มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 21 ฉบับที่ 312 กุมภาพันธ์ 2541]

สายรกย้อย

น.พ.วีระ สุรเศรณีวงศ์


เมื่อวานซืนนี้เองตอนเวลาเช้าประมาณ 8 นาฬิกาเศษ กำลังมีชั้นเรียนสัมมนาเกี่ยวกับ กรณีศึกษาของนักเรียนแพทย์ ซึ่งจัดเป็นงานประจำของขบวนการการเรียนการสอนทางคลินิก ซึ่งนักศึกษาแพทย์ผู้ต้องเรียนรู้วิธีแก้ปัญหาอย่างมีระบบ การศึกษาคนไข้ที่น่าสนใจแต่ละรายก็จะมีการนำเสนอมีการปราฐกถา มีการให้ความเห็น เรียกได้ว่ามีการให้วิชาความรู้ทุกรูปแบบทั้งศาสตร์และทั้งศิลป์ ที่สำคัญจริยธรรมของวิชาชีพ

กำลังติดลมก็มีโทรศัพท์ละล่ำละลักจากปลายทางโทรมาจาก พยาบาลประจำห้องคลอด ซึ่งบางครั้งก็เรียกว่า สูติกา ให้แพทย์ ที่ดูแลห้องคลอดวันนั้นลงมาด่วน (จี๋) เลยทันที กำลังจะซักถามให้ได้ความว่าอะไร ทางปลายทางก็เดาออกเพราะคุณเธอปฏิบัติงานในห้องคลอดมานาน จนประสบการณ์มากมาย อ่านเกมออกว่า อย่างนั้นเถอะ ไม่ต้องรอโต้ตอบ เธอรีบรายงานต่อว่า แพทย์ประจำบ้านที่ปฏิบัติงานอยู่ออกมารายงานไม่ได้เพราะ แพทย์ท่านนั้นกำลังอยู่ในท่า "นางนพมาศ" แต่ตะโกนสั่งออกมาให้รายงาน และตามแพทย์อาวุโสลงมาช่วยด่วน เพราะตรวจพบคนไข้ใกล้คลอดเกิดสภาวะ "สายรกย้อย" คือ สายสะดือเด็กทารกในครรภ์ย้อยออกมาในช่องคลอด

หมอคนใดเจอเข้ากับสภาวะนี้หมายถึง ตรวจพบแล้วทำใจได้เลยว่า ต้องเมื่อยต้องเหนื่อยอีกนาน เพราะในขบวนการตรวจทางช่องคลอด ในคนไข้กำลังคลอดนั้น ก็เหมือนกับขบวนการตรวจภายในสตรีทั่วๆ ไป แต่ในคนไข้ตั้งครรภ์คลอด ก็จะใช้เวลาในการตรวจนานกว่า เพื่อประเมินการดำเนินการคลอดเป็นระยะๆ ต้องประเมินทั้งส่วนของผู้เป็นแม่ และประเมินทั้งส่วนของทารก เป็นสภาวะที่แพทย์ผู้ปฏิบัติงานในห้องคลอดก็ดี หรือสูติกาก็ดี ต้องให้ความใส่ใจระแวดระวังในการที่จะไม่ก่อให้เกิดสภาวะนี้ขึ้น ซึ่งส่วนมากโดยเฉพาะในปัจจุบัน สภาวะรุนแรงเช่นนี้คือ สายรกย้อยมักจะเกิดเอง โดยเกิดจากความผิดปกติในสัดส่วนของส่วนนำของทารกกับช่องเชิงกราน ไม่พอดีกัน เกิดมีช่องว่างให้สายรกย้อยโผล่พ้นปากช่องคลอดออกมา

สายสะดือนั้นเป็นสายใยแห่งชีวิตของทารกเหมือนกับสายออกซิเจน ของนักประดาน้ำฉันใดก็ฉันนั้น ถ้าถูกตัดขาดหรือถูกกดทับให้แบน เส้นเลือดซึ่งอยู่ในสายรก ซึ่งจะนำเอาอาหารและออกซิเจน จากแม่ไปสู่ทารกถูกตัดขาด ทารกก็จะขาดออกซิเจนเสียชีวิต ถ้าไม่รีบแก้ไขอย่างทันท่วงที

