มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 21 ฉบับที่ 311 มกราคม 2541]

คลอดเป็นครอก

นพ.วีระ สุรเศรณีวงศ์


เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน ได้มีสถิติใหม่เกิดขึ้นในวงการแพทย์ โดยเฉพาะสูติกรรม คือ การที่คุณแม่ชาวอเมริกัน สามารถตั้งครรภ์ทารก 7 คนในครั้งเดียว และคลอดเด็กทารกทั้งหมด ซึ่งนับเป็นสถิติที่ต้องจดบันทึกในกินเนสบุ๊คกันเลยทีเดียว เพราะในอดีตที่ผ่านมาก็เคยมีการคลอดแฝดมากกว่า 5 คนแล้ว แต่มีทารกรอดชีวิตไม่ครบหมด รู้สึกว่าจะรอดเพียง 2 คนเท่านั้น โชคดีเธอไม่ใช่คนแถว ๆ เอเชีย มิฉะนั้นเธอจะต้องจนไป 7x7 = 49 ปี เท่ากับรายกายทีวีรายการหนึ่งเลย ยิ่งยุค IMF ด้วยแล้วคงต้องปฏิบัติตัว ในแบบโฆษณาหลอดผอมของการไฟฟ้าเป็นแน่แท้

การตั้งครรภ์ที่มีทารกมากกว่าหนึ่งคนนั้น ต้องนับว่าเป็นวิบากกรรมจริงๆ เพราะแทนที่ตั้งท้องครั้งเดียวคุ้ม ก็จะกลายเป็นคลุมคลั่งแทนคุ้มค่า เพราะมีเรื่องน่ากลัวให้ติดตามแก้ไขมากมายทีเดียว เคยมีคนกล่าวว่า ที่สัตว์ยังตั้งครรภ์แต่ละครั้ง ซึ่งควรเรียกว่า แต่ละครอกนั้น ยังมากกว่าหนึ่งได้อย่างสบาย ถือเป็นปกติ แล้วทำไมมนุษย์ตั้งครรภ์เช่นนั้นไม่ได้ ที่ไม่ได้เพราะมนุษย์นั้นธรรมชาติสร้างให้แตกต่างจากสัตว์ โดยเจริญพัฒนามาเป็นสัตว์ที่อยู่ในแนวยืน หรือแนวตั้งฉากกับแรงดึงดูดโลก ต่างกับสัตว์ที่ร่างกายขนานกับพื้นโลกจะมีทารกน้อยกี่ตัวในมดลูก ก็ไม่มีผลกระทบต่อกัน และชีวิตประจำวันของสัตว์นั้นเรียบง่ายไม่ยุ่งยาก ไม่มีภาระต่อสังคมที่ต้องดิ้นรนมากมาย โรคแทรกซ้อนไม่ค่อยมี

ปัจจุบันครรภ์แฝดหรือตั้งครรภ์มากกว่าหนึ่งคน จะพบมากขึ้นกว่าสมัยก่อน แต่ต้องแจกแจงก่อนว่า การตั้งครรภ์แฝดนั้นมีหลายชนิด สาเหตุของการเกิดครรภ์แฝด หรือครรภ์มากกว่า 1 คน ที่พบเห็นทั่วๆ ไปที่ทารกออกมาเพศเดียวกัน หน้าตาเหมือนกันนั้น เกิดจากการปฏิสนธิครั้งเดียว คือ ตัวอสุจิเพียง 1 ตัวจากฝ่ายชายไปผสมกับไข่ 1 ฟอง ที่ตกจากไข่ของฝ่ายหญิง แล้วก็เจริญแบ่งตัวไป แต่เกิดเอ็กซิเดน (Accident) ตอนแบ่งตัว ซึ่งปกติก็จะแบ่งตัวแต่เกาะกลุ่มกัน ก็เผอิญเซลล์หลุดออกมาจากกัน และแต่ละเซลล์ที่หลุดออกมาก็เจริญไปได้ เพราะมีหน่วยพันธุกรรม หรือมีโค้ดของชีวิตอยู่ครบ คล้ายกับดังแล้วแยกวงไปโตด้วยตัวของตัวเอง แต่ก็อยู่ในถุงน้ำคร่ำเดียวกันก็ได้

