มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยาสารใกล้หมอ ปีที่ 21 ฉบับที่ 12 ธันวาคม 2540]

ฮอร์โมนเพิ่มกำหนัดหญิง

นพ.นริศ


ส่วนมากเราจะได้ยินกันแต่ว่า ผู้ชายไทยวัยสูงอายุเท่านั้น ที่นิยมหายาปลุกเซ็กซ์ ปลุกกำหนัดกัน เนื่องจากเพศชาย เป็นเพศที่ชอบซุกซนหาเรื่องใส่ตัว มั่วไปเรื่อย ๆ เรามักจะไม่ค่อยได้ยินผู้หญิงไทยเสาะแสวงหากันในเรื่องนี้ ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะหญิงไทยอยู่ในขนบประเพณีที่ทำให้ไม่ค่อย กระโตกกระตากในเรื่องพรรค์อย่างว่า แต่ในปัจจุบันนี้หญิงไทยสมัยใหม่ ได้รับอิทธิพลจากฝ่ายตะวันตกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่านิยม ทางเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัว อาหารการกิน ตลอดจนเรื่องเซ็กซ์ อีกหน่อยหญิงไทยเราก็อาจหันมาสนใจในเรื่องนี้กันบ้าง ทั้งนี้เพราะ ขณะนี้ผู้หญิงในสหรัฐเริ่มจะมีการตื่นตัวกัน ในเรื่องใช้ฮอร์โมน เพิ่มความใคร่ในกามคุณมากขึ้น

เมื่อไม่นานมานี้ มีหนังสือขายดีมากออกมาเล่มหนึ่งชื่อ The Superhormone Promises เขียนโดย หมอวิลเลียม เร็กเกลสัน ผู้ซึ่งเป็นอายุแพทย์ที่เม็ดดิคัส คอลเล็จ ออฟ เวอร์จิเนีย โดยเนื้อหาสาระแล้วหนังสือเล่มนี้แนะนำว่า

"ความชราภาพเป็นโรคที่สามารถรักษาได้โดยการให้ฮอร์โมน ที่ร่างกายขาดไป ทำให้คนมีอายุยืนยาวกระชุ่มกระชวยไปได้ถึง 120 ปี ฮอร์โมนที่เขาแนะว่าเป็นยาอายุวัฒนะก็มีอยู่หลายตัวเช่น เมลาโทนิน อีสโตรเจน ฯลฯ"

ว่ากันว่าปัจจุบันนี้ คนอเมริกันเชื่อทฤษฎีของหมอ เร็กเกลสัน ถึง 20 ล้านคน พอจะเรียกได้ว่า คนอเมริกันบ้าฮอร์โมน

ฮอร์โมนเพิ่มกำหนัดที่หญิงอเมริกันเขากำลังสนใจใช้กันนี้ คือ ฮอร์โมนเพศชายที่เรียกว่า Testosterone (เทสโตสเตอโรน) คุณผู้อ่านอาจจะอ่านถึงตรงนี้แล้วเกาหัวเนื่องจากงงว่า ฮอร์โมนเพศชายมันจะเกี่ยวอะไรกับผู้หญิง ผู้เขียน จะเขียนผิดหรือเปล่า คำตอบคือเขียนไม่ผิด ผมกำลังพูดถึง ฮอร์โมนเพศชายจริงๆ คือ โดยปกติแล้วฮอร์โมนเพศชาย จะมีอยู่มากในชาย คือ มันถูกผลิตจากอัณฑะเป็นส่วนมาก และส่วนน้อยผลิตจากต่อมหมวกไต และรังไข่ของหญิง ผู้หญิงจึงมีฮอร์โมนเพศชายจำนวนน้อย ๆ อยู่ในร่างกายด้วย

