มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอก จากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 20 ฉบับที่ 305 กรกฎาคม 2540]

ตัดมดลูก…ยกเครื่องไม่ใช่เรื่องใหญ่

น.พ.วีระ สุรเศรณีวงศ์


ยกเครื่องหมดเลยหรือหมอ! ภาษาแสลงที่ได้ยินบ่อย ๆ จากปากคนไข้ที่จำเป็นต้องทำการผ่าตัดมดลูกออกทั้งหมด

การตัดมดลูกออก เป็นหัตถการ หรืองานผ่าตัดที่กระทำแทบทุกวันทำการในโรงพยาบาล แต่จากการสำรวจแทบไม่น่าเชื้อว่าสตรี หรือคนไข้หญิงที่ จะถูกตัดมดลูกออกในบ้านเมืองเรานั้น แทบไม่มีความรู้ หรือแม้กระทั่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ที่ต้องเข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาลและหมอ หรือแพทย์ผู้ดูแลจะทำการรักษาได้นั้น คือการผ่าตัด บางรายเพิ่งจะสงสัยว่า ที่หมอจะทำการรักษาได้ด้วยการผ่าตัดนั้น คือ ขบวนการผ่าตัดอะไร มีที่เข็นจนขึ้นนอนบนเตียงผ่าตัดแล้วจึงถามว่าจะทำอะไรให้เธอ

ที่แย่กว่านี้ก็มี บางรายฟื้นจากการผ่าตัดข้ามวัน เช้ามาดูหรือที่เรียกว่า มาราวด์คนไข้ ถามคนไข้ว่าหมอทำอะไรให้ ยังไม่รู้เลย ดู ๆ ก็อดคิดไม่ได้ว่าคนไทยเรานั้นช่างไว้ใจหมอมาก จะทำอะไรก็ปล่อยเป็นภาระของแพทย์ ของหมอโดยไม่กังวลอะไรเลย เลยทำให้ตัวหมอเองต้องพยายามทำให้สมกับที่คนไข้ไว้วางใจ นี่คือระบบสังคมไทย ๆ ซึ่งเริ่มมาจาก "ยาขอหมอวาน" หมอก็เลยได้รับเกียรติอย่างสูงจากคนไข้ ซึ่ง ดู ๆ ไปมีทั้งผลดีและผลเสีย

ในประเทศทางตะวันตกโดยเฉพาะ อังกฤษ อเมริกา คนไข้นั้นก็ต่างจากคนไข้บ้านเรา แบบกลับตาลปัตรกันเลย ต้องเรียกว่าคุณเธอเป็นลูกช่างซักเสียจริง เธอจะซักทุกประเด็น ทุกขั้นตอนของการวินิจฉัยเลยก็ว่าได้ จะทำอะไรให้เธอ ทำไมต้องทำเช่นนั้น ทำทำไม ทำแล้วจะได้ผลทางบวกอย่างไร ทางลบอย่างไร มีผลแทรกซ้อนหรือไม่ หมอผู้ดูแลก็ต้องเล่าบรรยาย บางครั้งเล่นถึงสมุฏฐานของโรคเรื่อย ๆ ไปจนถึงการวินิจฉัย เท่านั้นยังไม่พอ ๆ ถึงการรักษาก็จะต้องตีแผ่กันเลยว่ามีกี่วิธี วิธีแต่ละอย่างทำอย่างไร ข้อดีข้อเสียอย่างไร มีผลแทรกซ้อนอะไรบ้าง จะระมัดระวังอะไร แทบจะเรียกได้ว่า เหมือนโดนคนไข้สอบปากเปล่าอย่างไรอย่างนั้น จนบางครั้งนึกในใจว่า เธอน่าจะเข้ามาเรียนแพทย์เสียเองอีก 6 ปี จะได้รู้แล้วรู้รอดไป ซึ่งข้อดี คือ ทำให้แพทย์หรือพยาบาลพยายามตอบคำถาม ต้องทบทวนความรู้ เพื่อจะตอบคนไข้ให้เข้าใจ เรียกว่าคุณเธอซักไซร้จนสิ้นสงสัย ไม่มีอะไรค้างคาในใจ จึงยอมให้รักษา และไม่ใช่พอบอกการวินิจฉัยหนทางการรักษาแล้ว ก็จะลงมือรักษาเลยก็ได้ไม่ต้องให้เธอยินยอมพร้อมใจให้การรักษา

