มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam

[คัดลอกจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันพุธ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2542]


มาฟังนิทาน มาฟังนิทานกระเทียม

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพืชชนิดหนึ่ง รูปร่างกลมๆ ป้อมๆ น่ารักประกอบด้วยกลีบเล็กๆ หลายกลีบ ปกติมีแปดถึงสิบสองกลีบ มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า "อัลติอุม ซาติวุม" มาจากภาษาเซลติก อัลแปลว่าเผาไหม้ และ ซาติวุม แปลว่าเพาะปลูก

ข้อเสียเพียงข้อเดียวของมันคือ กลิ่นอันแสน
จะร้ายกาจของมันยิ่งกับคนส่วนใหญ่ของสหราชอาณาจักรด้วยแล้ว กลิ่นของมันเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ น่าขยะแขยงเป็นที่สุด แต่สำหรับคนไทยอย่างเราท่านทั้งหลาย มันจัดว่า เป็นพืชสุดฮอตฮิตประจำรายการอาหารเลยทีเดียว แต่หารู้ไม่ว่าภายใต้กลิ่นอันฉุนเฉียวดังกล่าว พืชเล็กๆ นี้มีสรรพคุณมากมายมหาศาลในการกำจัดโรคร้ายต่างๆ

ใช่แล้วค่ะ "กระเทียม" นั่นเอง

กระเทียมถูกนำมาใช้รักษาโรคภัยไข้เจ็บตั้งแต่เมื่อไร ไม่มีใครรู้ จากบันทึกที่มีมาแต่โบร่ำโบราณ เช่น คัมภีร์ไบเบิ้ลเก่า มีการกล่าวถึงเจ้าพืชน้อยนี้ว่า

ในการรอนแรมทางทะเลของชาวไวกิ้ง จะต้องมีการขนกระเทียมติดตัวไปด้วยเป็นกระบุง, แม้กระทั่งในหีบพระศพของมัมมี่ตุตันคาเมนกษัตริย์ แห่งอียิปต์ก็ยังพบกระเทียมบรรจุอยู่ด้วย ทาสชาวอิสราเอลที่ถูกเกณฑ์มาสร้างพีระมิด นิยมบริโภคกระเทียม เพื่อช่วยเสริมสร้างพละกำลัง ในการแบกปูนไปโบกตึกนั่นเอง

ทุกวันนี้กระเทียมก็ยังปลูกกันอย่างทั่วทุกหัวระแหงในอียิปต์ เนื่องจากเชื่อว่า มันช่วยเสริมสร้างพละกำลัง และความแข็งแกร่งได้ดียิ่ง และในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ กีฬาที่ต้องใช้แรงมากๆ เช่น ยกน้ำหนักและว่ายน้ำข้ามคลอง นักกีฬากรีกโด๊ปกระเทียมก่อนลงสนาม แทนที่จะเป็นเสตอรอยด์เหมือนนักกีฬาในสมัยนี้

ในโลกของชาวโรมัน นอกจากจะใช้กระเทียมเป็นอาหารแล้ว เมื่อมีการเดินทัพ กองทหารจะนำกระเทียมติดไปด้วยเสมอ และก็ได้เผยแพร่ให้กับผู้คนตามรายทางที่พวกเขาผ่านไปด้วย เจ้านายชั้นสูงของชาวโรมันมักจะทำจมูกฟุดฟิดเมื่อได้กลิ่นของมัน ขณะที่ประชาชนทั่วไปพอใจในรสชาติของมัน นับเป็นความโชคร้ายของพวกนั้นเป็นอย่างยิ่ง หารู้ไม่ว่าพืชหัวเล็กๆ นี้อุดมไปด้วยคุณค่ามากมาย เป็นยาครอบจักรวาล รักษาได้สารพัดโรค

ผู้เขียนขอเริ่มจากศีรษะแล้วร่ายลงมาเรื่อยๆ เลยนะคะ เริ่มจาก

ระบบทางเดินหายใจ ไม่ว่าจะเป็นอาการพวกหวัด ไอ หืด หลอดลมอักเสบ ยิ่งถ้านำน้ำกระเทียมไปผสมกับน้ำผึ้ง จะใช้แก้อาการเจ็บคอ เสียงแหบ ไม่มีเสียง ทำให้เสียงสดใส แถมยังรสชาติดีอีกด้วย ถ้าอยากจมูกโล่งให้สับกระเทียมให้ละเอียด ใส่ในน้ำเดือด เติมน้ำส้มสายชูนิดหน่อยใช้สูดดมรับรองได้ผลดีได้ ไม่แพ้ยาสมัยใหม่ แต่ดีกว่าที่ไม่ต้องเสียสตางค์ซื้อไงคะ