ลักษณะนี้ก็จะเกิดแฝด 2 คนหรือ 1 คู่ ถ้าเกิดในขั้นตอน ที่แบ่งตัวเป็นสามเป็นสี่หรือมากกว่า เกิดแต่ละเซลล์แยกตัวไม่เกาะติดกัน ก็จะเจริญเติบโตเป็นแฝดหลายคู่หรือหลายคนตามจำนวน แต่การเจริญเติบโตนั้นก็จะมีปัญหาเพราะมีทรัพยากรจำกัด ที่ทางของมดลูกก็จำกัด แต่ละตัวทารกก็ต้องแก่งแย่งชิงกัน ดูซิธรรมชาติสอนให้มนุษย์รู้จักแก่งแย่งชิงดีกัน ตั้งแต่ยังเป็นวุ้นเลยก็ว่าได้ การแก่งแย่งชิงดีกันจึงเป็นสันดานอันแรกๆ ขอ'ความเป็นมนุษย์ก็ว่าได้ อะไรก็ตามที่ทำทีละมากๆ หรือผลิตทีละมากๆ ก็มักจะมีการผิดพลาดได้สูง

ดูตัวอย่างรถยนต์คงได้ เคยอ่านข่าวว่า บางบริษัทเรียกรถกลับเข้าอู่ เป็นหมื่นๆ แสนๆ คัน เพราะทั้งรุ่นมีปัญหา ก็ผลิตกันทีราวกับควักออกมา จากก้อนเลย แฝดหลายคู่ก็เช่นกัน แต่ในมนุษย์ถ้าเกิดผิดพลาด เกิดความผิดปกติแล้วมักจะกลายเป็นข้อด้อย เป็นการก่อให้เกิดความอ่อนแอ ก็จะถูกทำลาย โดยทารกที่สมบูรณ์ แต่ไม่ใช่ทำลายโดยการไปสู้รบตบมือทำลายกัน เพียงแต่ผู้ที่แข็งแรงก็จะแย่งใช้ทรัพยากรหรือขโมยทรัพยากรมาใช้ ตัวที่อ่อนแอก็จะฝ่อตายไปเราเรียกว่า "ออโต้เรกกูเรชั่น"
การควบคุมสมดุลแบบอัตโนมัติ คือ ปรับจำนวนให้เหมาะสม ตามความจำเป็น ถ้าแฝดหลายคนเกิดแข็งแรงเหมือนๆ กันก็แบ่งชิง เฉลี่ยกันใช้ทรัพยากรกันเอง ก็สามารถเติบโตต่อไปได้ แต่เนื่องจาก ต้องปันผลทรัพยากรซึ่งส่วนหลักคือ อาหารเพื่อการเจริญเติบโตก็เลยได้ไม่เต็มที่ เด็กแฝดจึงตัวเล็ก และยิ่งถ้าเกิดในยุคแม่ IMF ซึ่งต้องกระเหม็ดกระแหม่ อาหารการกินด้วยแล้ว ผลกระทบจะยิ่งทวีคูณ

ทารกแฝดไม่ว่า 2 หรือมากกว่าก็ตาม ในลักษณะนี้เมื่อคลอดออกมา หน้าตาและจิตใจจะคล้ายคลึงกันมาก เพราะมีโค้ดของชีวิตชุดเดียวกัน หน้าตาท่าทางและบุคลิกภาพจะคล้ายคลึงกัน ความฉลาดก็คล้ายกัน ชอบอะไรก็คล้ายกัน ผูกพันกันจนบางครั้ง คนหนึ่งป่วยอีกคนก็จะป่วยตามไปด้วย อย่างนี้เรียกว่า "One in Two" ก็ว่าได้ เกือบลืมเน้นไปว่า ทารกประเภทแฝดลักษณะนี้จะมีเพศเดียวกันเสมอ