ในอเมริกายังมีระบบแพทย์ให้ความเห็น หรือ Secound Opinion คือ คนไข้จะสามารถไปปรึกษา กับแพทย์ผู้อื่นเพื่อขอความเห็นในรายของเธอได้ เพื่อช่วยให้เธอได้ตัดสินเลือกการรักษากับตัวหมอผู้ใด หรือด้วยวิธีการใด ก็ขึ้นกับตัวคนไข้ประสงค์

ที่เป็นเช่นนั้น เพราะในประเทศเหล่านั้นวัฒนธรรมทางสาธารณสุขไม่ใช่ "ยาขอหมอวาน" เช่นไทยเรา แต่ทุกอย่างเป็นธุรกิจไปหมด การให้เกียรติในตัวแพทย์แตกต่างจากไทยมาก เป็นความผูกพันทางธุรกิจไป ถ้าคนไข้รับการบริการทางการแพทย์ที่ ไม่ดี หรือไม่พอใจ และเกิดผลแทรกซ้อนก็จะฟ้องร้องกันเลยถึงโรงถึงศาล ยิ่งหมอสูติยิ่งเป็นหมอที่ที่เครียด และต้องระมัดระวัง เป็นกลุ่มแพทย์ที่ถูกฟ้องร้องสูงมาก เพราะต้องรับผิดชอบทารกที่ทำคลอดออกมาจนอายุ 16 ปี หรืออาจกว่านั้น

เคยมีที่คนไข้ฟ้องหมอที่ทำคลอดบุตร ให้เธอเมื่อสิบกว่าปีมาแล้ว และบุตรชายเธอมีปัญญาต่ำกว่าเกณฑ์ ก็ฟ้องว่าหมอทำคลอดมีผลแทรกซ้อน ทำให้บุตรชายเธอมีความผิดปกติทางสมอง จำเลยคือ หมอ ก็ต้องมานั่งทบทวนความหลังกัน เมื่อสิบกว่าปี ดีว่าเมืองฝรั่งระบบเก็บข้อมูลดีมากค้นหาได้ เป็นบ้านเมืองเรา 5-6 ปีก็ทำลายแล้ว เพราะไม่มีที่จะเก็บข้อมูล และสังคมไทยเราไม่โทษผู้ที่ช่วยเหลือเกื้อกูล เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ก็จะโทษเรื่องของบาปบุญไป ก็นับว่าเป็นข้อดี ทำให้ไม่ต้องหวาดระแวงซึ่งกันและกัน

ในอเมริกา หมอสูติเป็นหมอ ที่ต้องจ่ายค่าประกันวิชาชีพสูงมากอาชีพหนึ่ง เหตุที่ต้องมีค่าประกันวิชาชีพก็เพราะ ฝรั่งช่างฟ้องเอะอะก็ฟ้อง แค่เจ้านายหรือ Boss เดินสวนกับเลขา แล้วแกว่งมือไปถูกก้นเท่านั้น วันดีคืนดีหล่อนก็ยื่นฟ้อง หาว่าคุกคามทางเพศ ที่ตลกมากคือภรรยา สามารถฟ้องสามีในข้อหาข่มขืนได้ ซึ่งในประเทศเราไม่สามารถฟ้องร้องได้

เนื่องจากมีการฟ้องร้องทางแพ่งกันมาก หมอจึงจำเป็นต้องทำประกันวิชาชีพ เหมือนกับประกันภัยของรถยนต์อย่างไรอย่างนั้น เพื่อให้บริษัทประกันเป็นผู้รับผิดชอบทางแพ่งแทน ค่าประกันก็จะเขยิบราคาขึ้นทุกปี ๆ ที่มีการฟ้องร้องกัน เมื่อค่าประกันวิชาชีพเสียแพง ภาระนั้นก็จะถูกผลักไปให้คนไข้ ดังนั้นค่ารักษาพยาบาลในเมืองนอกจึงแพงระยับ พอค่ารักษาพยาบาลแพง ประชาชนก็ต้องลดความเสี่ยงโดยการประกันสุขภาพกับบริษัทประกัน บริษัทก็จะเรียกค่าประกันสูงลิบลิ่ว เป็นวงจรอุบาทว์ หมุนวน จนทำให้เมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว อเมริกาเกือบล้มละลายเพราะระบบการสาธารณสุข มีค่าใช้จ่ายที่แพงมาก คือ ทรัพยากรของประเทศไปใช้แยะมาก จนต้องปฏิรูปการสาธารณสุข นั่นเป็นข้อเสียที่เกิดขึ้นในระบบสาธารณสุขแบบฝรั่ง

