มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 22 ฉบับที่ 325 มีนาคม 2542]

เพราะ IMF ทีเดียว...

น.พ.วีระ สุรเศรณีวงศ์


เก้า เก้า เก้า! ที่ห้องคลอดเสียงจากลำโพง กระจายเสียงซ้ำๆ หลายๆ ครั้ง พร้อมกับเสียงลุกจากโต๊ะทำงาน ในออฟพรึ่บพรั่บ ระยะทางจากชั้น 4 ลงมาชั้นที่ 1 ของอาคาร ไปยังห้องคลอดที่อยู่มุมหนึ่งของอาคารซึ่งปกติใช้เวลาเกือบสิบนาที เดินไป คุยไป

พอสิ้นเสียงจากลำโพงขยายเสียงเพียง 2 นาทีก็มีหมอ เข้ามาออกอยู่ในห้องคลอดเกือบสิบคน รวมทั้งแพทย์ประจำบ้าน ที่กำลังกุลีกุจอบีบลูกโป่งให้ออกซิเจนช่วยการหายใจ และแพทย์อีกคนกำลังปั๊มนอกหัวใจ โดยการกดหน้าอก ตามหลักสูตรการกู้ชีพที่อบรมมา โดยมีแพทย์ทางอายุรกรรม เข้ามาร่วมให้การดูแลคนไข้ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างขบวนการกู้ชีพ

โรงพยาบาลแต่ละแห่งจะมีโค้ดสัญญาณในการสื่อความหมาย ขอความช่วยเหลือในการกู้ชีพเฉพาะของแต่ละแห่งแตกต่างกันไป บางแห่งก็นายแพทย์อัคคีบ้าง ฯลฯ โดยระบบเมื่อแพทย์ได้ยินเสียงดังกล่าว ผู้ที่อยู่ใกล้สุดต้องรีบไปยังจุดหมายไม่ว่าจะเป็นแพทย์สาขาใด และอายุรแพทย์ที่อยู่ใกล้ที่สุดก็จะไปยังจุดหมายด้วยเพื่อเป็นแกนหลัก ในการดูแลแก้ไขเพราะอายุรแพทย์จะมีความชำนาญในการแก้ไข ดูแลระบบไหลเวียนโลหิตมากที่สุด

เมื่อเข้าไปถึงยังห้องคลอดก็พบว่า มีแพทย์ทุกสาขาเข้าไปรอช่วย ขณะนั้นผู้ป่วยซึ่งหายใจลำบาก ระบบความรู้สึกตัวเองเลวมาก แพทย์ประจำห้องคลอดจึงได้ใส่ท่อยางและตัวเครื่องช่วยหายใจ พอใส่ได้ไม่นานนัก คุณเธอก็หยุดหายใจเองและหัวใจหยุดเต้น ต้องรีบทำการนวดหัวใจและเป็นที่มาของ 999 ให้ได้ยิน เธอถูกนวดหัวใจและใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ในห้องคลอด สาเหตุที่ต้องเข้าอยู่ในห้องคลอดเพราะเธอตั้งครรภ์ได้ 8 เดือนเศษและเกิดอาการเจ็บป่วยด้วยอาการไอหอบมา 1 สัปดาห์

เธออายุเพียง 25 ปีเศษ มีบุตรคนแรกอายุได้ 3 ปีเศษ เดิมทีเธอทำงานในโรงงานขนาดกลางแห่งหนึ่ง ทำหน้าที่ประกอบของ ลงกล่องเพื่อส่งออก ส่วนสามีของเธออายุใกล้เคียงกัน ทำงานในโรงงานแห่งนี้ในตำแหน่งพนักงานขับรถประจำตัว ผู้จัดการฝ่ายหนึ่งของโรงงานเดียวกันนี้ เธอทั้งคู่พบรักและแต่งงานกัน เริ่มต้นชีวิตครอบครัวอันอบอุ่น ณ ที่โรงงานแห่งนี้ แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจผลพวงจากทั้งเธอและสามีก็เลยต้องตกงาน ขณะนั้นเธอก็ตั้งครรภ์อ่อนๆ พอดี

ในเวลาหลังจากนั้นไม่นานนักเมื่อตกงาน สามีก็ต้องดิ้นรน หางานเพื่อเลี้ยงครอบครัว ไปได้งานขับรถบรรทุกซึ่งต้องออกต่างจังหวัด ครั้งละเกือบสัปดาห์ การหางานก็ยากอยู่แล้ว ยิ่งคนท้องตำแหน่งงาน ที่จะมีให้เธอยิ่งหมดไปเลย เธอต้องตกงานอยู่บ้านอย่างกระเหม็ดกระแหม่ กับลูกน้อย แถมพ่วงด้วยน้องสาวของเธอซึ่งตกงานจากอีกโรงงานหนึ่ง มาขอพักพิงอาศัยด้วยภาระจึงมากขึ้น

