งานวิจัยของมหาวิทยาลัยบริสทอล ประเทศอังกฤษ
พบว่า ผู้ที่ใช้โทรศัพท์มือถือจะมีปฏิกิริยาตอบสนอง
เร็วขึ้นกว่าปกติราวร้อยละ 4
งานวิจัยของมหาวิทยาลัยบริสทอลนี้ได้รับทุนอุดหนุนจากรัฐบาลอังกฤษ เป็นงานที่ได้รับความเชื่อถือค่อนข้างสูงเพราะมีการออกแบบ
การทดลองที่รัดกุมและเป็นไปตามกระบวนการของการวิจัย
การทดลองทำโดยใช้อาสาสมัคร 36 คน แต่ละคนให้ทำแบบทดสอบ
เพื่อวัดปฏิกิริยาทางสมองไว้ก่อน
หลังจากนั้น อาสาสมัครจะถูกแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งได้รับคลื่นวิทยุแบบเดียวกับโทรศัพท์มือถือระบบแอนะล็อก กลุ่มหนึ่งได้รับคลื่นไมโครเวฟแบบเดียวกับโทรศัพท์มือถือระบบดิจิทัล
และอีกกลุ่มหนึ่งไม่ได้รับคลื่น 2 กลุ่ม ที่ได้รับคลื่นจะได้รับคลื่น
นาน 30 นาที
หลังจากที่ได้รับคลื่นแล้ว อาสาสมัครทั้ง 36 ราย จะถูกนำมาทดสอบปฏิกิริยา
ทางสมองอีกโดยการทดสอบนั้นครอบคลุมหลายรูปแบบ
ทั้งทดสอบปฏิกิริยาตอบสนอง ทดสอบความจำเกี่ยวกับเนื้อที่
ทดสอบการระลึกคำศัพท์ ฯลฯ ผลการวิจัยพบว่า การใช้โทรศัพท์มือถือ
อย่างต่อเนื่องนาน 30 นาที ไม่มีผลต่อความจำระยะสั้น
รวมทั้งไม่มีผลกับการทำงานของสมองในแง่อื่นๆ
ยกเว้นอยู่อย่างเดียว คือ ปฏิกิริยาตอบสนองต่อคำถามแบบใช่-ไม่ใช่ โดยการทดสอบชนิดนี้อาสาสมัครจะได้รับคำถามเพื่อให้ตอบว่า
ใช่หรือไม่ใช่ กลุ่มที่ได้รับคลื่นไมโครเวฟจะมีการตอบคำถามรวดเร็วขึ้น
ราวร้อยละ 4 นั่นก็หมายความว่า สมองมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อคำถามแบบ
ใช่--ไม่ใช่รวดเร็วขึ้นเล็กน้อย
คณะวิจัยให้ความเห็นว่าปฏิกิริยาที่รวดเร็วขึ้นนี้อาจจะมาจากสาเหตุ
2 ประการ คือ ประการแรก เกิดขึ้นเนื่องจากคลื่นไมโครเวฟ
ทำให้ของเหลวในสมองมีอุณหภูมิสูงขึ้น จึงไปเร่งการไหลเวียน
ของระบบโลหิตที่มาเลี้ยงสมองเพื่อให้ระบายความร้อนออกไปโดยเร็ว จึงทำให้สมองมีปฏิกิริยารวดเร็วขึ้น
ส่วนประการที่สอง นั้นก็เกี่ยวกับความร้อนที่เกิดขึ้นในสมองเช่นกัน โดยความร้อน
ที่เกิดขึ้นอาจไปกระตุ้นให้มีการสร้างโปรตีนชนิดพิเศษขึ้น
อันเป็นกลไกในการป้องกันความร้อนของร่างกาย ซึ่งโปรตีนพิเศษนี้
จะไปมีผลทำให้สมองมีปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็วขึ้น
แต่อย่างไรก็ดี คณะวิจัยให้ความเห็นว่า ผลของคลื่นไมโครเวฟต่อสมอง
เช่นนี้ไม่น่าก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย รวมทั้งไม่ใช่ผล
ที่เกิดขึ้นถาวรเมื่อไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือ อุณหภูมิของสมองก็เป็นปกติ กลไกป้องกันตนเองเหล่านี้ก็จะหยุดทำงานไปเอง งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นชัดว่า คลื่นไมโครเวฟของโทรศัพท์มือถือแม้จะมีกำลังต่ำมากก็ตาม
แต่ก็ยังมีผลต่อการทำงานของสมอง