ในประเทศไทยฟ้องร้องทางแพ่งต่อแพทย์ไม่มี เพิ่งจะ 10 กว่าปีมานี้เองที่เริ่มมากขึ้น เมื่อไม่มีการฟ้องร้องทางแพ่ง แพทย์ก็ไม่ต้องทำประกันวิชาชีพ แพทย์ก็ไม่ต้องผลักภาระให้กับคนไข้ หรือผู้มาใช้บริการทางแพทย์ ในเมืองเราจึงไม่แพงเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ตัวอย่างที่เห็นชัด คือ ค่าผ่าตัดมดลูก ยิ่งในโรงพยาบาลของรัฐ ค่าผ่าตัดคิดไม่กี่พันบาท เมื่อเทียบกับค่าของฝรั่งแล้ว การเข้าผ่าตัดมดลูก ถ้าเปรียบเทียบเป็นเงินไทยแล้วหลายแสนบาทเป็นอย่างต่ำ จะเห็นว่าแพงกว่ากันมากหลายสิบ หรืออาจจะเป็นร้อยเท่าได้ แต่ฝรั่งนั้นกว่าจะผ่าตัดได้จะต้องบอกรายละเอียดขั้นตอนต่าง ๆ บางครั้งแม้ผลการตรวจก็ต้องเอามาชี้ให้ดูให้เห็น

ปีหนึ่ง ๆ หญิงไทยไม่น้อยกว่า 4 หมื่นราย จะถูกตัดมดลูกออกไป นับได้เลยว่าการตัดมดลูก เป็นงานประจำที่หมอทางสูตินารีเวชต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ และเป็นหัตถการที่ สตรีมีโอกาสสูงที่จะต้องทำ เพราะโรคที่เกิดกับมดลูก หรือความผิดปกติที่จำเป็นต้องตัดมดลูกมีอยู่มากสภาวะ

ต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า การตัดมดลูกออกนั้น หมายถึง การตัดมดลูกที่รวมถึงปากมดลูก แต่ไม่รวมปีกมดลูกที่มีรังไข่ติดอยู่ออก นอกจากจะมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สาเหตุของการตัดมดลูกที่พบบ่อยคือ มีความผิดปกติที่ตัวมดลูก หรือกล้ามเนื้อมดลูก เป็นชนิดเนื้องอก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเนื้องอกไม่ร้าย หรือไม่ใช่มะเร็งนั่นเอง

เนื้องอกมดลูก เป็นความผิดปกติที่ชุกชุมมาก มีบางคนเปรียบให้เห็นได้ชัดว่าในสตรี 3 คนที่เกิดมา จะต้องมี 1 คนที่เป็นเนื้องอกมดลูก แต่ใช่ว่าเป็นเนื้องอกทุกรายต้องตัดมดลูกออก ก็ก้อนขนาดเล็ก และไม่มีผลแทรกซ้อน เช่น เลือดออกก็จนไปกดทับอวัยวะข้างเคียงก็รอได้ ไม่ต้องทำการผ่าตัด สภาวะที่มีความผิดปกติกับเยื่อยุโพรงมดลูก เช่น มีเลือดออกที่รักษาด้วยยาไม่หายก็จะพิจารณาผ่าตัดเอาตัวต้นเหตุออก คือ การผ่าตัดเอามดลูกออก สภาวะเยื่อมดลูกอยู่ผิดที่ ทำให้เกิดการคั่งตัวของเลือดในอวัยวะในช่องเชิงกราน และเหนี่ยวนำให้เกิดผังผืดมายึดโยงตัวมดลูก และอวัยวะในช่องเชิงกรานกับลำไส้ กับท่อนำไข่ กับรังไข่ ถ้ามีเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกไม่ผิดที่อยู่ ก็จะทำให้มีเลือดออกในก้อนรังไข่ และคั่งค้างสะสมกลายเป็นก้อนทูมรังไข่ จะมีผลต่อการเจริญพันธุ์ และจะก่ออาการปวดแก่สตรีผู้นั้นมาก