แต่เมื่อเธอตั้งครรภ์ขึ้นมาแล้วด้วยหัวใจของความเป็นแม่ แม้จะทุกข์ยากเธอก็จะพยายามอุ้มท้องเพื่อที่จะคลอดลูก เธอได้มาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล 2 ครั้ง เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา เธอจำต้องเลื่อนการมาฝากครรภ์เพื่อที่จะประหยัดเงิน และเธอก็มีความรู้สึกเช่นหญิงตั้งครรภ์ทั่วๆ ไปว่า ไม่ได้มีความผิดปกติใดจวบจนเมื่อ 3 สัปดาห์ผ่านมานี้ เธอเริ่มรู้สึกผิดปกติถึงอาการบวมตามแขนขา และใบหน้า แหวนที่เธอสวมใส่เริ่มคับตึง การเคลื่อนไหวเริ่มเชื่องช้า เพราะข้อพับแขนขาบวม เธอเข้าใจว่าน่าจะเกิดจากนอนมาก เพราะไม่มีภารกิจอันใด ลูกคนโตแม้จะเล็กก็มีน้องสาวคอยดูแล

เธอเริ่มปวดศีรษะในสัปดาห์ต่อมา แม้น้องสาวจะทักถึง ความบวมที่ผิดปกติ แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไร คงใช้ความรู้ กับการหายาแก้ปวดซึ่งได้มาจากการทำงานในโรงงาน คือ ยาพาราฯ ให้น้องสาวไปซื้อมาทานบรรเทาอาการปวดศีรษะ เธอบ่นถึง อาการตาพร่ามัวให้กับน้องสาวฟังแต่ก็ยังคงเฝ้าคอยสามีที่จะกลับมา เพื่อจะได้พาเธอมาตรวจฝากครรภ์เสียทีเดียวที่โรงพยาบาล

3 วันก่อนมาโรงพยาบาลเธอเริ่มไอหอบ เธอบรรเทาด้วยการให้น้องสาวไปซื้อยาแก้ไอตามท้องตลาด อาการไอของเธอเริ่มมากขึ้นเธอบ่นเหนื่อยหอบมากขึ้น จนวันเกิดเหตุน้องสาวเห็นถึงความผิดปกติที่รุนแรง คือ อาการรู้ตัวของเธอเริ่มเลวลง จึงได้ขอความช่วยเหลือจากคนข้างบ้าน ให้ช่วยพาส่งโรงพยาบาลในยามวิกาลนั้นเลย

เธอถูกนำส่งห้องฉุกเฉิน ทันทีเข้าสู่ห้องฉุกเฉิน แพทย์ก็รับรู้ถึงอาการเจ็บป่วยที่หนักหนาสาหัส เธอเป็นโรคพิษแห่งครรภ์ขั้นรุนแรง ซึ่งมีอันตรายถึงชีวิตได้ ความร้ายกาจของโรคพิษแห่งครรภ์นี้ก็คือ เป็นสาเหตุหนึ่งในสาม ของสาเหตุการเสียชีวิตในหญิงตั้งครรภ์ อีกสองสาเหตุคือ โรคการติดเชื้อหนึ่งและโรคตกเลือดอีกหนึ่ง

ในประเทศไทย โรคพิษแห่งครรภ์ก็ยังเป็นปัญหา ทางสาธารณสุขอยู่ ยิ่งยุคไอเอ็มเอฟก็ยิ่งผีซ้ำด้ำพลอยไปใหญ่ โรคพิษแห่งครรภ์เป็นโรคที่สร้างปัญหาให้กับสูติแพทย์มากทีเดียว แค่ชื่อก็ปวดเศียรเวียนเกล้าที่จะทำความเข้าใจแก่คนไข้ หรือผู้ที่จะเป็นคนไข้ได้ยาก จนปัจจุบันก็ยังไม่มีชื่อที่เข้าใจง่ายกว่านี้ ภาษาไทยนั้นแปลมาจากภาษาแพทย์กันตรงๆ เลย ใน ภาษาอังกฤษ เขียนว่า Toxemia of Pregnancy ก็แปลว่า พิษแห่งครรภ์ หรือครรภ์เป็นพิษ ก็คงสับสนเหมือนๆ กัน ไม่ใช่เฉพาะคนไข้ หรือประชาชนสับสนแม้แต่แพทย์ก็เช่นกัน

เพราะจนถึงปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของโรค หรือกลุ่มอาการผิดปกตินี้ว่าเกิดจากอะไร รู้แต่ว่าเกิดจากการ ที่มีการตั้งครรภ์ แต่ไม่ทราบว่าอะไรแน่คือสาเหตุที่ทำให้เกิดสภาวะ ความดันโลหิตสูงเกิดขึ้นในขณะตั้งครรภ์