แฝดอีกประเภท ต้องเรียกว่า "แฝดประเภทสอง" ไม่ใช่ลักษณะเดียวกับชายหรือหญิงประเภทสอง เป็นเพียงลักษณะการเกิดแฝดหรือการตั้งครรภ์มากกว่า 2 คน ชนิดนี้ เกิดจากการที่มีการปฏิสนธิของตัวอสุจิกับไข่หลายชุดคือ มีไข่ตกหลายฟอง ซึ่งมักจะไม่มากกว่า 2 ฟอง และไข่ 1 ฟอง จะปฏิสนธิกับอสุจิได้เพียง 1 ตัวเท่านั้น ทั้งๆ ที่ในน้ำอสุจิ 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร จะมีตัวอสุจิเป็นล้านตัววิ่งว่ายวนอยู่ แต่ก็ใช้เพียง 1 ตัวต่อการปฏิสนธิ 1 ครั้ง ในมนุษย์ปกติก็จะไข่ตก 1 ฟอง และตัวอสุจิหนึ่งเดียวจากล้านๆ เรียกว่า คัดตัวสุดยอดมาเพียง 1 ตัว เข้ามาปฏิสนธิและเกิดเป็นทารกน้อย 1 คน

นานทีปีหน หรือเรียกว่า โอกาสน้อยมากพอสมควร ที่จะมีไข่ตกครั้งละหลายฟอง แล้วมีการปฏิสนธิเกิดทุกฟองได้แต่มักจะ 2 ฟอง ก็จะเกิดครรภ์แฝด ซึ่งแต่ละฟองไข่ที่ปฏิสนธิก็จะเกิดการเจริญเติบโต ไปในถุงน้ำคร่ำของตัวเอง แต่ก็ต้องปันส่วนทรัพยากรเหมือนกัน

การตั้งครรภ์แฝดแบบนี้ ทารกที่คลอดออกมาอาจจะมีคนละเพศก็ได้ และบุคลิกภาพก็จะไม่เหมือนกัน ไม่ผูกพันลึกซึ้งเหมือนแฝด "One in Two" แฝดประเภทนี้น่าจะเรียกว่าประเภท "Two in One" ก็น่าจะได้ ยังมีแฝดอีกประเภทที่โอกาสเกิดได้น้อยกว่ามากไปอีก คือ การเกิดแฝดที่ชาวบ้านไม่เรียกว่าแฝด เพราะคลอดห่างกันมาก คลอดคนละครั้งแต่ไม่ทิ้งระยะห่างมาก บ้างเป็นวัน สัปดาห์หรืออาจจะเป็นเดือน แต่ไม่มากเดือนนัก แต่ก็เป็นแฝดชนิดหนึ่ง ที่ว่าเป็นแฝดก็เพราะคำว่า แฝดนั้นหมายถึง การตั้งครรภ์ที่มีทารกอยู่มากกว่าหนึ่งในแต่ละครั้ง และการตั้งครรภ์แฝดควรจะเรียกว่า "Two in Two" เลยก็น่าจะได้ เกิดจากการที่มีการปฏิสนธิ 2 ครั้ง ในการตกไข่ที่ต่างกันคือ ไม่ใช่การที่รังไข่ 1 ใบ ตกไข่ครั้งละ 2 ฟอง และทิ้งเวลา อาจจะเป็นเดือน ก็ตกไข่มาอีกซึ่งปกติการตกไข่ของรังไข่จะตกทุก 28 วันหรือ 4 สัปดาห์โดยประมาณ แต่เมื่อไรก็ตามที่การตกไข่ครั้งนั้นเกิดมีการปฏิสนธิ ร่างกายจะสร้างหรือหลั่งสารฮอร์โมนไประงับการตกไข่ในงวดต่อไป แต่บางกรณีก็ย่อมจะเกิดการผิดพลาดได้ หรืออาจจะรังไข่เกิดแข็งข้อ ไม่ยอมอยู่ใต้อาณัติคำสั่งของฮอร์โมน เกิดตกไข่ออกมาอีกและมาพบ ประสบกับตัวอสุจิเข้า ก็เลยเกิดปฏิสนธิก็จะเกิดคัพพะขึ้นอีก 1 คัพพะซ้อนกัน และก็เดินทางมาฝังตัวเจริญเติบโตในโพรงมดลูกซ้อนเข้ามาอีก กลายเป็นมีทารกน้อย หรือ 2 คัพพะ ใน 1 โพรงมดลูก ซึ่งก็คือการตั้งครรภ์แฝด แต่อายุคัพพะหรือทารกน้อยจะมีอายุแตกต่างกันอย่างน้อยก็ 4 สัปดาห์