ความผิดปกติที่ปากมดลูก ก็เป็นเครื่องบ่งชี้ในการที่จะตัดมดลูกออก โดยเฉพาะ การกลายเป็นมะเร็งของเนื้อเยื่อบริเวณปากมดลูก มะเร็งของรังไข่ แม้จะไม่ลุกลามมายังมดลูก แต่ก็เป็นข้อบ่งชี้ที่จะต้องเอามดลูกออกเช่นกัน มดลูกที่หย่อนมาก ก็เป็นข้อบ่งชี้ที่จะผ่าตัดเอามดลูกออก

การผ่าตัดเอามดลูกออกนั้น ทำได้สองทาง 3 ระบบ พูดให้ทันสมัยเหมือน การต้อนรับฮ่องกง หนึ่งประเทศ สองระบบ ที่ว่าสองทาง 3 ระบบคือ การผ่าตัดเอามดลูกออกปฏิบัติได้ 2 ช่องทาง คือ โดยการผ่าตัดผ่านทางช่องคลอด และการผ่าตัดออกทางหน้าท้อง การผ่าตัดออกทางช่องคลอดจะกระทำในรายที่มดลูกลูก หย่อนลงมามากในช่องคลอด ทำมากในพวกที่เรียกตามภาษาชาวบ้านว่า กระบังลมหย่อน ผ่าตัดทางช่องคลอดจะมีขอ้ดี คือ ไม่มีแผลเป็นให้เห็น และคนไข้กลับบ้านได้เร็วกว่าการผ่าตัดทางหน้าท้อง การผ่าตัดทางหน้าท้องเป็นระบบที่สอง กระทำโดยการเปิดผ่านหน้าท้อง และลงผ่าตัดตัวมดลูก ซึ่งอยู่ในอุ้งเชิงกราน ซึ่งการผ่าตัดมีหลายระดับ

ระดับอนุรักษ์ คือ ผ่าตัดเอาเฉพาะตัวมดลูกออก เหลือปากมดลูก ปัจจุบันแทบไม่ทำกัน นอกจากรายที่มีข้อบ่งชี้จากสาเหตุการทำที่สภาวะแม่เปราะบางมาก และทำในกรณีผ่าตัดฉุกเฉิน เช่นตกเลือดหลังคลอด

ผ่าตัดระดับปกติ คือ ผ่าตัดเอาตัวมดลูก และปากมดลูกออกอาจจะพร้อมปีกมดลูก

การผ่าตัดมดลูกอย่างกว้างขวาง จะกระทำในรายที่เป็นมะเร็งปากมดลูกระยะแรก หรือเริ่มลุกลาม ที่เรียกการผ่าตัดอย่างกว้างขวางก็เพราะ จะผ่าตัดเอาเนื้อเยื่อรอบข้างของตัวมดลูกออกเพิ่มเติมด้วย

โดยปกติการผ่าตัดมดลูก ก็จะตัดเอาเฉพาะตัวมดลูกออกจากเอ็นที่ยึดโยงตัวมดลูก ซึ่งมี 4 คู่ออกชิดกับตัวมดลูก และส่วนของปากมดลูกที่มีช่องคลอดยึดโยงอยู่ ก็จะตัดออกเฉพาะ ระดับคอมดลูก หรือขอบของช่องคลอดที่ติดกับคอมดลูกเท่านั้น แต่ในการผ่าตัดอย่างกว้างขวางจะตัดเอ็นที่ยึดมดลูกออกเพิ่มเติม จนชิดกระดูกเชิงกรานเลยทีเดียว และโดยเฉพาะเอ็นที่ยึดโยงบริเวณคอมดลูก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ระดับเดียวกับการเกิดเป็นเนื้อมะเร็ง แล้วจะตัดออกจนชิดกระดูกเชิงกราน ซึ่งที่ระดับคอมดลูกนี้มีอวัยวะสำคัญ คือ ท่อไตวิ่งผ่าน ซึ่งจะต้องทำการระมัดระวังในการผ่าตัดอย่างมาก และต้องเลาะแยกออกจากเนื้อเยื่อ ที่จะต้องผ่าตัดเอาออก อย่างระมัดระวัง การรักษามะเร็งเท่านี้ยังไม่เพียงพอ จะต้องเลาะเอาต่อมน้ำเหลืองในช่องเชิงกรานออกหมดด้วย ซึ่งเรียกได้ว่า ต้องขุดลอกเชิงกรานกันเลยทีเดียว ก็จะเกิดช่องโพรงต่าง ๆ ในเชิงกราน เพราะเนื้อเยื่อระบบข้างตัวมดลูก และมดลูกถูกผ่าตัดออกไป จึงต้องใส่ท่อดูดเอาน้ำเหลือง หรือน้ำเลือด ประมาณสัปดาห์

