มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam

[คัดลอกจากเนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 8 ฉบับที่ 399 วันที่ 24 - 30 มกราคม 2543]

ART มีบุตรแบบเหนือธรรมชาติ

น.พ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์


ธรรมชาติคือชีวิต ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ ล้วนแล้วแต่กำเนิดมาจากธรรมชาติ วิถีทางแห่งการมีบุตรนั้น เป็นวิถีทางแห่งธรรมชาติ เป็นวิถีทางที่ธรรมชาติเลือกสรรแล้วว่า เหมาะสมในการก่อให้เกิดชีวิตใหม่ บางคู่ก็สมหวัง บางคู่ก็ผิดหวัง รอคอยแล้วรอคอยเล่า บุตรก็ไม่มาเกิดสักที

เมื่อวิถีธรรมชาติคงจะไม่สามารถช่วยให้มีบุตรได้แล้ว... วิถีทางที่เหนือธรรมชาติมีบ้างไหม?

13 ปีที่แล้ว ก็มีการช่วยการปฏิสนธิ โดยการเอาไข่ของฝ่ายหญิงและตัวอสุจิของฝ่ายชายมาผสม แล้วใส่กลับเข้าไปให้ผสมกันเองต่อในท่อนำไข่ เป็นกระบวนการที่เรียกว่า กิฟท์ หลังจากนั้นก็มีการพัฒนา ต่อเนื่องกันมาโดยตลอด รวมกันแล้วเทคนิคในการช่วยเหลือ การเจริญพันธุ์ดังกล่าวจึงเรียกว่า ART ซึ่งเป็นคำย่อที่มาจากคำเต็มๆ ในภาษาอังกฤษว่า ASSISTED REPRODUCTIVE TECHNOLOGY อันเป็นกระบวนการต่างๆ นานาที่จะช่วยเหลือ การเจริญพันธุ์ของมนุษยชาติที่จะดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป

แต่ไม่ว่าจะทำอะไรทุกวิธีแล้ว อย่างมากที่สุด ที่มนุษย์เราจะทำได้ก็คือ การปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนนอกร่างกาย และพยายามเลี้ยงไปให้นานที่สุด ที่เรียกว่า การเพาะเลี้ยงบลาสโตซิส หรือ BLASTOCYST CULTURE ซึ่งเลี้ยงจนตัวอ่อน ที่เกิดจากการผสมของไข่จากฝ่ายหญิงและตัวอสุจิจากฝ่ายชาย เจริญเติบโตต่อเนื่องกันไปได้ถึง 5 วัน ก่อนจะนำกลับมาใส่ เข้าไปในโพรงมดลูก เพื่อให้เกิดการเจริญเติบโตต่อไป

นี่แหละครับ ปราการด่านสุดท้าย หรือ THE LAST PRONTIER ที่มนุษย์จะต้องฝ่าฟันเพื่อให้ได้ทายาท เพราะไม่ใช่ว่า เมื่อใส่ตัวอ่อนที่ได้จากการปฏิสนธินอกร่างกายเข้าไปแล้ว จะเกิดการตั้งครรภ์ทุกรายไป สมหวังน่ะสมหวังอยู่ แต่ไม่ทุกราย บางครั้งที่สมหวังน้อยกว่าที่ผิดหวังเสียอีก

เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสงวนไว้ ไม่ให้ใครกระทำการอะไรที่เหนือธรรมชาติมากไป ขืนทำได้ แพทย์และนักวิทยาศาสตร์จะกลายเป็นพระเจ้าไปหมด คนคำนวณจึงมิสู้ ฟ้าลิขิต ด้วยประการฉะนี้

ดังนั้น ก่อนที่จะไปรับบริการการรักษาให้มีบุตร โดยวิธีช่วยเหลือธรรมชาติและเหนือธรรมชาติเหล่านั้น จะต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า

  • การใช้เทคนิคช่วยเหลือการเจริญพันธุ์ต่างๆ นั้น ทุกวิธีไม่มีวิธีใดได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ และผลที่ได้รับในแต่ละคู่สมรส ก็ไม่เท่ากัน เพราะปัจจัยและสาเหตุในการมีบุตรยากแตกต่างกัน ก่อนที่จะยอมให้แพทย์ทำการรักษา จึงควรจะสอบถามให้เข้าใจ ในกระบวนการที่จะทำ ค่าใช้จ่ายที่จะต้องเสีย ประสิทธิภาพของแต่ละวิธี เมื่อนำมาใช้กับคู่ของตน ข้อเด่นข้อด้อยของแต่ละวิธี รวมทั้งภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย

  • เทคโนโลยีการเจริญพันธุ์ที่ก้าวหน้ากว่า ไม่ได้หมายความว่า จะได้ผลดีกว่าเสมอไป บางครั้งเทคโนโลยีที่เรียบง่าย สะดวก ผู้รับบริการไม่เครียด อาจจะได้ผลมากกว่าเทคโนโลยีที่ยุ่งยากซับซ้อน

  • การผ่อนคลายไม่เครียด มีความจำเป็นมากในการที่จะเกิดการตั้งครรภ์ ในสภาวะที่ฝ่ายหญิงเกิดความเครียดนั้น ระบบต่างๆ ของร่างกายจะผิดปกติ หรือเพี้ยนไปจากเดิม

