มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2542]

คุมกำเนิดได้อย่างไร ภายหลังการมีเพศสัมพันธ์

ภ.ญ.พูลสุข จันทร์วัฒนเดชากุล


การคุมกำเนิดนั้นจำเป็นจะต้องกระทำหรือวางแผนไว้ล่วงหน้า ก่อนการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งก็มีอยู่หลายวิธีไม่ว่าจะเป็น การใช้ถุงยางอนามัย การนับวันปลอดภัย การใส่ห่วงอนามัย การใช้ยาฉีดคุมกำเนิด การหลั่งนอกช่องคลอด แต่ในกรณีฉุกเฉิน เช่น การมีเพศสัมพันธ์ โดยบังเอิญในขณะที่ยังไม่พร้อมที่จะมีบุตรและไม่ได้คุมกำเนิดไว้ก่อน, การถูกข่มขืน,การใช้ถุงยางอนามัยแล้วถุงยางขาดหรือรั่ว การคุมกำเนิดภายหลังการมีเพศสัมพันธ์จะมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

คำถามที่เกิดขึ้น จึงอยู่ทีว่า แล้วจะสามารถคุมกำเนิดได้อย่างไรภายหลังการมีเพศสัมพันธ์
คำตอบที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมี 2 วิธี

  1. การสวนล้างช่องคลอด วิธีนี้เป็นการใช้สารละลายบางชนิด เพื่อชำระล้างหรือทำลายเชื้ออสุจิภายในช่องคลอด เพื่อขัดขวาง มิให้อสุจิเดินทางไปผสมกับไข่ วิธีนี้เป็นวิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพต่ำ เนื่องจากเชื้ออสุจิ สามารถเข้าสู่ปากมดลูกได้ในเวลาอันรวดเร็ว และเชื้อสามารถ เข้าไปในท่อนำไข่ได้ภายใน 5 นาที ดังนั้นจึงไม่อาจที่จะสวนล้างช่องคลอด ได้ทัน ปัจจุบันพบว่า วิธีการสวนล้างช่องคลอดใช้เพื่อการรักษาความสะอาด มากกว่าการใช้เพื่อคุมกำเนิด

  2. การใช้ยา ซึ่งเป็นฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่สังเคราะห์ขึ้น คือ ดี-นอร์เจลเตรล (d-norgestrel) 750 ไมโครกรัม ยานี้จะออกฤทธิ์โดย
    • ถ้ารับประทานในช่วง 14 วันแรกของรอบเดือน ยาจะถ่วงเวลาการตกไข่ให้ช้าออกไปทำให้ไม่เกิดการปฏิสนธิ
    • ถ้ารับประทานในช่วง 14 วันหลังของรอบเดือน ยาจะไปกด การทำงานของคอร์ปัสลูเดียม (Corpus luteum) ทำให้ขาดฮอร์โมน โปรเจสเตอโรนชั่วคราว และมีผลทำให้ผนังมดลูกหลุดออกมาไม่เหมาะแก่ การฝังตัวของไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้ว จึงป้องกันการตั้งครรภ์ได้
    • ทำให้ผนังมดลูก ขับเมือกเหนียวออกมาสู่ปากช่องคลอด เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนตัวของเชื้ออสุจิ

วิธีรับประทาน

  1. รับประทานยา 1 เม็ดทันที หรือภายใน 1 ชม.หลังจากมีเพศสัมพันธ์
  2. ในกรณีที่มีเพศสัมพันธ์ 2 ครั้งในเวลาไล่เลี่ยกันถ้ามีเพศสัมพันธ์ครั้งที่สอง ภายหลังจากครั้งแรกไม่เกินระยะเวลา 3 ชั่วโมง ไม่จำเป็นต้อง รับประทานยาเม็ดที่สอง แต่ถ้าเกินระยะเวลา 3 ชั่วโมง จะต้อง รับประทานยาเม็ดที่สองซ้ำอีก 1 เม็ด
  3. ในกรณีที่มีเพศสัมพันธ์ซ้ำหลายครั้งในเวลาเดียวกัน ให้รับประทาน ยาเม็ดแรกทันทีหรือภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากมีเพศสัมพันธ์ และรับประทานยาเม็ดที่สองใน 3 ชั่วโมง ต่อมาจากนั้น รับประทานในเช้าวันต่อไปอีก 1 เม็ด

ยาชนิดนี้ถึงแม้จะมีข้อดีก็ตาม แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่หลายอย่างเช่น ไม่ว่าจะเป็นฤทธิ์ข้างเคียงที่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ระบบรอบเดือน เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะทำให้เกิดการบีบตัวของท่อนำไข่ เมื่อท่อนำไข่ผิดปกติเมื่อต้องการมีบุตร หากมีการปฏิสนธิเกิดขึ้น ตัวอ่อนก็ไม่สามารถเคลื่อนที่มาฝังตัวในโพรงมดลูกได้จึงฝังตัว ที่ท่อนำไข่แทน เกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกที่ทำให้เกิดการตกเลือด ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

มีข้อแนะนำ สำหรับผู้ใช้ยาชนิดนี้คือ

  • ไม่ควรรับประทานเกินกว่า 4 เม็ด ต่อเดือน เนื่องจาก ยามีผลทำให้ระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงไป
  • ไม่ควรใช้ยานี้กับผู้ที่เป็นโรคตับ ก้อนนิ่วในถุงน้ำดี หรือสตรีตั้งครรภ์ที่มีประวัติเกี่ยวกับดีซ่าน สตรีที่เพิ่งแตกเนื้อสาว

ดังนั้น ยาเม็ดคุมกำเนิดที่รับประทานหลังมีเพศสัมพันธ์ จึงควรใช้ เฉพาะในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น คู่สามี-ภรรยาที่ยังไม่พร้อมที่จะมีบุตร จึงควรหาวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมและปลอดภัยมากกว่านี้

ภ.ญ.พูลสุข จันทร์วัฒนเดชากุล


ขอบคุณหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600