เท่านั้นไม่พอ จะต้องใส่คาสายสวนปัสสาวะไว้ เพราะระบบประสาทของกระเพาะปัสสาวะ จะถูกรบกวนจากการผ่าตัดอย่างกว้างขวาง บางรายใส่เป็นเดือน ซึ่งการผ่าตัดในโรคมะเร็งนี้ จะต้องใช้ความชำนาญเฉพาะทาง จึงต้องดูแลโดยหมอที่ได้ร่ำเรียนเพิ่มเติมมาทางนี้โดยเฉพาะ คือ แพทย์ผู้ชำนาญมะเร็งนรีเวชกรรม ซึ่งภาษาหมอเรียกว่า Gynaecologic Oncocgist ภาษาชาวบ้านเรียก หมอมะเร็งนรีเวช เพราะจะต้องดูแลติดตามพิเศษ แตกต่างจากคนไข้นรีเวชธรรมดา ต้องดูแลกันตลอดชีวิตคนไข้ ไม่แค่ผ่าตัดเท่านั้น อาจจะต้องให้การรักษาดูแลทั้งการให้รังสีรักษาหรือ เคมีบำบัด ฮอร์โมนบำบัดฯ อีกหลายวิธี ซึ่งในทางปฏิบัติ ถ้าสูตินารีแพทย์ทั่วไปดูแลคนไข้ และเห็นว่าเป็นคนไข้มะเร็งทางนรีเวช ก็จะปรึกษาส่งต่อมาเพื่อการรักษาอยู่แล้ว

มีคำถามจากคนไข้เสมอ ๆ ในเรื่องของการผ่าตัดมดลูก ซึ่งเป็นความกังวลของคนไข้ที่เหมือน ๆ กันว่า เมื่อตัดมดลูกออกแล้ว ในช่องเชิงกรานก็จะกลวงโบ๋ ไม่มีอะไรคอยกางกั้นช่องคลอด จะทำให้ก่อปัญหาในการร่วมเพศ กลัวว่าจะทำให้เกิดการบาดเจ็บต่ออวัยวะภายในช่องคลอดหนึ่งละ

อีกปัญหาซึ่งสร้างความวิตกกังวลคือ กังวลในเรื่องความสุขทางเพศจะผิดเพี้ยนไป พูดง่าย ๆ คือ กลัวสามีจะบ่นว่าเหมือนว่ายน้ำในทะเล คือหาฝั่งไม่พบ ซึ่งทั้งสองประเด็นข้อสงสัยนั้นไม่ถูกต้อง เพราะเมื่อตัวมดลูกถูกผ่าตัดออกแล้ว ส่วนปลายของช่องคลอดก็จะเย็บเข้ากัน ช่องคลอดก็จะคงลักษณะเดิม และที่ปลายถุงช่องคลอดก็จะถูกยึดรั้งด้วยการเย็บ โคนของเอ็นที่ยึดมดลูก ที่ส่วนที่เหลือเข้ามาโยงรั้งให้ช่องคลอดดำรงสภาพเดิมในช่องเชิงกราน และเยื่อบุช่องท้องก็จะเจริญมาคลุมทับเมื่อหายปกติแล้ว ความแข็งแรงของช่องคลอดจะเหมือนเดิมไม่แตกต่างกันเลยกับของเดิม ฝ่ายชาย หรือสามีจะไม่รู้ถึงความแตกต่างเลย ถ้าสามีบ่นให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า พ่อตัวดีเอามาเป็นข้ออ้าง เพื่อเหตุผลบางประการ เพราะส่วนที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในขบวนการร่วมเพศ นับเป็นอวัยวะภายนอก เช่น ปากช่องคลอด ช่องคลอดส่วนล่าง และคริตอริสเป็นหลัก ถ้าตัดเฉพาะมดลูกออกในการผ่าตัดเก็บรังไข่ไว้ สตรีผู้นั้นก็ยังคงมีฮอร์โนปกติ แต่เธอจะสูญเสีย 2 สิ่งไปคือ ความสามารถในการมีบุตร หรือต้องเรียกว่าสูญเสียความสามารถในการตั้งครรภ์ เพราะปัจจุบัน แม้จะไม่มีมดลูกแต่ก็มีลูกเป็นของตัวเองได้ โดยการเอาไข่ของเธอมาปฏิสนธิ กับอสุจิของสามีภายนอกร่างกาย โดยขบวนการเด็กหลอดแก้ว แล้วไปฝากสตรีอื่นอุ้มท้องจนคลอด 10 เดือนก็ได้ลูกตัวเองในท้องผู้อื่น ซึ่งอาจจะเป็นญาติตัวเองก็เป็นได้ และนิยมทำกันเพื่อตัดปัญหาการฟ้องร้อง มีบ้างที่เอาไปฝากในมดลูกของแม่ ของคู่สามีภรรยา แม้จะเข้าวัยหมดระดูแล้ว แต่เทคโนโลยีปัจจุบันสามารถทำให้ฝากการตั้งครรภ์ได้