การที่เขารู้ว่าฮฮร์โมนเพศชายมีส่วนในการทำให้เกิดความใคร่ ในกามคุณของผู้หญิง เนื่องจากมีการทดลองในคนไข้หญิง ที่ได้รับการผ่าตัดเอารังไข่ออก ตั้งแต่ยังไม่หมดประจำเดือน แล้วพบว่า ทำให้เกิดการหมดประจำเดือนทันที และหมดความใคร่ ในกามคุณลงด้วยเป็นอย่างมาก เมื่อเอาหญิงเหล่านี้ไปแบ่งกลุ่ม เป็น 3 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งให้ยาฮอร์โมนเพศหญิง estrogen (อีสโตรเจน) อย่างเดียว กลุ่มที่สองใช้ยา อีสโตรเจน บวกกับเทสโตสเตอโรน กลุ่มที่ 3 ให้ยาหลอก เขาพบว่า การให้อีสโตรเจนร่วมกับเทสโตสเตอโรน ทำให้เพิ่มกำหนัด ได้อย่างแน่ชัดทางสถิติ นอกจากนี้ยังมีการทดลองในหญิง ที่ถึงวัยหมดประจำเดือนแล้วที่ออสเตรเลีย พบว่า หญิงกลุ่มนี้ที่มีความรู้สึกทางเพศลดลงจะมีความรู้สึกกลับคืนมา เมื่อให้ฮอร์โมนเพศชายเทสโตสเตอโรน เป็นเวลา 2 ปี

นอกจากการทดลองข้างต้นแล้ว ก็ยังมีหญิงที่เคยลองใช้ ฮอร์โมนเพศชายดังกล่าวมาแล้ว บอกกล่าวเล่าสิบว่าได้ผลดีมาก ทำให้ชีวิตรักสดใสเหมือนอยู่ในวัยสาวอีกครั้ง แต่หลักฐานดังกล่าวข้างต้น นี้ทั้งที่เป็นวิทยาศาสตร์และที่บอกเล่าด้วยวาจา ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้นักวิทยาศาสตร์เขาปลงใจเชื่อเสียทีเดียว

การที่ว่าอย่างนี้ เพราะว่า จนถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่มีใครสามารถอธิบายได้ว่า ทำไมเทสโตสเตอโรนจึงทำให้เกิดผลในทางเพิ่มกำหนัดในหญิงได้ เนื่องจากเมื่อเขาเจาะเลือดตรวจระดับของเทสโตสเตอโรนในหญิง เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับของมันกับความรู้สึกกำหนัดแล้ว เขาไม่พบว่ามันไปด้วยกัน คือ ระดับสูงหรือต่ำไม่ได้หมายความว่า ความกำหนัดจะสูงหรือต่ำตามนั้น การที่ท่านจะไปทำการตรวจเลือด เพื่อจะดูว่า การใช้ฮอร์โมนเพศชายจะมีผลดีสำหรับชีวิตทางเพศ ของท่านหรือไม่จึงอาจจะไม่ช่วย จากการศึกษาในแง่อื่น เขาก็พบสิ่งแปลกๆ คือ เขาพบว่า ฮอร์โมนเพศชายตัวนี้ เมื่อไปถึงสมองแล้วมันจะถูกร่างกายเปลี่ยนแปลงไปเป็น อีสโตรเจน (ฮอร์โมนเพศหญิง) นักวิทยาศาสตร์จึงยังไม่เข้าใจว่า ฮอร์โมนเพศชายมันเข้าไปทำอะไรกันแน่

ปัจจุบันนี้ที่สหรัฐฯ มีการใช้ฮอร์โมนเพศชายกันมากในรูปของยาเม็ด ยาฉีดเข้ากล้าม ยาฉีดเข้าใต้ผิวหนัง ยาแปะที่ผิวหนัง ยาเม็ด ที่ใช้กันมากมีส่วนผสมของ methyltestosterone มียาอยู่ตัวหนึ่งชื่อทางการค้าว่า Estratest ได้รับความนิยมมาก ในปี 1998 มีการสั่งใช้ถึง 2,404,000 ใบสั่ง

ที่จริงยาฮอร์โมนผสมอย่างว่านี้มีใช้กันมานานกว่า 30 ปีแล้ว เขาใช้ทดแทนฮอร์โมนหญิงที่หมดประจำเดือน เพื่อรักษา อาการร้อนวูบวาบในวัยทอง ไม่ได้รับการอนุมัติจากอย. สหรัฐให้ใช้ในการเพิ่มกำนัด แต่ในตอนหลังๆ นี้บางคนกินแล้ว รู้สึกว่า มีชีวิตชีวามากขึ้น จึงใช้กันไปในทางนั้น หมอที่รักษา ทางด้านนี้โดยตรงกล่าวว่า ตามความรู้สึกของเขา หญิงประมาณ 50% ใช้แล้วได้ผลในทางเพิ่มกำหนัด แต่ที่เหลือไม่ได้ผล การที่ใครจะใช้ได้ผลหรือเปล่านั้น จะใช้การทดสอบอย่างไร จึงจะรู้ว่าใช้ได้ผล เนื่องจากการเจาะเลือดตรวจระดับฮอร์โมน ในช่วงดังกล่าวมาแล้ว ผู้เชี่ยวชาญบางคนแนะนำว่า ถ้าท่านลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อใด เช่น เมื่อหมดประจำเดือน มันก็อาจจะเป็นไปได้ว่าท่านจะใช้ได้ผล

