มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน 2542]

ขโมยควาย-วิสามัญฯ

พรทิพย์ โรจนสุนันท์


การที่ผู้เขียนเล่าเกร็ดคดีต่างๆ มาใน 'มติชน' ก็เลยทำให้มีภาระงานมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนใหญ่เป็นงานหลวงทั้งนั้น แต่เป็นงานทั้งในและนอกเวลาราชการ ผู้ที่ติดต่อขอปรึกษามีหลายกลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มแพทย์ พนักงานสอบสวน และกลุ่มสุดท้าย คือ ญาติคนตาย ซึ่งดูจะเป็นสัญญาณที่ดีที่ผู้เสียหาย ญาติผู้ตาย เริ่มลุกขึ้นมาปกป้อง สิทธิของตัวเอง ขณะเดียวกันตำรวจก็เริ่มตื่นตัวที่จะนำเอากระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์มาช่วยค้นหาความจริง

ตอนที่แล้วเล่าให้ฟังว่า มีตำรวจส่งควายมาให้ตรวจดีเอ็นเอ ความจริงตั้งใจจะเล่ามาหลายครั้งแล้ว แต่ด้วยภาระงาน ที่แน่นจนไม่มีเวลาตั้งสมาธิเขียน เมื่อมีแฟนมติชนทวงมา ก็เลยหั่นมาปั่นต้นฉบับให้ได้ความจริง

หากแพทย์หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข หันมาให้การสนับสนุน พัฒนาการพิสูจน์หลักฐานช่วยทางวิทยาศาสตร์ ตำรวจคงทำงาน ด้วยความสบายใจ สนุกกว่านี้ แต่ขณะเดียวกันก็คงต้องระมัดระวัง เพราะหากมีกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยแล้ว การโต้แย้งจะยากขึ้น

คดีวิสามัญฆาตกรรมเป็นคดีคนที่ร้ายใช้ต่อสู้กับตำรวจ คงไม่เป็นไปตามเรื่องเล่าที่ว่า เป็นปืนกระบอกเดียวกันยี่สิบสามสิบปีอีกแล้ว ความตื่นตัวในทางที่ดีของตำรวจดูได้จาก การที่ผู้เขียนได้ให้คำปรึกษา ในหลายคดีเรื่องที่จะเล่าในตอนนี้ เป็นเพราะพนักงานสอบสวน เป็นจำนวนมากที่โทรศัพท์ปรึกษาบ้าง มาเองเลยก็มี

มีอยู่คดีหนึ่ง คนตายถูกฆ่าโดยอาวุธมีด ตำรวจสงสัยผู้ต้องหาคนหนึ่ง แต่เผอิญคงเป็นคนมีความรู้ มีอิทธิพลและตำรวจเองก็ระมัดระวังเรื่องสิทธิ จึงไม่ใช้วิธีจับกุมมาสอบปากคำ คดีนี้ขาดประจักษ์พยาน แต่ตำรวจตรวจพบแหวนของผู้ต้องสงสัยซึ่งเปื้อนคราบเลือด จึงเก็บรวบรวมอาวุธมีดที่ใช้ฆ่าคนตายไว้อย่างดี แล้วยังมีวัตถุพยาน ทางภาพอื่นๆ อีกหลายอย่าง

เมื่อได้พูดคุยปรึกษา ผู้เขียนก็คิดว่า ให้เริ่มตรวจที่คราบเลือด ที่แหวนกับคราบเลือดที่มีด ซึ่งหากตรวจดีเอ็นเอออกมาตรงกัน ก็ขยับไปเทียบกับดีเอ็นเอของศพคนตาย ถ้าผลออกมาตรงกัน เจ้าของแหวนจะต้องถูกสอบสวน หรือต้องมีคำอธิบายว่า เหตุใดแหวนของตัวเองจึงเปื้อนคราบเลือดผู้ตาย

ถามว่าทำไมไม่ส่งกองพิสูจน์หลักฐาน ท่านก็ตอบว่า ติดต่อไปหลายครั้ง เจ้าหน้าที่รับเรื่องดูจะบ่ายเบี่ยง ไม่ค่อยอยากดำเนินการให้ด้วยว่าต้นทุนแพง นี่ขนาดเป็นตำรวจด้วยกันนะ ผู้เขียนเข้าใจปัญหาของทั้งสองหน่วยงาน จึงได้พยายามผลักดันให้มีการพัฒนางานนิติเวช ตำรวจตั้งใจทำงาน ก็ต้องพยายามหาช่องทางอื่นมาช่วยพิสูจน์หลักฐานให้ดีได้ อีกไม่นานหากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์แห่งชาติถูกำหนด ให้เกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ได้เรียบร้อย การทำงานต่างๆ จะดีขึ้น ประชาชนคงจะได้รับการบริการทางนิติเวชดีขึ้น เพราะการพิสูจน์หลักฐานเหล่านี้ จะต้องถูกดำเนินการโดยสม่ำเสมอด้วยบุคลากรทางวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพ อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็ต้องมีมาตรฐาน ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องโปร่งใสตรวจสอบได้

นั่นคือ การพิสูจน์หลักฐานต้องไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจอีกต่อไป แต่ต้องให้นักวิทยาศาสตร์ที่มีหน่วยงานที่กำกับดูแล โดยกระทรวงยุติธรรม จะเป็นผู้ตรวจสอบ