สิ่งที่เธอจะสูญเสียอีกสิ่งหนึ่ง ซึ่งมีผลต่อจิตใจค่อนข้างมาก เพราะเป็นสัญลักษณ์ของสตรีเพศ คือ การหมดความสามารถที่จะมีระดูซึ่งต้องทำการชี้แจงให้เข้าใจว่า ปรากฏการณ์นี้ กลับจะเป็นไปทางบวก เพราะเธอจะไม่ต้องสูญเสียโลหิตทุกเดือน ซึ่งเป็นเลือดดี ๆ นี่เอง และยังประหยัดค่าผ้าอนามัย เรียกว่ามีแต่ได้ ชนิด Two in One ได้สองเสียหนึ่ง

แต่ไม่ใช่ว่าการตัดมดลูก นึกอยากจะทำก็เดินเข้ามาบอกแพทย์ว่าเบื่อมดลูกแล้ว หรือเป็นของเหลือใช้แล้ว เพราะไม่ได้ใช้ประโยชน์ อาจจะจากมีบุตรพอเพียงแล้วในสตรีที่แต่งงาน หรือในคนโสดก็ขอให้หมอตัดมดลูกออกประชดชีวิต ไหน ๆ ก็ไม่ได้ใช้แล้ว ก็จะไม่ได้รับการตอบสนอง เพราะไม่มีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด

การผ่าตัดมดลูก หรือการผ่าตัดอะไรก็ตาม จะมีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดเป็นผลแทรกซ้อนจาก 2 ส่วน คือ ผลแทรกซ้อนจากการให้ยาระงับความรู้สึก และผลแทรกซ้อนจากการผ่าตัด ทั้งเสียเลือด ติดเชื้อ อัตราฉีกขาดของอวัยวะข้างเคียง ทั้งลำไส้ ท่อไต หลอดเลือด ฯ ดังนั้นถ้าไม่มีข้อบ่งชี้แพทย์จึงไม่ทำการผ่าตัดให้

โดยทั่วไปเมื่อมีข้อบ่งชี้ในการทำผ่าตัดต้องผ่าตัดมดลูกออกแล้ว อายุก็เป็นปัจจัยในการพิจารณาว่า จะเอารังไข่ออกด้วยหรือไม่ ถ้าอายุเกิน 40 ปีแล้ว โดยทั่ว ๆ ไปมักจะเอารังไข่ออกไปด้วย เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งรังไข่ ซึ่งเป็นโรคที่ตรวจพบเนิ่น ๆ ค่อนข้างลำบาก และผลการรักษาก็ไม่ได้ดีมากนัก แต่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้ดูแลทำการผ่าตัด เพราะรังไข่อาจจะเก็บไว้เพื่อประโยชน์ในภายหลัง เพื่อนำมาทำทารกหลอดแก้วยามเมื่อต้องการ

ถึงแม้รังไข่จะถูกตัดออก แพทย์ก็สามารถจะให้ฮอ์โมนแทนได้ อันจะทำให้ร่างกายคงสภาพเดิม อาจจะสาวกว่าเดิม เพราะสามารถจะให้ทานได้จนอายุมาก ๆ ถ้าไม่มีข้อบ่งห้าม เผลอ ๆ อาจจะกลายเป็นสาวสองพันปีก็ได้

น.พ.วีระ สุรเศรณีวงศ์


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด
มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]
ถ้าโฮมเพจนี้มีประโยชน์ คลิก คลิกแล้วเป็น new window ไม่เสียเวลาครับ คลิกแล้วเป็น new window ไม่เสียเวลาครับ vote ให้กำลังใจด้วยครับ