พอตั้งครรภ์ตัวทารกที่อายุครรภ์ครบ ก็อาจจะคลอดออกมาก่อน ตัวทารกที่อายุครรภ์ยังไม่ครบ ก็อาจจะยังคงเจริญเติบโตต่อในโพรงมดลูก และคลอดตามออกมาอีกในภายหลัง "Two in Two" นี้ ความจริงทางวิทยาศาสตร์แล้วไม่ใช่แฝดแท้ จึงไม่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ไม่มีสภาพจิตใจที่คล้ายกัน เพศก็อาจจะคนละเพศ ตั้งแต่ปฏิบัติงานมายังไม่เคยพบลักษณะแฝดเช่นนี้ เนื่องจากอุบัติการค่อนข้างต่ำมากและโดยปกติธรรมชาติจะป้องกันการเกิดลักษณะนี้ ดังกล่าวมาข้างต้น คือ เมื่อไรที่มีการปฏิสนธิจะมีการสร้างฮอร์โมนมาระงับการตกไข่ทันที

เมื่อประมาณเดือนเศษมีข่าวที่ทำให้เกือบดีใจ แต่ก็เก้อ เพราะคนไข้มาร้องเรียนว่า มาคลอดบุตรที่โรงพยาบาลที่ทำงานอยู่ แล้วอีกเดือนก็ต้องไปคลอดบุตร โดยการผ่าบุตรออกอีกโรงพยาบาล เพราะแพทย์ที่โรงพยาบาลของผู้เขียนดูแลไม่ดี ตรวจไม่ได้ว่ามีการตั้งครรภ์แฝด ถูกตำหนิจากคนไข้ผ่านมาทางญาติ ดีใจพร้อมกับเสียใจว่า ทำไมถึงเกิดการบกพร่องในการทำงานดูแลคนไข้คลอดขนานนั้นเชียว ก็ชักสงสัยขึ้นมา ก็บรรดาผู้ร่วมงาน นายแพทย์ พยาบาลเหล่านี้ถูกอบรม ฝึกงาน กลั่นกรอง จนเรียกได้ว่าคุณภาพคับแก้ว ก็ลงมือสืบค้นถ้าเป็นจริงก็จะได้เคส (Case) มาสอนนักเรียนแพทย์และแพทย์ประจำบ้านเพราะหายากมา แต่ก็ต้องตำหนิตัวเราเองที่ดูแลผู้ร่วมงานไม่ดี

พอสืบไปสืบมาปรากฏว่า เป็นการสร้างข่าว เพื่อหลอกลวง ฝ่ายสามีของคนไข้ เพื่อเหตุผลทางทรัพย์สินว่า เกิดลูกแฝดเพราะต้องการบุตรช่วย แต่ตัวเองคลอดเป็นหญิง ก็ไปสืบและขอลูกคนที่ใกล้คลอดตรงกับตัวเอง ที่มีบุตรชายมาสวมทะเบียนกัน และจัดการการคลอดคนละโรงพยาบาล และแก้ไขแจ้งความทะเบียนราษฎร์เท็จ เพื่อครอบครองทารกชายนั้น เธอหารู้ไม่ว่าโรงพยาบาลต่าง ๆ นั้นมีการติดต่อสัมพันธ์กัน ก็เลยช่วยกัน สืบค้นก็พบความจริงว่า เป็นการแจ้งความเท็จ เธอผู้นี้เป็นชาวต่างด้าวด้วย ไม่คิดว่าจะมีความผิดทุจริตได้ขนาดนี้ แถมป้ายสีใส่ร้ายสถาบันใหญ่ด้วย กำลังจะถูกดำเนินการทางกฎหมาย โธ่! อยู่ดี ๆ ก็ถูกป้ายร้ายให้เสียหาย