อีกคดีก็เป็นดีเอ็นเอเช่นกัน โดย ตำรวจนำเอาความรู้ เรื่องดีเอ็นเอมาใช้ในคดีลักควาย มีผู้ต้องสงสัยว่า ขโมยควายในหลายอำเภอ จับไม่ได้ซักที เพราะควายไม่ค่อยมีเอกลักษณ์ ประจำตัวแถมเวลาเลี้ยงก็ไม่ เคยมีการตั้งชื่อ การพิสูจน์ว่า ควายที่พบ เป็นตัวที่ถูกขโมยหรือไม่ จึงต้องใช้วิทยาศาสตร์มาช่วย โดยเอาขนควายที่บ้านเจ้าของมาเทียบกับขนควายในพาหนะ ของผู้ต้องหาที่สงสัยมาใช้ขโมย

อีกคดีที่มีลักษณะเดียวกันแต่เป็นคดีการเมืองคือ คดีตัดไม้ป่าสาละวิน เรื่องนี้ก็ตรวจสอบได้แต่ว่าต้นทุนการตรวจคงสูงเกินไป เพราะมีท่อนไม้ มากมาย และพืชคงมีการตัดต่อทาบก็ได้ ต้นเดียวกันจึงอาจมีสายพันธุ์ หลายอย่างต้องระวัง ส่วนสัตว์นั้นทำไม่ได้ เพราะการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ ไม่ค่อยมีใครนำมาใช้ในประเทศไทย แต่ในต่างประเทศ สามารถนำมาจับผู้ร้ายได้หลายคดีแล้ว เช่น การตรวจรองเท้า ของผู้ต้องสงสัยที่ไปฆ่าคนตาย ผู้ต้องหาปฏิเสธตลอด แต่ปรากฏว่า รองเท้ามีเศษวัชพืชติดอยู่ ซึ่งพบว่า เป็นชนิดที่มีอยู่ในบริเวณบ้านคนตาย สามารถพิสูจน์ยืนยันได้ ทั้งโครงสร้างภายนอก (Morpology) และดีเอ็นเอ ผู้ตรวจต้องเป็นนักชีววิทยาและนักวิจัย ไม่ใช่ตำรวจแน่นอน

คดีที่จะนำมาใช้ได้บ่อยกว่าที่เล่ามาทั้งหมดคือ คดีข่มขืนกระทำชำเรา หรือกระทำอนาจาร เพราะปัจจุบันการกระทำการเหล่านี้ สร้างปัญหาสังคมมาก โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับเด็ก เพราะมันทำร้าย มากกว่าร่างกาย แต่ทำร้ายจิตใจซึ่งส่งผลมากกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า หลายคดีทั้งที่ตายและไม่ตายสามารถจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้ เพราะคราบเลือด คราบอสุจิ ที่ปรากฏเป็นหลักฐานบนร่างกาย ที่เหยื่อหรือเสื้อผ้าหรือกระดาษ โดยพิสูจน์ดีเอ็นเอยืนยัน แต่จะพิสูจน์ได้ ผู้เสียหายคือ ประชาชนต้องมีความรู้ที่จะเก็บหลักฐานให้ดี นั่นคือ เย็นและแห้ง เข้าไว้

ตำรวจเองก็ต้องมีทั้งความรู้และความเอาใจใส่ดีจะพยายาม หันมาใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในการพิสูจน์ความจริง เพราะมันพลิกไม่ได้เหมือนคำให้การซึ่งสามารถกลับคำได้

รัฐบาลโดยกระทรวงยุติธรรมซึ่งทำหน้าที่นำหลักฐานเหล่านี้ มาตัดสินต้องสนับสนุนในการพัฒนาแก้ไขปัญหาตั้งแต่ระบบงาน บุคลากร อุปกรณ์ งบประมาณ รวมถึงกฎหมายรองรับหรือระเบียบปฏิบัติ ตัวอย่างเช่น ในออสเตรเลียมีกฎหมายบังคับให้ผู้ต้องหา ยอมให้เจาะเลือดตรวจดีเอ็นเอได้ ข้อมูลจะถูกบันทึกไว้ จนกว่าจะถูกตัดสินว่าไม่ผิด ซึ่งข้อมูลจะถูกลบทิ้งทันที นักโทษทุกคนก็ต้องถูกเจาะเลือดตรวจดีเอ็นเอไว้ คดีต่างๆ จึงตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ผู้ร้ายก็ถูกดำเนินคดี

เทคนิคนี้ได้พัฒนาจนสามารถตรวจดีเอ็นเอ จากลายพิมพ์นิ้วมือที่เรียกว่า "Handy PCR" ซึ่งนำลายพิมพ์นิ้วมือที่ปรากฏโดยไม่ต้องครบสิบนิ้ว มาสกัดดีเอ็นเอ จะพิสูจน์ความจริงได้ ซึ่งอีกหน่อยปืนที่ผู้ต้องหา ใช้ต่อสู้ตำรวจในคดีวิสามัญฆาตกรรม ก็ไม่สามารถทำให้เกิดเรื่องเล่า ได้อีกว่า เป็นปืนกระบอกเดียวกันมาสามสิบปีแล้ว

เล่าเรื่องดีเอ็นเอแล้วไหงมาจบด้วยวิสามัญฆาตกรรมเข้าจนได้

พรทิพย์ โรจนสุนันท์


ขอบคุณหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600