มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอก จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2542 ]

สาหร่ายเกลียวทอง แบคทีเรียที่มากด้วยคุณประโยชน์

ศิริรัตน์ สาโพธิ์


ในขณะที่กระแสความนิยมของการนำพืชชนิดต่าง ๆ มาสกัดทำยาบ้าง ทำอาหาร บ้าง เครื่องดื่มบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชในตระกูลสมุนไพรที่ปัจจุบันได้มีการค้นพบสูตรสกัดเป็นน้ำสมุนไพร ดื่มคลายร้อนพร้อมสรรพคุณในการแก้โรคต่าง ๆ มากมาย กำลังได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายอยู่ในขณะนี้ ขณะเดียวกันก็ถือเป็นนิมิตหมายอันดีของวง การวิทยาศาสตร์ไทยที่ได้มีการค้นพบสิ่งมีชีวิตจำพวกแบคทีเรียอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถนำมาพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันสำหรับมนุษย์และสัตว์ได้เป็นอย่างดีเช่นกัน โดยขณะนี้หลังจากใช้เวลาทำการศึกษาทดลองอยู่เป็นเวลานานนับ 10 ปี นับตั้งแต่มีการค้นพบแบคทีเรียชนิดนี้ก็สามารถพิสูจน์และบ่งบอกได้ อย่างแน่ชัดแล้วจากผลการวิจัยของ ท่านรองศาสตราจารย์ ดร.มรกต ตันติเจริญ รองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ว่า แบคทีเรียชนิดนี้ นอกจากจะนำมาถ่ายทอดไปสู่ภาคเอกชนในการสร้างโรงงานผลิตเป็นอาหารอันโอชะ ของบรรดาสัตว์น้ำทั้งหลายแล้ว ยังมีประโยชน์อย่างยิ่งในการกำจัดมลพิษน้ำเสีย มีสารสำคัญในทางการแพทย์เพื่อใช้รักษาโรคที่เกิด กับมนุษย์มากมายหลายโรค และยังมีประโยชน์สามารถนำไปเป็น ส่วนประกอบสำคัญในการผลิตเครื่องสำอางบางชนิดที่เราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันอีกด้วย

แบคทีเรียที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้มีชื่อว่า "สาหร่ายเกลียวทอง" ค่ะ ดูชื่อผิวเผินแล้วผู้อ่านหลายท่านคงสงสัยว่าทำไมสาหร่ายชนิดนี้จึงถูกเรียกว่า "แบคทีเรีย" และสาหร่ายทุกชนิดคือ แบคทีเรียหรือไม่? เกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านรองศาสตราจารย์ ดร.มรกต ตันติเจริญ ผู้บุกเบิกทำการวิจัยในเรื่องเทคโนโลยีสาหร่ายเกลียวทองจะมาเป็นผู้ไขข้อข้องใจให้เราได้ทราบกันค่ะ

"จริง ๆ แล้วสาหร่ายทุกชนิดที่เราเห็นคือ แบคทีเรียทั้งสิ้นค่ะ แต่ต่างชนิดกัน ไม่ใช่พืชน้ำอย่างที่เราเข้าใจ สาหร่ายนั้นจะมีเซลล์บางเซลล์ทำหน้าที่คล้ายพืช เช่นเดียวกับสาหร่ายเกลียวทอง ซึ่งภาย หลังจากที่ได้ศึกษาเรื่องเซลล์แล้ว ปรากฏว่าเป็นเซลล์ของแบคทีเรียชนิดไซยาโน (Cyano Bacteria) และแทบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า"

สาหร่ายเกลียวทองมีสีน้ำเงินแกมเขียว อยู่ในแฟมิลี ออสซิลาทอเรีย มีลักษณะเป็นสายเกลียวคล้ายสปริงยืด มีความกว้าง 3-8 ไมโครเมตร ยาว 300-500 ไมโครเมตร พบเห็นอยู่ทั่วไปในน้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย โดยเฉพาะในน้ำที่มีค่าความเป็นด่างสูง และมีค่าความเค็มสูง เจริญเติบโตได้ดีที่ PH 8 อุณหภูมิ 32-40 องศาเซลเซียส

"สาหร่ายเกลียวทองสามารถเกิดขึ้นได้เองในน้ำเสีย ซึ่งมีธาตุไนโตรเจน และฟอสฟอรัสที่เหมาะสม ยิ่งถ้าปล่อยน้ำเสียลงในบ่อคลองเยอะเท่าใด ก็จะยิ่งมีสาหร่ายเกลียวทองเกิดขึ้นมากเท่านั้น เพราะในน้ำเสียจะมีไนโตรเจนและฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นอาหารของสาหร่ายเกลียวทองอยู่มาก แต่ถ้าหากในน้ำนั้นหมดไนโตรเจนและฟอสฟอรัสเมื่อไหร่ (ก็หมายถึงน้ำนั้นอยู่ในสภาพที่ดีแล้ว) สาหร่ายเกลียวทองก็จะไม่มีอาหารกิน ซึ่งตอนนี้เราต้องช้อนสาหร่ายออกจาก บ่อให้หมด โดยเราสามารถช้อนได้ในขณะที่สาหร่ายลอยขึ้นมารับแสงแดดบนผิวน้ำ เพราะหลังจากไม่มีอาหาร สาหร่ายก็จะจมลง (ตาย) และทำให้เกิดน้ำเสียขึ้นอีก"