มาถึงอาการทางท้องไส้ ไม่ว่าจะเป็นลำไส้ใหญ่อักเสบ ท้องร่วง บิด เพราะกระเทียมสามารถฆ่าแบคทีเรีย ที่เป็นอันตรายในลำไส้ได้ โดยไม่มีผลต่อแบคทีเรีย ตัวที่เป็นประโยชน์ต่อระบบการย่อยอาหารแต่อย่างใด นักเดินทางส่วนใหญ่มักประสบปัญหาเกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงของอากาศหรือท้องร่วง เนื่องจากน้ำดื่มและอาหาร

ปัญหาเหล่านี้ป้องกันได้ถ้าได้บริโภคกระเทียมแคปซูล วันละสองเม็ดก่อนเดินทางสักสองอาทิตย์และต่อเนื่องระหว่างการเดินทาง

สิ่งที่น่าอัศจรรย์และกำลังเป็นที่กล่าวถึงอย่างกว้าง ในวงการแพทย์ในขณะนี้คือกระเทียมกับโรคหัวใจ และระดับคอเลสเตอรอล เรื่องนี้พึ่งเป็นที่กล่าวขานกัน หารู้ไม่ว่าเรื่องนี้แพทย์โบราณชาวกรีกได้รู้ล่วงหน้าก่อนพวกเรา มาแล้วหลายพันปี โดยจากบันทึกมีการเขียนถึงกระเทียมไว้ว่า

"กระเทียมสามารถสลายการอุดตันในเส้นเลือด" เมื่อมีการชันสูตรเส้นโลหิตของคนไข้ที่เสียชีวิต ด้วยโรคหัวใจล้มเหลว พบว่า เส้นเลือดของผู้ตาย มีตะกอนไขมันตกอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งตะกอนพวกนี้ เกาะตัวอยู่ที่ผนังเส้นเลือด พวกนี้นี่เองที่นำไปสู่การเป็นโรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง เพราะจะไปทำให้เลือดเกาะตัวกันเป็นก้อน ไม่ให้เลือดไหลเวียนเข้าสู่หัวใจกับสมอง ทำให้เกิดอาการหน้ามืด ตาลายคล้ายจะเป็นลมและหัวใจวายตายได้ในที่สุด

กระเทียมช่วยไม่ให้ตะกอนไขมันไปเกาะตามเส้นโลหิต และช่วยให้เลือดเข้มข้นน้อยลง โดยคอเลสเตอรอลที่ไหลเวียน ในกระแสโลหิตของคนเรานั้นมีสองลักษณะคือ คอเลสเตอรอลที่มีความเข้มข้นต่ำกับคอเลสเตอรอลที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งคอเลสเตอรอล ประเภทต่ำนี่เองที่ทำให้เกิดอาการของโรคหัวใจ

มีนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษาจนได้ข้อสรุปว่า กระเทียมสามารถช่วยลดปริมาณของคอเลสเตอรอลชนิดดังกล่าวได้ การบริโภคกระเทียมเป็นประจำสม่ำเสมอจะลดคอเลสเตอรอล ออกจากกระแสเลือดของผู้นิยมทานอาหารประเภทขยะ มีไขมันมากๆ ได้

นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติเป็นเสมือนยาปฏิชีวนะ ซึ่งมีคุณภาพดีกว่าเพนนิซิลินเสียอีก และกรณีความดันโลหิตสูงนั้น กระเทียมมีคุณสมบัติในการขยายหลอดโลหิต ซึ่งมีผลต่อการลดความดัน ทำให้เลือดไหลช้าลง มีรายงานจากนายแพทย์ทั้งในฝรั่งเศส เยอรมันและหลายประเทศในยุโรปยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า

กระเทียมมีคุณสมบัติอันมหัศจรรย์ต่อการควบคุมความดันโลหิต ให้อยู่ในระดับที่สม่ำเสมอและเป็นยารักษาโรคหัวใจที่มีประสิทธิภาพสูง

พูดกันมามากมายถึงประโยชน์ของมันกันไปแล้ว ผู้เขียนอยากจะเสนอว่า หัวใจของการใช้พวกสมุนไพรเป็นยานั้น จะได้ผลก็ต่อเมื่อเราต้องใช้มันเป็นประจำและต่อเนื่อง