เมื่อท่านอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ต้องการจะใช้ยาก็ควรจะไปปรึกษา หมอสูตินารีเวชเสียก่อน แต่ต้องทำใจเผื่อไว้ด้วยว่า หมอนรีเวชที่ท่านไปหาอาจจะยังไม่ปลงใจเชื่อในเรื่องนี้ เขาอาจจะลองให้ฮอร์โมนเพศหญิง อีสโตรเจนก่อน แล้วเมื่อไม่ได้ผลแล้วจึงจะลองฮอร์โมนเพศชาย มีหมอนารีเวชบางคนจะใช้ฮอร์โมนเพศชายเป็นอันดับแรก การที่หมอทำเวชปฏิบัติไม่เหมือนกัน เนื่องจากเรื่องนี้ ยังเป็นที่โต้เถียงกันอยู่ และเนื่องจากฮอร์โมนเพศชาย เทสโตสเตอโรน มันเป็นฮอร์โมนที่มีฤทธิ์ข้างเคียงสูง เช่น ทำให้หน้าเป็นสิวเก่ง ทำให้หนวดและขนหน้าแข้งขึ้นแข่งกับแฟน และมีเสียงแหบห้าวเป็นชายมากขึ้น ทั้งสามอย่างนี้ อาจจะทำให้ความใคร่ในกามคุณของคู่ครองหดหาย ซึ่งอาจจะทำให้คุณผู้หญิงที่มีอารมณ์คึกคักค้างเติ่งอยู่คนเดียวก็เป็นได้ นอกจากนี้ฮอร์โมนเพศชายตัวนี้ ยังอาจจะมีผลทำให้ตับเสื่อม ถ้าใช้ในขนาดสูง มันยังทำให้มีโคเลสเตอรอลตัวร้าย ที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวตีบตันมีมากขึ้น และมันมีผลข้างเคียง ทางจิตใจทำให้เกิดอาการซึมเศร้าหรือหงุดหงิดได้

นักจิตวิทยาบางคนกล่าวว่า ความรู้สึกทางเพศมันขึ้นกับ สิ่งที่อยู่ระหว่างหูทั้งสองของเรา นั่นก็คือสมอง หญิงบางคน ที่ได้รับการสั่งสอนสั่งสมมาว่า เรื่องเพศเป็นเรื่องลี้ลับ เป็นเรื่องต้องห้าม ต้องอาย จะทำอย่างไร ก็คงจะไม่ค่อยจะเซ็กซี่ เนื่องจากมีเบรกติดอยู่มาก ส่วนหญิงที่ไม่ค่อยมีความบันยะบันยัง เห็นเซ็กซ์เป็นเรื่องธรรมชาติธรรมดาก็ย่อมจะมีกามตัณหาเพลินมากกว่า หญิงบางคนแม้อายุยังน้อยก็ยังไม่ค่อยจะมีความใคร่มากนัก แต่หญิงบางคนต้องเปลี่ยนแฟนปีละหลายคน เพราะผู้ชาย ทนนอนด้วยไม่ไหวก็มี เพราะฉะนั้นคนเราจึงไม่เหมือนกัน ความใคร่ในกามคุณจึงไม่เข้าใครออกใคร คือ เข้าใครแล้ว มันจะไม่ออกจนกว่าจะออก หญิงอเมริกันคนที่กินยาฮอร์โมนเพศชายแล้ว ทำให้ชีวิตเซ็กซ์ซู่ซ่าบอกว่า จะเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม

สำหรับหญิงไทยในขณะนี้ควรจะแค่อ่านเรื่องฮอร์โมนนี้ ให้รู้เขารู้เราไปก่อน อย่าเพิ่งไปซื้อหามาบริโภคในขณะที่เศรษฐกิจ ตกสะเก็ดอย่างนี้ การมีเงินในกระเป๋าจะเป็นยาเพิ่มกำหนัด ทำให้เรามีความใคร่ในกามมากกว่าการไม่มีเงินเป็นแน่

นพ.นริศ


ขอบคุณนิตยาสารใกล้หมอ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600