ความดันโลหิตที่สูงในโรคพิษแห่งครรภ์ก็ไม่เหมือน โรคความดันโลหิตสูงที่พบในคนทั่วๆ ไป ที่มักจะเป็นในคนสูงวัย อ้วน เป็นเบาหวาน หรือกรรมพันธุ์ กล่าวคือ พยาธิสภาพแตกต่างกัน ในพิษแห่งครรภ์ พยาธิสภาพจะเกิดเพราะผนังเส้นเลือด ในระบบไหลเวียนโลหิตมีความผิดปกติเกิดขึ้นเป็นหลักใหญ่ ทำให้สารเหลวหรือน้ำหนีออกจากเส้นเลือด ทำให้เกิดการบวมให้เห็น

โรคพิษแห่งครรภ์แม้จะป้องกันไม่ให้เกิดไม่ได้แต่ก็มีวิธี ที่จะลดความรุนแรงหรือสกัดกั้นไม่ให้โรคหรือความผิดปกติลุกลาม รุนแรงมากขึ้น

โรคพิษแห่งครรภ์เมื่อเกิดขึ้นจะมีผลต่ออวัยวะทุกระบบ คือ มีความดันสูงในเส้นเลือดของทุกระบบอวัยวะ แต่ที่ออกอาการเร็วก็สมอง เพราะสมองเป็นอวัยวะที่ยืดหยุ่นได้น้อย อยู่ในกะโหลกที่แข็งทึบ ไม่มีที่ให้ขยับขยายพอบวมเล็กๆ น้อยๆ ก็ออกอาการปวดศีรษะมากเข้าๆ ก็จะซึมเศร้า จนรุนแรงมากเข้าก็จะไม่รู้สึกตัวไปได้

เธอผู้นี้ก็มีลักษณะอาการเด่นชัดของโรคพิษแห่งครรภ์ แต่น่าเสียดายเธอไม่ได้เข้ารับการดูแลแก้ไขแต่เนิ่นๆ ทำให้โรคดำเนินไปจากครรภ์พิษระดับอ่อน ก็รุนแรงขึ้นๆ ไปจนเข้าสู่ครรภ์พิษระดับรุนแรง ซึ่งความรุนแรงที่เกิดขึ้นก็คือ ความดันโลหิตที่สูงขึ้นๆ ในระบบหลอดเลือด ถ้าเธอไม่หมดสติเสียก่อน เธอจะมีอาการตาพร่ามัวซึ่งบ่งถึงความดันในสมองที่เพิ่มขึ้น จนทำให้ประสาทตาเริ่มถูกกด

อาการที่จะแสดงออกให้เห็นต่อมาก็คือ อาการที่ตับเธอ จะเริ่มปวดชายโครงขวา เพราะตับจะบวมมาก จากความดันโลหิตที่สูง จากสารเหลวที่ไหลซึมออกมาคั่งในเนื้อตับจนในที่สุดตับจะปริแตก เกิดการตกเลือดในช่องท้อง ซึ่งจะมีการตกเลือดสูญเสียเลือด ในช่องท้องได้จำนวนมากจนอาจจะถึงชีวิต

ในระบบหมุนเวียนของโลหิตยังมีความผิดปกติ ที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาอีกที่อันตรายมากๆ คือ การเกิดการผิดปกติ ในการแข็งตัวของเลือดจะซ้ำเติมให้เลือดออกไม่หยุดในที่ต่างๆ การที่มีความดันโลหิตสูงจะมีผลต่อหัวใจค่อนข้างมาก หัวใจจะทำงานหนักมากจนนานเข้าๆ หัวใจก็จะล้ม เมื่อหัวใจที่ทำหน้าที่ปั๊มน้ำหรือสูบน้ำให้ไหลหมุนเวียนในอวัยวะต่างๆ เกิดเสียก็จะทำให้มีน้ำคั่งค้างตามอวัยวะต่างๆ ที่สำคัญก็คือ ปอดจะเริ่มมีน้ำท่วมปอดจะทำให้หายใจลำบาก ในที่สุด ก็จะทำให้หมดสติ เพราะสมองล้มเหลวจากการขาดออกซิเจน ตามมาเป็นลูกโซ่ และเสียชีวิตในที่สุด