ดังนั้นสภาวะ "สายรกย้อย" จึงเป็นสภาวะที่สูติแพทย์สูติกา กลัวหนักหนา ต้องพยายามตรวจดูแลว่ามีสภาวะนี้เกิดขึ้นหรือไม่ กลุ่มคนไข้ตั้งครรภ์ใดเสี่ยงต่อสภาวะนี้ ก็ดูจะได้รับการดูแลอย่างเข้มงวด และที่สำคัญต้องรีบตรวจค้นให้พบ หรือวินิจฉัยให้ได้แต่เนิ่นๆ แล้วรีบจัดการเอาเด็กทารกคลอดออกโดยทันทีต้องเน้นว่า ทันที ส่วนมากเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องทำการผ่าออก เนื่องจากเป็นสภาวะฉุกเฉิน ที่เสี่ยงต่อการที่สายรกจะถูกกดทับ จนตัดขาดการไหลเวียนของเลือดจากแม่ไปยังลูก แพทย์ต้องหาวิธีที่จะป้องกันการกดทับของส่วนนำของทารกต่อรก ก็จึงเป็นที่มาของท่านางนพมาศของแพทย์ หรือผู้ที่วินิจฉัยสภาวะนี้ได้ จะต้องค้างคามือพยายามดันส่วนนำของรกไว้ แล้วก็ต้องคาอย่างนั้นจนกว่าคนไข้ จะได้รับการผ่าตัดแก้ไขเอาทารกออกจากครรภ์มารดา

ในบางครั้งต้องใช้เวลาในการแก้สภาพแม่ลูก และเตรียมการผ่าตัด หลายสิบนาที มีไม่น้อยที่ใช้เวลามากกว่า 30 นาที แพทย์ผู้นั้น ก็จะต้องอยู่ข้างกายคนไข้บนเตียงผู้ป่วย ที่แสนจะแคบจนต้องนั่งท่ากุลสตรี และค้างคามือในช่องทางคลอดผู้ป่วยอยู่อย่างนั้น ในท่านั่งคล้ายกับนั่งแคร่

นับเป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลง ผู้เขียนเองเคยอยู่ในท่านางนพมาศ 2 ครั้ง ในชีวิตการปฏิบัติงานแพทย์จนถึงปัจจุบัน รู้รสชาติของความร้อน ของอุณหภูมิภายในร่างกายมนุษย์ ที่ว่าแม่เนื้อเย็นก็ดี พ่อเนื้อเย็นก็ดี ผิดทั้งสิ้น เพราะอุ่นจนมือแทบพองเมื่อต้องคาไว้ในร่างกายครึ่งชั่วโมง สภาวะสายรกย้อยนี้เป็นเรื่องของโชคลางก็น่าจะได้สำหรับคนไข้ เพราะตัวผู้เป็นแม่ไม่มีโอกาสที่จะรู้ได้ว่าเกิดรกย้อย บางคนจนสายรกย้อย โผล่พ้นปากช่องคลอดยังไม่รู้ด้วยซ้ำ โดยเฉพาะพวกที่ตั้งครรภ์ท้องแรกๆ ที่ว่าเป็นเรื่องของโชค เพราะถ้าเกิดสภาวะดังกล่าวในสถานที่ที่ไม่มีความพร้อม หรือในที่ห่างไกลโรงพยาบาลที่ไม่มีแพทย์เฉพาะทางอยู่ โอกาสรอด ก็ต่ำมากมากสำหรับทารก เพราะจะมีเวลาแก้ไขไม่เกิน 10 นาที ที่จะป้องกันไม่ให้สายรกถูกกดทับ

