มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam

[คัดลอกจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่14 มกราคม พ.ศ.2543]


'แพทย์พหุลักษณ์'
แนวทางสาธารณสุขยุคใหม่

อพฤฤดี รี้พล

แพทย์สมัยใหม่จำเป็นต้อง คำนึงถึงพื้นฐานวัฒนธรรม สุขภาพของผู้ป่วยด้วย


เมื่อเอ่ยถึงแวดวงการแพทย์การสาธารณสุข จะพบว่า ไม่มีสังคมใดที่มีระบบการแพทย์เพียงระบบเดียวในการรักษาคนไข้ เนื่องจากไม่มีการแพทย์ใดสามารถอธิบายหรือตอบคำถามคนไข้ ได้ครอบคลุมทุกมิติ คนไข้บางรายไม่ต้องการรู้ว่าเขาเป็นโรคอะไร แต่กลับอยากได้คำตอบว่าเหตุใดจึงต้องเป็นเขา แม้จะเป็นคำถามที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจของแพทย์โดยตรง แต่นั่นถือเป็นคำถามสำคัญที่วงการแพทย์ไม่อาจปฏิเสธ ยังไม่นับรวมการดูแลรักษาสุขภาพตัวเองขั้นพื้นฐาน ที่คนทั่วไปไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแพทย์ด้วย

น.พ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ หัวหน้าโครงการศึกษา ความหลากหลายของวัฒนธรรมสุขภาพในสังคมไทย อธิบายเรื่องดังกล่าวในงานบรรยายหัวข้อ "คุณค่า...ความหลากหลายวัฒนธรรมสุขภาพในสังคมไทย" ณ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร เมื่อวันที่11 มกราคม ที่ผ่านมา โดยเกริ่นว่าในรอบ 1 ทศวรรษนี้ วงการแพทย์มีวิธีการรักษาโรคต่างๆ ในลักษณะที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรักษาแบบสมุนไพร การนวด การใช้พลังอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือแม้แต่การใช้ก้อนหิน ในกรรมวิธีอัญมณีบำบัด

การแพทย์ทางเลือกเหล่านี้พบเห็นได้มากตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือแผ่นโฆษณา ทว่านี่ไม่ใช่เป็นการรักษาที่เพิ่งปรากฏใหม่ หากแต่มีมาช้านานก่อนที่สังคมไทยจะรับระบบการแพทย์แผนใหม่ จากทางประเทศตะวันตก นอกจากนี้ยังพบว่าการแพทย์นอกระบบ การแพทย์ท้องถิ่น หรือการแพทย์ทางเลือกกลับตอบสนองผู้ป่วย ที่เป็นโรคบางโรคได้ โดยที่การแพทย์แผนใหม่ ไม่สามารถบำบัดรักษาอาการนั้นให้ดีขึ้น

ประเด็นนี้เองที่ทำให้ น.พ.โกมาตร ให้ความสนใจ โดยนำหลักวิชาทางมานุษยวิทยามาศึกษา เรียนรู้ระบบความคิด ความเชื่อในแต่ละท้องถิ่นของสังคมไทยเป็นหลัก ทั้งนี้ครอบคลุมถึงลักษณะความสัมพันธ์ของมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม โดยมีความเชื่อว่า มนุษย์ต้องปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาดุลยภาพ อย่างไรก็ตามปัญหาของแนวคิดนี้คือ ใช้อธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ได้จำกัด เฉพาะชุมชนหรือสังคมแต่ละแห่ง เนื่องจากบริบทของสังคมต่างๆ ย่อมแตกต่างกัน

"บางคนมองว่า เมื่อมนุษย์ปรับให้เข้ากับธรรมชาติแล้ว จะได้ดุลยภาพ ไม่ต้องทำอะไรปล่อยไปตามธรรมชาติ อย่างนี้ก็แสดงว่าเมื่อเกิดโรคระบาดก็ต้องมองว่า เป็นวิถีของธรรมชาติเช่นกัน เพราะธรรมชาติสามารถรับจำนวนมนุษย์ได้จำกัด การมีโรคระบาดคนตายไปมากมาย อย่างนี้ก็ถือว่าถูกต้องแล้ว เหมาะสมแล้ว เราคงไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะธรรมชาติ ก็จะปรับตัวของมันเอง" น.พ.โกมาตร กล่าว

