มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[คัดลอกจากหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2542]

จิตฤทัย ทัดเสรีวิบูลย์


บางครั้งธรรมชาติมักจะสร้างสรรค์สัตว์หรือสิ่งมีชีวิตบางสิ่ง ให้เป็นที่ประหลาดใจแก่บรรดามนุษย์ช่างสงสัยอย่างเราๆ ให้คอยค้นคว้าหาคำตอบอยู่เสมอ หรือหากมองในแง่ดี เราจะพบว่าในสิ่งแปลกประหลาดในธรรมชาตินั้นล้วนแต่มีเสน่ห์ เย้ายวนและคอยกระตุ้นให้เราเข้าไปค้นคว้าหาคำตอบอยู่เสมอ และม้าน้ำก็อาจจัดอยู่ในประเด็นที่ว่านี้ด้วยก็ได้


ม้าน้ำดำ เพศเมีย
ม้าน้ำ เป็นปลาทะเลชนิดหนึ่ง ที่อยู่ในตระกูล Genus เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น แต่ม้าน้ำทั่วโลกก็ถูกจัดให้อยู่ในสกุล Hippocampus ของครอบครัว Syngnathidae แต่เพราะความแปลกประหลาดของเจ้าม้าน้ำ ในด้านรูปพรรณสัณฐาน วงจรชีวิตที่แตกต่างไปจากปลา เหนือสัตว์ทะเลโดยทั่วไปนี้เอง ทำให้การจัดแบ่งชนิดของม้าน้ำในระดับชนิด Species ยังมีความสับสนอยู่มาก แต่ก็มีการประมาณการกันไว้ว่า ม้าน้ำที่พบได้ในน่านน้ำทั่วโลกใน 6 ทวีป คือ อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา ออสเตรเลีย และเอเชียนั้น น่าจะมีอยู่ประมาณ 35 ชนิด

ในประเทศไทยพบว่า ม้าน้ำที่พบบริเวณชายฝั่งทะเล ภาคตะวันออกของอ่าวไทย คาดว่าน่าจะมีอยู่ประมาณ 4 ชนิดคือ

ม้าน้ำหนาม

อาศัยอยู่ในบริเวณน้ำค่อนข้างลึก ใสสะอาด เช่น เกาะที่มีแนวปะการัง กัลปังหา ห่างจากชายฝั่ง เป็นม้าน้ำที่มีสีสันสวยงาม มักจะมีสีออกน้ำตาลแดง มีลายจุดสีออกขาว เป็นแถบกว้างคาดบริเวณลำตัว มีหนามมากค่อนข้างแหลมและยาว มีมงกุฎบนศีรษะสวยงาม แต่มีขนาดเล็กกว่าม้าน้ำพันธุ์ kuda ชนิดนี้เป็นที่ชื่นชอบของนักดำน้ำดูปะการัง และนักสะสมของที่ระลึก รวมทั้งนักเลี้ยงปลาทะเลในตู้โชว์

ม้าน้ำ 3 จุด

พบตามเขตชายฝั่งในฤดูหนาว จะอพยพเข้ามาบริเวณชายฝั่ง และมักจะติดอวนปู อวนกุ้ง ของชาวประมงเป็นจำนวนมาก ประกอบกับเป็นช่วงที่ม้าน้ำอยู่ในระยะผสมพันธ์ และวางไข่ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งของการลดจำนวนประชากรของม้าน้ำพันธุ์นี้ลงอย่างรวดเร็ว และเนื่องจากบริเวณส่วนบนของลำตัวของม้าน้ำพันธุ์นี้จะปรากฏเป็นจุดดำ ประมาณ 3 จุด จึงเป็นสาเหตุให้มีชื่อเรียกทั่วไปว่า "ม้าน้ำ 3 จุด"

ม้าน้ำแคระ

มีขนาดเล็กที่สุดพบเห็นไม่บ่อยนัก ตัวสีดำ อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่ง เกาะอยู่ตามสาหร่ายบริเวณที่เป็นพื้นทราย แต่พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ม้าน้ำชนิดนี้หายากจึงยากต่อการเพาะเลี้ยง

ม้าน้ำดำ

จัดเป็นม้าน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจำนวนม้าน้ำที่พบในน่านน้ำไทย ในอดีตที่มีผู้บอกเล่าว่า มีขนาดยาวถึง 1 ศอก แต่ปัจจุบัน ที่มีการพบเห็นตัวใหญ่ที่สุดมีขนาดประมาณตัวยาวเท่าฝ่ามือเท่านั้น แต่ก็ยังจัดได้ว่าเป็นพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ได้รับความชื่นชอบ จากนักนิยมยาบำรุง จึงเป็นสาเหตุให้ม้าน้ำชนิดนี้สูญพันธุ์ ลำตัวสีดำสนิท ผิวค่อนข้างเรียบไม่มีหนามยาวแหลม อาศัยตามชายฝั่งบริเวณที่มีน้ำค่อนข้างขุ่น เมื่อนำมาเลี้ยงสามารถเปลี่ยนสีได้ ส่วนใหญ่มักเปลี่ยนเป็นสีครีม สีเหลือง และน้ำตาลแดง พบง่ายบริเวณชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของอ่าวไทย