จะว่าสายรกย้อยเกิดโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว หรือมีลางบอกเหตุ ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว บางครั้งอาจจะมีอาการส่อแสดงให้ผู้เป็นแม่รู้ตัว เช่นการดิ้นของทารกอย่างรุนแรง เพราะเมื่อสายรกถูกกดทับ ออกซิเจนที่จะถูกส่งจากผู้เป็นแม่ไปยังลูกก็ถูกตัดขาด เหมือนกับ การโดนอุดจมูกหายใจหรือจมอยู่ในน้ำ สัญชาติญาณของการเป็นสิ่งมีชีวิต ก็จะดิ้นรนช่วยเหลือตัวเอง ทารกในครรภ์ก็เช่นกัน พอออกซิเจนถูกปิดกั้น ไม่ให้ส่งมาถึงทารกน้อยก็จะขาดออกซิเจน ก็จะแสดงอาการดิ้นอย่างรุนแรง เพื่อให้สายรกคล้ายออกแต่ถ้าไม่สามารถคลายออกได้ทารกก็จะเสียชีวิต ช่วงที่ดิ้น ถ้าคุณแม่เป็นคนช่างสังเกตจะรู้สึกได้ว่า ทารกจะดิ้นอย่างรุนแรง อย่างไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน ซึ่งถือเป็นสัญญาณภัย (Movement Alarm Sign) ซึ่งในขบวนการของการฝากครรภ์ จะให้คำแนะนำเหล่านี้กับคุณแม่ที่มาใช้บริการการฝากครรภ์ แต่ถ้าเป็นคนช่างสังเกตแต่ไม่สนใจที่จะรีบมาพบแพทย์ให้แก้ไข ก็ไร้ประโยชน์อาจจะสูญเสียทารกไป

แต่เหตุการณ์เตือนเช่นนี้อาจจะไม่เกิดทุกรายไป การที่จะเกิดสภาวะรกย้อยนั้นไม่ใช่นึกจะเกิดก็เกิด จะต้องมีสาเหตุเหนี่ยวนำ หรือเรียกว่าอัตราเสี่ยงของการเกิดสภาวะผิดปกติ หรือพูดให้เข้าใจคือ เหตุจูงใจให้เกิดสภาวะรกย้อย โดยทั่วไปในคนตั้งครรภ์ ธรรมชาติจะสรรค์สร้างและป้องกันการเกิดสภาวะรกค้างได้ สายรกจะมีขนาดยาวไม่มากจนรุงรังและตัวทารกก็จะลอยอยู่ในถุงน้ำคร่ำ ทำให้สายรกลอยล่องเคลื่อนไหวไปมาตามการเคลื่อนไหวของน้ำคร่ำ ทำให้ไม่ถูกกดทับโดยตัวทารก เพราะน้ำคร่ำจะมีปริมาณมากพอ ให้ทั้งทารกและสายรกลอยไปมาและเยื่อบุรกก็จะเป็นปัจจัยอีกหนึ่ง ที่จะป้องกันการเกิดสายรกห้อยย้อย โดยเยื่อบุรกจะแพร่ขยาย ปิดปากรูมดลูก ซึ่งจะเป็นช่องทางคลอดของทารกไว้ ตลอดจน เมื่อเข้าสู่ระยะการคลอด ซึ่งในขบวนการคลอดนั้น ส่วนนำซึ่งอาจจะเป็น ศีรษะของทารก หรือก้นทารกก็ดีจะลงมาในอุ้งเชิงกราน ถ้าเป็นท่าหัวลงมา ก็เรียกคาศีรษะ ถ้าท่าก้นก็เรียกว่าท่าก้น ภาษาชาวบ้าน บางท้องถิ่นเรียกว่า ท่าเด็กยังไม่กลับหัว ทั้งสองส่วนจะลงมาพอดีในช่องคลอด

ลักษณะที่เรียกว่า ฟิตเปรี๊ยะ คือ แน่นในช่องทางคลอดจนสายรก ไม่สามารถจะมีช่องให้ห้อยย้อยลงมาได้และเยื่อบุหุ้มถุงน้ำคร่ำนั้น ก่อนเข้าสู่การคลอดจะไม่ฉีกขาดจะฉีกขาดเมื่อเข้าสู่การคลอด มีการปวดท้องคลอดและน้ำคร่ำลงมากอง ส่วนนำของทารก ถูกผลักดันลงมามากขึ้นๆ ก็จะเพิ่มความดิ้นจนเยื่อหุ้มน้ำคร่ำแตก ถ้าถุงน้ำคร่ำแตกก่อนเข้าสู่การคลอดคือ ก่อนเจ็บท้องคลอด ถือว่าผิดปกติ และจะเสี่ยงต่อการเกิดสายรกห้อยย้อยเพราะส่วนนำของทารก มักจะยังไม่ลงมาสู่ช่องเชิงกรานก็จะเกิดมีช่องว่างให้สายรกไหลย้อย ออกมาตามสายน้ำคร่ำที่ไหลรินออกเกิดสภาวะรกย้อย จึงเป็นข้อแนะนำและเน้นย้ำกับผู้มาฝากครรภ์ตลอดว่า ถ้าน้ำเดินก่อนเข้าสู่การคลอด ให้รีบมาโรงพยาบาล ไม่ว่าจะท้องได้กี่เดือนก็ตามก็เพราะกลัวว่าจะเกิดสภาวะรกย้อย แล้วไม่ได้รับการแก้ไขก็จะสูญเสียทารกไป