ท่านรองศาสตราจารย์ ดร.มรกต กล่าวถึงที่มาและประโยชน์ของสาหร่ายเกลียวทองในด้านการบำบัดน้ำเสีย หลังจากที่ได้ไปทำการทดลองกับบ่อบำบัดน้ำทิ้งของโรงงานแป้งมันสำปะหลังนีโอเทคฟู้ด จำกัด ที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นบริษัทที่รับเทคโนโลยีดังกล่าวแล้ว และปรากฏว่า ได้ผลดีเกินคาด

ก็อย่างที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ข้างต้นว่า สาหร่ายเกลียวทองนั้น นอกจากจะมีประโยชน์ในด้านการกำจัดน้ำเสียจากโรงงานแล้ว จากการบุกเบิกทำการวิจัยอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันของท่านรองศาสตราจารย์ ดร.มรกต ยังทำให้ทราบอีกว่า ผลิตผลที่ได้ หลังจากการช้อนหรือกรองขึ้นจากน้ำ ยังสามารถนำมาใช้แปรรูปเป็นอาหารเสริมสุขภาพอัดเม็ด ทำเป็นอาหารเร่งสีและเร่งการเจริญเติบโตในสัตว์ เช่น ผสมเป็นอาหารสำหรับลูกกุ้ง ผสมเป็นอาหารเลี้ยงไก่ ซึ่งจะทำให้ไข่แดงมีสีแดงสวย หรือใช้ผสมเป็นอาหารเลี้ยงปลาสวยงาม เช่น ปลาคาร์ป นอกจากนี้สารเคมีที่มีอยู่ในสาหร่าย อันได้ แก่ รงควัตถุจำพวกคลอโรฟิลด์เอ แคโรทีนอยส์ ไฟโคไซยานิน ไฟโคอีรีทิน ยังมีประโยชน์ในอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องสำอาง และใช้แทนสีสังเคราะห์ที่อาจทำให้เกิดมะเร็งได้ เช่นเดียวกับโปรไวตามิน กรดอะมิโนที่สำคัญ กรดไขมันที่จำเป็นหลายชนิด ตัวอย่างเช่น กรดแกมมา ไลโนลินิก (GLA) ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวและพบอยู่มากนั้น ยังมีความสำคัญในทางการแพทย์มีคุณสมบัติช่วยป้องกันโรคหัวใจ ยับยั้งการแข็งตัวของเลือด ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ลดความดันเลือด ลดความรุนแรงที่เกิดจากการอักเสบและโรคภูมิแพ้ และลดการเกิดไมเกรน เป็นต้น

เพราะประโยชน์ที่มีมากมายเหล่านี้เอง ปัจจุบันการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสาหร่ายจึงขยายตัวออกไปอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ โดยเฉพาะที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศแรกที่เริ่มทำการเพาะเลี้ยง และประสบความสำเร็จอย่างมากในนาม บริษัท ไดนิปปอน อิงค์ และ บริษัท สยาม เอลจี้ ในไทย ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำการเลี้ยงก็สามารถผลิตสาหร่ายเกลียวทองได้ประมาณ 150 ตัน (แห้ง) ต่อปี โดยในจำนวนนี้ 100 ตัน จะนำไปทำเป็นอาหารเสริมสุขภาพ และอีก 50 ตัน จะทำเป็นอาหารเร่งสี เร่งการเจริญเติบโตในสัตว์ และส่งออกไปขายที่ประเทศญี่ปุ่น

สำหรับในส่วนของการเตรียมสถานที่, น้ำ และขั้นตอนการเพาะเลี้ยงนั้น จะทำการเลี้ยงในบ่อเล็กก่อน จะเป็นบ่อปูน หรือบ่อพลาสติกก็ได้แล้วค่อยเอาลงบ่อใหญ่ น้ำที่ใช้เลี้ยงจะเป็นน้ำเสียหรือน้ำดีก็ได้ ถ้าเลี้ยงในน้ำดีก็ใส่ ไนโตรเจนและฟอสฟอรัสลงไปให้ได้ สัดส่วนที่เหมาะสม เลี้ยงในน้ำเสียก็ต้องผ่านการบำบัดในขั้นต้นเสียก่อน จากนั้นก็มาดูที่คุณสมบัติ ถ้าเป็นกรดมากก็เติมด่างลงไป ส่วนการเก็บเกี่ยวสาหร่าย ก็ทำได้โดยการกรอง สาหร่ายที่กรองได้ จะถูกนำไปทำให้แห้ง โดยการตากแดดหรือเข้าเครื่องอบแห้งต่อไป

สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตย่อมมีทั้งคุณและโทษคละเคล้ากันไป แต่หากมนุษย์ ซึ่งอยู่แห่งใดเลือกที่จะนำมาดัดแปลงเพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต หรือใช้ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ก็นับว่ามีความเฉลียวฉลาดเป็นเลิศ ซึ่งสามารถมองการณ์ไกลและบอกได้เลยว่า ณ ที่แห่งนั้นก็จะมีความก้าวหน้าไปในโลกแห่งการคิดค้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ภ.ญ.ยุวดี สมิทธิวาสน์


ขอบคุณหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600