บางคนคิดคาดหวังจะให้ออกฤทธิ์รวดเร็วเห็นผลทันตา เหมือนยาสมัยใหม่ ที่จริงแล้วการใช้สมุนไพรเป็นยานั้น เป็นการปรับให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันตัวเอง ไม่ใช่ไปทำลายเชื้อโรคโดยตรง ผู้ป่วยที่ทานสมุนไพร จะมีสุขภาพแข็งแรงขึ้นไปพร้อมๆ กับอาการเจ็บป่วยที่ค่อยๆ ลดน้อยลง และถ้ายังทานอย่างต่อเนื่อง อาการเจ็บป่วยทั้งมวล ก็แทบจะไม่กลับมาปรากฏให้เห็นอีก ต่างกับยาสมัยใหม่ ที่แม้จะหายจากโรคแต่ร่างกายก็ยังอ่อนแอ เรียกได้ว่า เห็นผลช้าแต่ก็มีผลดีในระยะยาว

ดังนั้นถ้าคุณคิดที่จะหันมาปลูกกระเทียม แทนที่ไม้ประดับในสวนหลังบ้านก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไปนัก เพราะกระเทียมเป็นพืชที่ขึ้นง่าย ชอบแสงแดด ชอบดินทรายร่วนซุยไม่อุ้มน้ำ สิ่งสำคัญคือ ดิน ต้องปลอดจากดินเหนียว มีปุ๋ยคอกรองรับอยู่ก่อน

วิธีปลูกคือ แกะเปลือกที่ห่อหุ้มหัวกระเทียมออก เวลาแกะระวังอย่าให้กลีบหัวของมันซ้ำ แยกกลีบเล็กๆ ออกจากกันแล้วหย่อนใส่หลุมสักประมาณครึ่งนิ้ว ทิ้งห่างระหว่างต้นประมาณแปดนิ้ว และระหว่างแถว12 นิ้ว ดินแดนแถบตะวันตกเฉียงใต้สามารถทำได้ในเดือนพฤศจิกายน ดีที่สุดคือ มีนาคม ให้น้ำอาทิตย์ละครั้งเวลาอากาศแห้ง และดินนั้นก็ต้องไม่อุ้มน้ำ มีการระบายน้ำที่ดี

การเก็บเกี่ยวให้เก็บตอนใบมันเหี่ยวและแห้งตาย ปัจจุบันกระเทียมได้กลายเป็นอาหารเสริมที่แพร่หลาย โดยผลิตอยู่ในรูปแคปซูลสกัดเป็นวุ้นใส บริโภคง่าย เหมาะกับผู้ขยาดต่อกลิ่นอันฉุนเฉียวของมัน จากพืชที่ถือว่า เป็นของชนชั้นคนงานในอดีต มันไม่เคยแม้แต่ได้เฉียดเข้าใกล้ ชนชั้นผู้ดีของอังกฤษ แม้จะอยู่ในวรรณกรรมกรีก ก็อยู่ในแง่ของความอับเฉา ความหายนะและความโศกเศร้า ตอนนี้มันได้กลายเป็นสมุนไพรอันทรงคุณค่ามหาศาล

ตัวผู้เขียนเองนั้นบำรุงสุขภาพตัวเองด้วยแคปซูลสกัด ครั้งละเม็ดวันละสามครั้งทุกวัน อาการภูมิแพ้ที่เป็นประจำก็หายไป สุขภาพแข็งแรงดี

คุณผู้อ่านล่ะคะเริ่มเล็งเห็นความสำคัญของกระเทียมบ้างแล้วหรือยัง น่าเสียดายที่เราปล่อยให้กลิ่นซึ่งเป็นเพียงข้อเสียข้อเดียวของมัน มาบดบังคุณค่าอันมหาศาลของมัน ป่านนี้บรรดาหมอ และนักปราชญ์โบราณเช่น ฮิปโปเครติส อริสโตเติล กาเล็น คงนั่งยิ้มอยู่ในสรวงสวรรค์มองมายังมนุษย์โลกในสหัสวรรษใหม่แล้วพูดว่า

พวกเรารู้ก่อนท่านมาตั้งนานแล้ว ฮ่า..ฮ่า..

เรืออากาศตรีเภสัชกรหญิงพิภาดา ทองเชี่ยว


ขอบคุณหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600