เมื่อหลายปีก่อนมีครอบครัว ของผู้มีอันจะกินระดับ มหาเศรษฐีมีบุตรชายคนเดียว ซึ่งกว่าจะแต่งงานก็อายุมาก ทั้งภรรยาก็ใช้เวลา ใช้หมอหลายโรงพยาบาลกว่าจะตั้งครรภ์ได้ก็แสนจะดีใจ ภรรยาแทบไม่ต้องทำอะไรยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมประคบประหงมบำรุงครรภ์อย่างดี วีคเอนด์ต้องพาภรรยาไปพักผ่อนหาอากาศดีเพื่อสุขภาพครรภ์ที่ดี จนเมื่อตั้งครรภ์ได้ประมาณ 8 เดือนเศษ ก็ไปชายทะเลแห่งหนึ่ง ตอนเที่ยงเดินทางกลับเป็นเวลาที่รถติดมาก ซึ่งเป็นธรรมดา ของการจราจรขาเข้ากรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร จนทุกคนปลงตกว่า ต้องทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจราจร และก็ได้ข้อสรุปตรงกันว่า ต้องทำใจ เธอก็ทำใจกับการเดินทางแบบรถติด ๆ พอเข้าสู่ชานเมือง ก็เกิดมีน้ำเลอะออกมาเปรอะเปื้อนชั้นในและอาภรณ์ส่วนล่าง คิดว่าปัสสาวะเล็ดจอดเข้าห้องส้วมพอยืนก็ไหลออกมากขึ้น ก็นึกถึงข้อแนะนำ ฝากครรภ์เข้าใจว่าน่าจะเป็นน้ำเดิน แทนที่จะเข้าพบแพทย์โรงพยาบาล ที่ใกล้เคียงขณะนั้น ซึ่งมีหลายโรงพยาบาลด้วย ความติดยึดในรูปลักษณ์ของโรงพยาบาล ที่ใช้บริการก็เลยจะเข้าไปให้แพทย์ที่โรงพยาบาลเดิม ที่ฝากครรภ์ดูซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ

เมื่อเข้าโรงพยาบาล เธอถูกนำเข้าสู่แผนกสูติกรรม พอพยาบาลทราบปัญหา ก็รีบเช็กหัวใจทารกด้วยเครื่อง เธอจับความรู้สึกของสีหน้าพยาบาลที่เฝ้าค้นหา จุดที่จะพบการเต้นของหัวใจทารกอยู่เป็นนาน เธอเริ่มใจเสียหวาดวิตก พยาบาลไม่กล้าให้คำตอบแก่เธอ ขณะนั้นพยาบาลได้เร่งตามแพทย์ทันที เธอได้รับการตรวจภายในด่วนฉับพลัน ทันทีที่หมอใส่เครื่องมือหมอก็หน้าเสีย เพราะสายรกห้อยย้อยลงมาในช่องคลอดและไม่มีชีพจรเสียแล้ว อันบ่งถึงการหยุดเต้นของหัวใจทารกไปด้วย เธอเข้าใจทันที เธอร้องไห้ปานแผ่นดินถล่ม สามีและครอบครัวสามีที่ตามมาดูแล ต่างผิดหวังเศร้าใจ เสียใจ เพราะทุกคนหวังในหลานตัวน้อยที่จะมาสืบสกุล มาดูแลมรดกที่มีมากมาย ถ้ากินได้แม่สามีคงกินเธอเข้าไปแล้วด้วยความโกรธ จนแทบจะกลายเป็นการพิฆาตไป จนในที่สุดแพทย์เจ้าของไข้ต้องเข้ามาปลอบ และรับว่าจะดูแลให้ตั้งครรภ์ใหม่ภายในปีหน้าถัดมา

