัดสินใจได้ในที่สุด ถ้าท้อตั้งแต่ต้นเสียแล้วอย่างนี้ อย่าเลี้ยงดีกว่านะครับ

  4. คิดดูว่าใครแบกภาระนี้ การมีสมาชิกในครอบครัวเพิ่มขึ้นย่อมเป็น ภาระแน่นอน โดยเฉพาะการเลี้ยงดูรับผิดชอบ สัตว์เลี้ยงเอง ก็ถือเป็นสมาชิกของครอบครัวเช่นกัน ดังนั้นคุณพ่อ คุณแม่ คุณลูก ต้องตกลงกันเสียก่อนนะครับว่า ภาระการเลี้ยง ให้ข้าว ให้น้ำ ล้างตู้ ล้างกรง จับอาบน้ำ พาไปหาหมอ สารพัดสารเพ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ อะไร และอย่างไร ผมว่าควรเฉลี่ยกันไปนะครับ
    คุณพ่อคุณแม่ยุคนี้ ต้องทำงานหาเงินกันตัวเป็นเกลียว ไม่ได้อยู่ติดบ้าน ดังนั้นภาระส่วนใหญ่มักตกอยู่กับคนรับใช้หรือผู้เฒ่าผู้แก่ที่อยู่บ้าน ซึ่งความรับผิดชอบ ความรู้ ความรักต่อสัตว์ บางครั้งอาจจะมีไม่มากเท่า เจ้าของ แต่บางรายก็มีมากกว่าเจ้าของจริงเสียอีก ส่วนคุณลูก ผู้อยากได้สัตว์เลี้ยง แต่มักจะเอาแต่เล่น ก็ควรมอบหมาย ภาระเล็กๆ น้อยให้เขาเช่น การฝึกอาบน้ำหรือแปรงขนก็ว่าไป ทั้งนี้เพื่อสร้างนิสัยการรู้ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ภารกิจตั้งแต่เด็ก โตขึ้นจะได้เป็นผู้ใหญ่ที่มีประสิทธิภาพลองคิดดูนะครับ

  5. คิดถึงเศรษฐกิจด้วย กระเป๋าใครกระเป๋ามัน อัฐใครก็อัฐใคร ค่าใช้จ่ายสำหรับการเลี้ยงสัตว์นั้น ต้องมีแน่นอน และนับวันก็จะเพิ่มขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจโดยทั่วไป เช่น เงินที่เฟ้อขึ้นสัตว์เลี้ยงต้องการอาหารและยารักษาโรคซึ่งจำเป็นต้องซื้อหา ตลอดจนการศึกษา หมายถึงเข้าโรงเรียนฝึกหัด อันนี้มักใช้กับสุนัขนะครับ เป็นเงินทั้งนั้นและครับฉะนั้นคิดให้ดีก่อน เพราะท่านต้องเสียเงิน ตลอดเวลานับแต่จัดซื้อหา เลี้ยงดูรักษา ตราบจนจากไป มีบางรายโชคดี เลี้ยงแล้วกลับช่วยเศรษฐกิจในครัวเรือนได้อีก เช่น ออกลูกหลานมากมาย นำไปขาย ทำเงินรายได้จุนเจือเจ้าของก็มี เผลอๆ อาจจะยกฐานะ จากสัตว์เลี้ยงในบ้านมาเป็นสัตว์เศรษฐกิจเสียเลยนะจะบอกให้

  6. คิดถึงอาณาบริเวณว่าเพียงพอเหมาะสมหรือไม่ ขนาดพื้นที่ของบ้านเป็นตัวกำหนดชนิด และขนาดของสัตว์เลี้ยง ที่ท่านคิดจะมีไว้ อย่างไรนะหรือ ลองดูตัวอย่างง่ายๆ และตรงไปตรงมา หากท่านอยู่ในทาวน์เฮาส์ หรือตึกแถวซึ่งพื้นที่จำกัดและส่วนใหญ่ เป็นพื้นหินขัดโดยตลอด มิหนำซ้ำต้องปีนขึ้นลง 3-4 ชั้นอีกด้วย ท่าจะเลี้ยงสุนัขพันธุ์เกรดเดนหรือร็อตไวเลอร์ ซึ่งเป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ยักษ์ หนักกว่า 40 กิโลกรัมไหวหรือ เพราะสุนัขพันธุ์เหล่านี้ต้องการพื้นที่ออกกำลังวิ่งเล่นเป็นอย่างมาก ประกอบกับขนาดตัวใหญ่เทอะทะ แค่เดินในบ้านก็ชนอะไรต่อมิอะไร พังพินาศหมดแล้ว นี้นับเป็นข้อเสียอีกอันหนึ่ง นอกจากนั้น พื้นผิวลื่นประกอบกับน้ำหนักตัวมากๆ ที่กดลงบนขาทำให้เขา เดินไม่ถนัด ทรงตัวลำบากลื่นไถลตลอดเวลา เป็นผลให้ขาแบะออก และเจ็บปวดเวลาเดินอย่างมาก เห็นหรือยังครับว่า การเลือกเลี้ยง ไม่เหมาะสมกับขนาดของบ้าน นอกจากทำให้ข้าวของเสียหายแล้ว ยังเป็นผลร้ายต่อตัวสัตว์อีกด้วย อย่าลืม อย่าลืม!!

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์


ขอบคุณหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600