  • เมื่อได้รับการรักษาแล้ว ถ้าไม่ประสบผลสำเร็จ ควรหยุดพักร่างกายและจิตใจก่อนสักระยะหนึ่ง อย่าฝืนใจรับการรักษาต่อ เพราะถึงทำก็ไม่ได้ผลดี แต่ถ้าหยุดไปสักระยะแล้วมีกำลังใจ กลับมารักษาใหม่ ผลที่ได้จะดีขึ้น เพราะใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว กำลังใจที่ดี ย่อมทำให้ผลลัพธ์ในการกระทำทั้งหลายดีด้วย
กระบวนการในการช่วยเหลือการเจริญพันธุ์ ประกอบด้วย
  • การคัดเชื้อและฉีดเชื้ออสุจิที่ผ่านการคัดแยกเอาตัวอสุจิ ที่สมบูรณ์พร้อมที่จะเกิดการปฏิสนธิกับไข่ เข้าไปภายในโพรงมดลูก และ/หรือ ท่อนำไข่ ในวันที่มีการตกไข่ตามธรรมชาติ

  • การกระตุ้นให้ไข่ตกหลายฟองร่วมกับการฉีดเชื้อสุจิ ที่ผ่านการคัดแยกในวันที่มีการตกไข่เข้าไปในโพรงมดลูก และ/หรือ ท่อนำไข่

  • การทำกิฟท์ : GIFT โดยการดูดเอาไข่ที่ถูกกระตุ้นออกมาจากรังไข่ และใส่รวมกับตัวอสุจิที่ผ่านการคัดแยกแล้วพร้อมกันกลับเข้าไปสู่ท่อนำไข่ เพื่อให้เกิดการปฏิสนธิตามธรรมชาติ

  • การทำซิฟท์ : ZIFT ขั้นตอนคล้ายการทำกิฟท์ แต่รอให้เกิดการปฏิสนธิระหว่างไข่กับตัวอสุจิก่อนระยะหนึ่ง แล้วใส่กลับเข้าท่อนำไข่ เพื่อให้เจริญเติบโต และเดินทางต่อตามท่อนำไข่เพื่อไปฝังตัวยังโพรงมดลูก เป็นวิธีการที่แน่ใจได้ว่ามีการผสมกันระหว่างไข่กับตัวอสุจิ ส่วนจะแบ่งตัวต่อไปเป็นตัวอ่อนที่สมบูรณ์หรือไม่นั้น ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติในร่างกายส่วนระบบการเจริญพันธุ์

  • การทำเด็กหลอดแก้ว หรือ ไอวีเอฟ ซึ่งย่อมาจาก IN VITRO FERTILIZATION เป็นการทำให้เกิดการผสมกัน ของไข่และอสุจิภายในหลอดแก้ว จนเกิดเป็นตัวอ่อน เลี้ยงตัวอ่อนสักระยะหนึ่งแล้วจึงใส่กลับเข้าโพรงมดลูก เพื่อให้เจริญเติบโตต่อไป ปัจจุบัน สามารถเพาะเลี้ยงได้จนถึง 5 วัน เป็นระยะบลาสโตซิส ซึ่งง่ายต่อการฝังตัวในโพรงมดลูก นอกจากนี้ ในระหว่างที่มีการแบ่งตัว ยังสามารถแบ่งแยกบางหน่วยเซลล์ตัวอ่อนนำมาตรวจทางกรรมพันธุ์ เพื่อคัดแยกตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์ออกไป และเพาะเลี้ยง เฉพาะตัวอ่อนที่สมบูรณ์ให้เจริญเติบโต พร้อมที่จะใส่กลับเข้าไป ฝังตัวต่อไปในโพรงมดลูก และถ้าแม้นว่าตัวอสุจิของฝ่ายชาย ไม่มีความสามารถพอที่จะไชเข้าไปในไข่ของฝ่ายหญิง เพื่อให้เกิดการปฏิสนธิแล้ว นักวิทยาศาสตร์ก็สามารถที่จะช่วยให้ อสุจิเพียงตัวเดียวไชเข้าไปในไข่ได้สำเร็จด้วยกระบวนการที่เรียกว่า ICSI หรือ INTRACYTOPLASMIC SPERM INSEMINATION

  • วิธีการอื่นๆ ในกรณีที่ท่อน้ำเชื้ออสุจิอุดตัน แพทย์ก็สามารถที่จะผ่าตัดเข้าไปในลูกอัณฑะของฝ่ายชาย เพื่อที่จะเอาตัวอสุจิอ่อนที่อยู่ภายในลูกอัณฑะในส่วนที่มีการสร้างตัวอสุจิ หรือนำเพียงส่วนหัวของตัวอสุจิที่มีหน่วยถ่ายทอดสายพันธุ์ นำมาฉีดผสมกับไข่ในห้องปฏิบัติการได้จนเป็นตัวอ่อน แล้วนำกลับไปใส่ในโพรงมดลูกต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีกระบวนการแช่แข็งตัวอสุจิไว้ใช้ แช่แข็งตัวอ่อนที่เหลือจากการนำไปใส่โพรงมดลูก เพื่อนำกลับมาใช้ในภายหลัง รวมทั้งการฝากคนอื่นตั้งครรภ์ ฯลฯ

การยอมรับของธรรมชาตินั้น เป็นการยอมรับทั้งกายและใจ ใจที่สงบนิ่งมีความสุข ไม่กังวล ไม่อยากได้มากไป ไม่เสียใจมากไปเมื่อผิดหวัง จะทำให้เจ้าของร่างกาย มีสภาพพร้อมที่จะเกิดการตั้งครรภ์ได้มากกว่า

ดังนั้น ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เซ็กซ์ตามธรรมชาติ ไม่ได้ช่วยให้สมหวังในการมีบุตร และจำต้องพึ่งวิธีการต่างๆ อันทันสมัยแล้ว เตรียมใจไว้ก่อนจะเป็นการดีที่สุด


ขอบคุณหนังสือเนชั่นสุดสัปดาห์ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600