ซึ่งในที่สุดเธอก็ตั้งครรภ์ต่อมาได้ด้วยกรรมวิธี การควบคุมการตกไข่ธรรมดา แต่เธอรวมทั้งครอบครัวเธอก็แทบจะเป็นโรคประสาท เพราะสภาวะบอบช้ำทางจิตใจจากการสูญเสียทารกท้องแรก จนต้องอาศัยจิตแพทย์ช่วยเหลือ และในที่สุดเธอก็ได้บุตรสมใจ แต่เธอก็มีบาดแผลทางจิตใจที่ค่อนข้างถาวรติดตัวไป

สภาวะเสี่ยงต่อการเกิดสายรกย้อยที่พบได้บ่อยคือ ทารกที่ไม่ได้อยู่ในท่าศีรษะเมื่อเข้าสู่การคลอด เพราะอวัยวะเหล่านั้น ที่จะลงมาเป็นส่วนนำในการคลอด ไม่ว่าจะเป็นก้นก็ดี ถ้าเป็นท่าก้น ที่ไม่ใช่ท่าก้นมาตรฐานคือ ท่าก้นที่ส่วนของเท้าของทารกต้องไม่ยื่นลงมา ในช่องเชิงกราน ซึ่งทารกจะต้องอยู่ในท่าที่ต้นขางอพับติดกับหน้าท้อง ท่าเช่นนี้เท่านั้นที่ก้นล้วน ๆ เท่านั้นที่ลงมาช่องเชิงกราน จึงจะฟิตช่องเชิงกรานพอดี ไม่มีช่องโหว่ให้สายรกไหลย้อยลงมา ถ้าเป็นท่าก้นผสม (เรียกอย่างกับว่ายน้ำแข่งขันก็ไม่ปาน) เช่น มีปลายเท้ายื่นออกมาหรือที่อันตรายมากคือ เท้ายื่นเหยียดตรงออกมา ในช่องทางคลอด ลักษณะเหมือนยืนขาโผล่ออกมา ท่านี้มักจะง่าย ต่อการที่สายรกจะโผล่ย้อยตามลงมา ท่าที่ถือว่าผิดปกติและคลอดไม่ได้ คือ ท่าขวาง หมายถึงตัวทารกอยู่ขวางต่อแนวความยาวของผู้เป็นแม่ เช่นนี้ยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดสายรกห้อยย้อยลงมาเพราะไม่มีอวัยวะใหญ่มาปิดก้น ทางไหลเลื่อนของรก แม้จะมีก็เพียงแขนทารกยื่นโผล่ออก

ซึ่งเมื่อไรก็ตามที่ทารกยื่นมือ หรือเท้าออกมากวักเรียกหมอแล้วละก็ ต้องรีบผ่าตัดช่วยคลอดทันทีจึงจะสามารถรักษาชีวิตทารกได้ ปัจจุบันที่พบมากขึ้นคือ การเกิดมีสภาวะน้ำเดินก่อนคลอดในขณะที่ทารกยังอายุครรภ์น้อย ๆ ซึ่งขนาดของทารกยังตัวเล็กทารกจะลอยเคว้งคว้างทำให้สายรก มีโอกาสหลุดลอยโผล่ออกมาได้มาก เช่น ตั้งครรภ์ 5 เดือนถึง 7 เดือนเศษ ตัวทารกเองก็เปราะบาง ดังนั้นโอกาสรอดชีวิตจึงต่ำมาก เนื่องจากเหตุผลของกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว การมาฝากครรภ์จะทำให้แพทย์ สามารถทราบถึงความเสี่ยง ที่เกิดกับผู้ที่มาฝากครรภ์ก็จะได้วางแผน ป้องกันหรือแก้ไข หรืออย่างน้อยก็จะได้เตือนใจคุณแม่ได้ระแวดระวัง ช่างสังเกตดูแลตัวเองได้ หรือในรายที่มีความเสี่ยงสูง เช่น น้ำเดินก็จะต้องเก็บตัวไว้ดูแลในโรงพยาบาลกันเลย บางราย นอนโรงพยาบาลเป็นเดือน ๆ เพื่อความปลอดภัยของทารก ยังไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมอวัยวะที่สำคัญเช่น สายรกนี้จึงมีชื่อ "รก" ซึ่งทำให้เข้าใจว่ารกรุงรังหรือส่วนเกินไป ซึ่งอันที่จริงคือ สายใยชีวิตทีเดียว ใครรู้ช่วยบอกหน่อย

น.พ.วีระ สุรเศรณีวงศ์


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600