แท้จริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ มนุษย์ย่อมต่อสู้ และเผชิญหน้ากับปัญหาที่เข้ามา จึงพยายามสรรหาแนวทางต่างๆ ในการต่อสู้กับโรคร้าย รักษาความป่วยไข้ รักษาสุขภาพให้สมบูรณ์ จึงทำให้เกิดเป็นปรากฏการณ์ทางชีววัฒนธรรมที่มีมาอย่างช้านาน กรรมวิธีในการรักษาจึงแตกต่างกันออกไปตามสภาพทางนิเวศวิทยา สั่งสมมาเป็น "วัฒนธรรมสุขภาพ" ของแต่ละท้องที่

เพียงเฉพาะอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย วัฒนธรรมสุขภาพของแต่ละชุมชนหรือท้องถิ่นก็ให้ความสำคัญแตกต่างกัน ในภาคกลางให้ความสำคัญกับ "สมอง" และ "หัวใจ" มากกว่าอวัยวะอื่นเพราะเชื่อว่ามนุษย์คิดได้ด้วยสมอง และมีชีวิตอยู่ได้ด้วยหัวใจ ในขณะที่ผู้หญิงอีสานจะให้ความสำคัญกับ "จบูน" หรือมดลูกมาก โดยมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของการเจริญพันธุ์ และความอุดมสมบูรณ์ อันนำความเจริญมาสู่ชุมชน

นายแพทย์นักมานุษยวิทยาผู้นี้ ยกตัวอย่าง ภาพวัฒนธรรมเชิงเปรียบเพื่อความเข้าใจ

"ในหมู่ชาวเขาเผ่าลั๊วะ จะรักษาหญิงที่คลอดลูกใหม่ๆ ด้วยการอยู่ไฟ ซึ่งต้องยืนถ่างขา ห่มผ้าหนาๆ และนำก้อนหินที่เผาไฟแล้ว เอาน้ำมารดให้เกิดไอความร้อน อบอยู่ในผ้า ขณะที่ทางเขมร ก็ให้ความสำคัญกับจบูน โดยต้องนอนเหนือไฟ การแพทย์การรักษาสุขภาพจึงนำมาสู่ภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่ต้องหาไม้ที่เผาแล้วไม่มีควัน ไม่แตกง่าย และให้ความร้อนได้ดี นั่นก็คือ ต้นจิก ผู้หญิงจึงระวังรักษาจบูนมาก จะกระทำการใดๆ ต้องไม่สะเทือนจบูน คนเป็นหมอเองก็ต้องเข้าใจในวัฒนธรรมทางสุขภาพ ของชาวท้องถิ่นนั้นๆ ให้ความเคารพและรักษามดลูกของหญิงชาวอีสานอย่างดีที่สุด เพราะนอกจากจะรักษาเพื่อสุขภาพที่ดีแล้ว ยังรวมไปถึง การอยู่ดีของหญิงชาวบ้านอีกด้วย"

การอยู่ดีของชาวบ้านเป็นเรื่องสำคัญเพราะโยงกับเรื่องของสุขภาพ เช่น ชาวกวยเลี้ยงช้างแห่งจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ด้อยโอกาสทางสังคม เมื่อทรัพยากรธรรมชาติในป่าอันเป็นแหล่งอาหารสำคัญของช้าง และคนหมดไป พวกเขาจึงจำเป็นต้องนำช้างเข้ามาในเมือง กระทั่งถูกสังคมตราหน้าว่าพาช้างมาลำบาก ยิ่งไปกว่านั้น ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในสังคมชาวกวย ส่งผลต่อสุขภาพจิตของสตรีชาวกวย อันมีเหตุจากเสียงเครื่องจักร และเสียงรถมอเตอร์ไซค์ สตรีชาวกวยป่วยเป็นโรค จเราะห์มฮอม มีอาการใจสั่น

นอกจากนี้ น.พ.โกมาตร ยังบอกเล่า ประสบการณ์ตรงที่ทำให้ได้เรียนรู้การรักษาแบบพื้นบ้าน นั่นคือการรำผีฟ้า