ปัจจุบันมีแฝด หมอทำ ไม่ได้หมายถึงหมอหรือแพทย์เป็นคนทำท้อง โดยการมีเพศสัมพันธ์หาไม่ แต่เป็นการทำให้ท้องด้วยวิธีทางการแพทย์ ซึ่งเกิดจากความประสงค์ดี แต่เกินความควบคุมก็เลยได้แฝด อาจจะ 2 หรือมากกว่า เกิดในขบวนการแพ้การเป็นหมัน หรือการรักษาผู้มีบุตรยาก ซึ่งขบวนการในการแก้ไขผู้มีบุตรยากนั้น มีทั้งวิธีพื้นฐานและวิธีสลับซับซ้อน ซึ่งทั้งสองวิธีก็ล้วนแต่มีโอกาสเกิดแฝดมากกว่า 2 ได้มากกว่าธรรมชาติมาก ในขบวนการแก้ผู้มีบุตรยากนั้นต้องมีการกระตุ้นรังไข่ให้มีการเจริญของไข่ มากกว่าหนึ่งฟอง แล้วดูดเอาไข่เหล่านั้นออกมาใช้ หรือถ้าการผสมเทียม แบบพื้นฐานธรรมดา ก็ต้องกระตุ้นจนไข่ตกลงมาเอง ซึ่งมักจะตกหลายใบ แล้วเอาอสุจิอาจจะของสามีถ้ามีคุณภาพหรืออาจจะใช้ของผู้อื่น ถ้าน้ำเชื้อของสามีไม่มีคุณภาพ ฉีดใส่ในโพรงมดลูก ฉีดแต่ละครั้งก็เป็นล้านๆ ตัว เข้าไปวิ่งให้ไป ปฏิสนธิกับไข่ที่ตก จึงมีโอกาสที่จะเกิดปฏิสนธิในไข่ที่ตกมากกว่า 1 ใบได้มากก็จะเกิดครรภ์แฝดเกิดขึ้น

หรือแม้ในขบวนการแก้ไขผู้มีบุตรยาก ไม่ว่าการทำเด็กหลอดแก้ว หรือการทำอิ๊กซี่ ฯ ล้วนแต่ต้องทำการปฏิสนธิให้เกิดในไข่หลายฟอง อาจจะเป็นสิบ แล้วเลี้ยงจนเริ่มแบ่งตัวมากขึ้นถึงจุดเหมาะสม ก็จะดูดเอาคัพพะ (ยังไม่เป็นตัวทารก) ใส่กลับเข้าไปในโพรงมดลูกอีกครั้ง โดยการเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกให้พร้อม สำหรับการฝังตัวของคัพพะ ด้วยการบริหารฮอร์โมนปรับโน่นปรับนี่ ตามขบวนการทางฮอร์โมน ต้องทำให้สภาวะทั้งสองคล้องจองกัน คลาดเคลื่อนไม่ได้ จะเห็นว่ามนุษย์เราได้แย่งหน้าที่การสร้างมนุษย์มาจากพระผู้เป็นเจ้าไปเสียแล้ว

ไม่เพียงเท่านั้น มนุษย์กำลังจะควบคุมจำนวนและขนาดของมนุษย์ รวมทั้งเพศด้วย มนุษย์กำลังท้าทายอำนาจธรรมชาติมากขึ้นทุกที ธรรมชาติกำหนดให้ 1 โพรงมดลูก สามารถจะดูแลทารกได้ดี 1 ทารก เพราะมดลูกขยายตัวได้ไม่มีขีดจำกัด ขยายได้ประมาณหลายร้อยเท่า จะรองรับทารกที่เจริญเติบโต 240 วัน 1 คนได้น้ำหนักเฉลี่ย 3 กิโลกรัมเศษ เพราะธรรมชาติเห็นใจสตรีผู้เป็นแม่ที่ต้องอุ้มท้อง เพราะนอกจากน้ำหนักทารกแล้ว ยังมีรก สายรก และปริมาณน้ำคร่ำอีก ทั้งตัวมดลูกก็ประมาณ 6 กิโลกรัมเข้าไปแล้ว ถ้าท้องแฝดน้ำหนักก็จะเพิ่มขึ้นอีกแต่ไม่ใช่อัตราส่วนโดยตรง แต่ก็มักจะมากกว่า 6 กิโลกรัม

ถ้าแฝด 7 คน อย่างคุณเธอข้างต้น น้ำหนักที่เธอต้องอุ้มตลอดเวลา ช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสท้าย ๆ ก็ไม่พ้น 14 กิโลกรัมไปได้ ในครรภ์แฝด เนื่องจากจำกัดด้วยพื้นที่โพรงมดลูก คือที่อยู่อาศัยจำกัดด้วยสารอาหาร ที่ต้องเฉลี่ยกัน ดังนั้นในครรภ์แฝด ทารกจะน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ ยิ่งจำนวนแฝดมากเท่าไร น้ำหนักเด็กทารกแต่ละคนก็จะยิ่งน้อยลง