เธอผู้นี้ก็มีการดำเนินของโรคแบบตามตำราเลยทีเดียว เธอเริ่มมีอาการหัวใจล้มเหลวตั้งแต่อยู่ที่บ้าน เธอหอบเหนื่อย เพราะมีน้ำคั่งค้างในปอด จากการที่หัวใจล้มเหลว ซึ่งควรจะต้องรีบมาโรงพยาบาลเพื่อแก้ไขสภาวะที่วิกฤตินั้นทันที เนื่องจากเธอมีหัวใจที่แข็งแรง ปอดที่แข็งแรง กล้ามเนื้อหน้าอก ที่แข็งแรง ทำให้หัวใจเธอทนสภาวะวิกฤติได้ข้ามวันข้ามคืน ได้ถึง 3 วัน ต่อเมื่อพามาโรงพยาบาลหัวใจเธอก็ล้มหยุดทำงาน เพราะเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจก็ไม่พอเพียง กล้ามเนื้อหัวใจก็อ่อนล้า และหมดพลังที่จะบีบตัว จนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจปั๊มออกซิเจน ให้กับปอด และใช้กระแสไฟฟ้ากระตุ้นหัวใจพร้อมกับให้ยาอีกมากมาย ที่จะกระตุ้นให้หัวใจได้กลับมาทำงาน ด้วยอายุยังน้อย และทำงานหนักมาตลอด เท่ากับได้บริหารหัวใจและปอดให้แข็งแรง พอได้ยากระตุ้น ยาบำรุง ฯลฯ ก็ฟื้นคืนตัวทำงานได้

ในช่วงวิกฤตนั้นทำเอาแพทย์ใจหายใจคว่ำ เพราะไม่เพียงแต่ต้องดูแลเธอเท่านั้น ยังต้องคำนึงถึงบุตร ในครรภ์เธออีก ทารกในครรภ์นั้นก็จะได้รับผลกระทบกระเทือน จากสภาวะผิดปกติของแม่ครับ โดยเฉพาะระดับออกซิเจน แพทย์ต้องตรวจติดตามสภาวะการเต้นหัวใจของทารกอยู่ตลอดเวลา ดีที่เธอยังไม่ทันหยุดหายใจล้มเหลว แพทย์ก็สามารถตรวจพบ และรีบใส่เครื่องช่วยหายใจให้ทันที ทำให้ช่วงขาดออกซิเจนสั้นมาก ไม่น่าจะกระทบกระเทือนตัวทารก จากการตรวจติดตามหลังจากผ่านวิกฤต ไม่พบว่าทารกส่อเค้าความผิดปกติ แต่ก็วางใจไม่ได้ จะต้องตรวจติดตามดูการพัฒนาของทารกในครรภ์ต่อ

หลังจากเธอได้รับการดูแลรักษาในห้อง ICU อยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ สภาวะผิดปกติคือพิษแห่งครรภ์ดีขึ้น ความดันเริ่มลดลง สภาวะหัวใจและปอดล้มเหลวควบคุมได้ แพทย์ก็ย้ายเธอ มาอยู่ในหอผู้ป่วยของสูติกรรมและวางแผนที่จะสิ้นสุดการคลอด คือ ทำการคลอดให้เธอ

แม้จะตั้งครรภ์ไม่ครบ 40 สัปดาห์ก็ตาม เป็นไปตามข้อบ่งชี้ ทางการแพทย์ในสัปดาห์ต่อมา เธอก็ได้เข้าสู่การคลอด โดยการกระตุ้นการคลอดใช้เวลาไม่นานนัก ทารกน้อยคลอดออกมา ด้วยน้ำหนัก 2 กิโลกรัมเศษแต่แข็งแรงดี ไม่ส่ออาการผิดปกติ ที่อาจจะเกิดกับสมองซึ่งมักจะเป็นผลกระทบที่รุนแรงและน่ากลัว ทำให้หมอสูติโล่งอกไปส่วนหนึ่ง แต่ยังมีความวิตกในตัวผู้เป็นแม่ แต่ก็คลายไปมาก เพราะโดยธรรมชาติแล้วโรคพิษแห่งครรภ์นั้น เมื่อสิ้นสุดการตั้งครรภ์ ความรุนแรงของโรคก็จะลดลง การดูแลรักษาจะง่ายขึ้น ควบคุมได้ง่าย

โรคนี้เป็นโรคที่เป็นสาเหตุการตายที่สำคัญที่ทำให้เกิด การเสียชีวิตทั้งแม่และทารกในครรภ์หรือที่เรียกว่า ตายทั้งกลม ซึ่งลือเล่ากันว่าเป็นผีที่ดุมากนั้น ก็เพราะตัวโรคพิษแห่งครรภ์นี่เอง แต่สมัยก่อนไม่เป็นที่ทราบกัน

โรคนี้จะเห็นว่าเป็นโรคที่อันตรายต่อคนท้องโดยเฉพาะ ประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทย รวมทั้งประเทศยากจน จะพบมากกว่าประเทศที่เจริญ ยิ่งมายุค IMF คนยากจนลงมาก อาหารการกินไม่สมบูรณ์ก็จะทำให้เกิดโรคนี้ได้มากขึ้น

งานหนักอีกแล้ว ชาวหมอสูติสมกับยุค IMF = I AM FEAR!

น.พ.วีระ สุรเศรณีวงศ์


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600