"ผมเคยตรวจรักษาพระสงฆ์ซึ่งเป็นวัณโรคและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ท่านผอมมากและไม่พูดไม่จากับใคร นอนไม่มีแรง จนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกันกับเตียง อยู่อย่างนี้เป็นอาทิตย์ อาการก็ทรงๆ ทรุดๆ ไม่ดีขึ้น จนพวกญาติๆ อยากนำไปรักษาแบบพื้นบ้าน นั่นคือ การรำผีฟ้า เมื่อไปปรึกษาเพื่อนหมอด้วยกันก็รู้สึกว่า การรักษาเข้ากันไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ยอมให้มีการรำผีฟ้าในโรงพยาบาล โดยเริ่มจากรำซูน เป็นการรำเพื่อเชิญผีฟ้าพระยาแถนให้มาทรง รำส่อง โดยนำเทียนมาส่องวนดูว่าที่เป็นโรคนั้นเกิดจากสาเหตุอะไร จนเป็นการรำปัว ซึ่งเป็นการรักษา สุดท้ายก็รำส่งเทวดากลับขึ้นสวรรค์ไป"

สิ่งที่ทำให้บรรดาแพทย์ตกตะลึงก็คือ หลวงพ่อซึ่งนอนติดอยู่กับเตียง เมื่อได้ยินเสียงแคนที่มีจังหวะเร้าใจในพิธีรำผีฟ้า หลวงพ่อกลับลุกขึ้นมานั่งดูการรำ ในห้องผู้ป่วยยังมีชาวบ้าน จำนวนยี่สิบกว่าคนคอยปรบมือเข้าจังหวะแคนพร้อมส่งเสียงร้องว่า "หลวงพ่อลุก!" เป็นจังหวะ

"นี่เป็นกำลังใจอย่างดีสำหรับคนไข้ แพทย์สมัยใหม่เวลารักษาคนไข้จะไล่ญาติออกไปให้หมด แต่การรักษาแบบพื้นบ้านคนยิ่งมากยิ่งดี เป็นการรวมพลังใจ ส่งไปให้คนไข้ ซึ่งจะทำให้คนไข้หายเร็วขึ้น การรักษาโดยใช้เสียงแคนนี้ ทางการแพทย์สมัยใหม่เพิ่งคิดค้นได้ไม่นาน เรียกว่า วิธีการ สังคีตบำบัด"

ปัจจุบันการแพทย์สมัยใหม่มีแนวโน้ม ที่จะยอมรับการรักษาแบบพื้นบ้านมากขึ้น แม้แต่ในวงการศึกษานานาชาติ อย่างมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ก็ได้เปิดหลักสูตรวิชาการแพทย์แผนโบราณมากมาย อาทิ การอ่านลายมือ ดูโหงวเฮ้ง นวดน้ำมัน นวดฝ่าเท้า ใช้สมาธิในการรักษาโรค ทั้งยังมีร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับคุณไสยฯ ต่างๆ

เหตุที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากวงการแพทย์สมัยใหม่ เริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่ว่า การแพทย์ทางเลือก ให้ความสำคัญต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วย ในขณะที่แพทย์แผนใหม่ มุ่งเน้นการรักษาทางชีววิทยา หาสาเหตุของโรคของปัญหา จากที่เคยมองว่าการแพทย์ทางเลือกเป็นเรื่องเพ้อฝัน เชื่อถือไม่ได้ พิสูจน์ไม่ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ หันมายอมรับว่า การแพทย์นอกระบบเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ดีที่สุดของคนไข้ หลังจากที่แพทย์สมัยใหม่ไม่สามารถรักษาให้หายได้

ดังนั้นการศึกษาหาแนวทางรักษาตามแบบฉบับการแพทย์ท้องถิ่น เพื่อปรับใช้ให้สอดคล้องกับการแพทย์แผนปัจจุบัน จึงเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับคนไข้ ซึ่งปรารถนาการบำบัดรักษาที่มีประสิทธิภาพที่สุดทั้งใจและกาย


ขอบคุณหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600