ไม่ใช่น้ำหนักน้อยเพียงปัจจัยเดียวที่มีผลต่อทารกแฝดเท่านั้น ในทารกแฝดจะพบความพิการในตัวทารกได้มากกว่าการตั้งครรภ์เดี่ยว มากหลายเท่า ความพิการบ้างก็เกิดจากพันธุกรรมผิดปกติ และบ้างก็เกิดจากผลของทารกแฝดที่กระทำต่อกัน เช่น ไปกดทับจนอวัยวะบางอวัยวะเจริญพัฒนาไม่ได้เต็มที่ เคยพบทารกแฝดชนิด "One in Two" ปรากฏว่าทารกคนแรกที่คลอดออกมา น้ำหนักดีตัวจ้ำม่ำ เนื้อตัวแดงเปล่งปลั่ง แต่ทารกตัวน้องคลอดออกมา ไม่มีชีวิต มีแต่รูปร่างเป็นแผ่นแบบคล้ายถูกทับ เกิดจากทารกผู้พี่หัวใจแข็งแรง ตั้งแต่เกิด ก็ดึงเลือดจากตัวน้องมาใช้ จนตัวแฝดน้องเลือดไม่พอไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ก็เลยเสียชีวิต และเท่านั้นไม่พอยังถูกผู้พี่ทับอีกเพราะตัวใหญ่เจริญได้เร็ว

มีแฝดที่พบเมื่อหลายปีผ่านมาเป็นเพศหญิงทั้งคู่ แฝดผู้พี่ (หมายถึงคลอดออกมาก่อน) น้ำหนักตัวก็ดี รูปร่างก็ปกติ แต่แฝดผู้น้อง น้ำหนักน้อยกว่าแฝดพี่ประมาณ 200-800 กรัม และแขนข้างหนึ่งไม่พัฒนา แบน สั้นเพราะถูกแฝดผู้พี่กดทับ ผลแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่พบ ในครรภ์แฝดมักจะเป็นสภาวะผิดปกติหรือความพิการร่วม เช่น ที่พบได้บ่อยคือ ท่อหลอดอาหารตัน ลำไส้ใหญ่อุดตัน ไตผิดปกติ ปากแหว่ง เพดานโหว่ ก็พบได้ ไม่เพียงเท่านั้น การตั้งครรภ์แฝด มักจะคลอดก่อนกำหนด ซึ่งเป็นผลแทรกซ้อนที่สูติแพทย์กังวลมาก เพราะพบได้บ่อยมาก เกิดจากการที่มดลูกรองรับการขยายใหญ่จากการเจริญเติบโต ของทารกแฝดจนเกินขีดวิกฤติก็จะคลอดก่อนกำหนด ซึ่งเมื่อเกิดสภาวะนี้ขึ้น หมายถึงคลอดก่อนกำหนด ยิ่งคลอดห่างจากระยะกำหนดคลอดมาก ยิ่งดูแลทารกลำบาก เพราะระบบการหายใจมักจะล้มเหลว ซึ่งเป็นระบบที่ดูแลยากมาก

แต่ปัจจุบันความรู้เกี่ยวกับการบริบาลทารกวัยก่อนกำหนดก้าวหน้าไปมาก เพราะมีประสบการณ์มากขึ้น จากการที่เป็นผลพวงของวิชาการช่วยการเจริญพันธุ์ หรือพูดภาษาชาวบ้าน คือ การแก้การเป็นหมันก้าวหน้ามาก แพร่หลายมากก็เกิดการตั้งครรค์แฝดมากตามไปด้วย ที่หน่วยงานอนามัย เจริญพันธุ์ของผู้เขียน ขณะนี้ก็มีคุณแม่ครรภ์แฝดสามหลายราย กำลังได้รับการดูแลอยู่รอวันคลอดก็เป็นผลพวงจากการทำผสมเทียม การทำกิฟท์หรือเด็กหลอดแก้ว และกำลังลุ้นว่าซักวันอาจจะได้ลงกินเนสบุ๊คบ้าง ว่ามีแฝด 8 มาคลอดที่นี่ คงโกลาหลน่าดู

นพ.วีระ สุรเศรณีวงศ์


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600