ม้าน้ำ นักอำพราง นักรักตัวยง

คงไม่ผิดนักถ้าจะบอกว่า ม้าน้ำ เป็นนักอำพราง แล้วก็อำยวนตัวยง พอๆ กับดาราที่แต่งองค์ทรงเครื่อง ไปตามบทบาทที่ตัวเองได้รับ ผิดกันแต่เพียงว่า ม้าน้ำ นอกจากจะมีวิวัฒนาการของรูปร่าง ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่อาศัยอยู่ เช่น ม้าน้ำที่อาศัยอยู่ตามแนวปะการัง ก็มักจะมีหนามยาว และมีสีสันสวยงาม หรือม้าน้ำชนิดที่อาศัยอยู่ ในดงสาหร่ายทะเล เช่น ม้าน้ำที่พบในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ก็มีเส้นใยออกมาจากผิวหนัง คล้ายกับสาหร่ายในบริเวณที่ม้าน้ำชนิดนี้อาศัยอยู่

และที่น่าอำยวนชวนให้ติดตามมากที่สุด ก็คงจะเป็นเรื่องที่ม้าน้ำ มักจะปรับเปลี่ยนสีของลำตัวได้ตามสภาพของแสงและอารมณ์ โดยเฉพาะเวลาที่เกี้ยวพาราสี หรือในยามต่อสู้

จากการสังเกตพฤติกรรมของม้าน้ำหนามพบว่า มันจะผสมพันธุ์กันในช่วงเช้า จนถึงประมาณก่อนเที่ยง โดยตัวผู้จะว่ายน้ำไปหาตัวเมีย แล้วใช้หางกวาดเพื่อจับตัวเมียเอาไว้ หลังจากนั้นจะเริ่มแอ่นอก งอหัวลงจนปากแนบชิดหน้าอก แล้วบีบถุงหน้าท้องจนเห็นช่องเปิด เพื่อแสดงให้ตัวเมียเห็นว่า พร้อมที่จะผสมพันธุ์ หากตัวเมียพร้อมก็จะเปลี่ยนสีลำตัว แล้วว่ายหันข้างลำตัวคู่กันไป ถ้าไม่พร้อมจะสลัดให้หลุด

ม้าน้ำตัวผู้จะมีถุงหน้าท้องเหมือนจิงโจ้ ทำให้ไข่ม้าน้ำ ที่อยู่ในถุงหน้าท้องนั้นฝังตัวลงในเนื้อเยื่อ เหมือนกับสัตว์ตัวอ่อน ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งคงจะไม่ผิดนักถ้าจะบอกว่า ธรรมชาติสร้างให้ม้าน้ำตัวผู้จะต้องเป็นฝ่ายอุ้มท้องจริงๆ แม้จะมีช่วงระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ก็ตาม

หลังจากที่ตัวผู้อุ้มท้อง ตัวเมียก็จะคอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ จนกว่าตัวผู้จะฟักลูกออกมาเป็นตัว และจะอยู่ด้วยกันตลอด จนเมื่อตัวใดตัวหนึ่งตาย ที่เหลือก็จะไปจับคู่กันใหม่ ซึ่งใช้เวลานานพอสมควร ลักษณะพิเศษนี้เองทำให้ม้าน้ำ กลายเป็นสัญลักษณ์ของความซื้อสัตย์ ที่ได้รับความนิยม นำไปมอบให้เป็นของขวัญในวาระสำคัญเช่น งานแต่งงาน โดยจะถูกทำเป็นม้าน้ำตากแห้งบรรจุใส่กล่อง ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายยาจีนทั่วไป

เรื่องราวเหล่านี้อาจจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทำให้เราได้รู้จักม้าน้ำ อีกหนึ่งในทรัพยากรที่สำคัญของอ่าวไทย ซึ่งในไม่ช้า สิ่งเหล่านี้อาจจะเหลืออยู่เพียงในภาพถ่ายหรือเรื่องเล่า เพราะตอนนี้ม้าน้ำถูกทำลายโดยมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งความวิกฤตของสภาพแวดล้อมที่ทำให้จำนวนของสัตว์เหล่านี้ เหลืออยู่น้อยเต็มที

สภาพของม้าน้ำของประเทศไทยในปัจจุบัน ก็มีสภาพไม่แตกต่างไปจากสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ ที่ตกอยู่ในสภาพวิกฤติ ด้วยปริมาณที่ลดน้อยลงเรื่อยๆ เนื่องจากสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัยของม้าน้ำ ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ และภัยจากมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ก่อให้สภาพแวดล้อมเกิดความเสื่อมโทรม และส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ต่อจำนวนประชากรม้าน้ำ โดยเฉพาะม้าน้ำที่อยู่ตามชายฝั่งทะเล

ยกตัวอย่างจากการสังเกตปรากฏการณ์น้ำเสียที่เกิดขึ้น บริเวณชายฝั่งทะเลบางแสน เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา เมื่อปรากฏการณ์ดังกล่าวกลับสู่สภาพปกติ ปรากฏว่า จำนวนม้าน้ำได้ลดลงอย่างมาก อันน่าจะเป็นผลเนื่องมาจาก การเคลื่อนที่ของม้าน้ำที่ค่อนข้างต่ำ จึงทำให้ไม่สามารถว่ายออกไป ยังแหล่งน้ำที่ดีกว่าได้ทัน ทั้งหมดนี้ ยังไม่ได้รวมเอาสาเหตุอีกนานัปการ ที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์

และวันนี้คงจะมีเวลาที่เหลืออยู่อีกไม่มากนัก ที่จะให้เราเริ่มต้นรักษ์ ตระหนักให้คุณค่า รู้จักหวงแหนธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของเราอย่างเป็นจริงเป็นจังมากกว่าค้นหาผู้กระทำผิด


ขอบคุณหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600