มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 6 ฉบับที่ 66 มกราคม 2542]

โรคควรรู้เกี่ยวกับ ท้อง


ปวดท้อง

นอกเหนือจากการปวดท้องในตอนเช้าก่อนไปโรงเรียน เด็กๆ อาจมีอาการปวดท้องได้ด้วยสาเหตุคือ อาหารเป็นพิษ ท้องอืด ท้องผูก หรืออาการเริ่มต้นของโรคกระเพาะ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเกี่ยวเนื่อง จากการกินอาหาร อาการปวดท้องเหล่านี้ มักจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ในบริเวณท้องน้อยด้านขวามือ สังเกตเห็นได้ชัดคือ เด็กมักจะไม่อยากเดิน และถ้าหากต้องเดิน ก็จะเดินก้มตัวแบบยืดได้ไม่เต็มที่ และเนื่องจาก มีสาเหตุมาจากอาหาร คุณต้องคอยตรวจสอบกับหมอทุกๆ ชั่วโมง
ในบรรดายารักษาอาการปวดท้องเหล่านี้ สิ่งที่ช่วยลูกของคุณได้ ได้แก่ น้ำโซดา การพักผ่อนด้วยการดูโทรทัศน์ การเพิ่มความอบอุ่นเป็นพิเศษ ในบริเวณหน้าท้อง การได้พักผ่อนเต็มที่ และนอกจากนี้ ควรสำรวจหาสาเหตุที่ถูกซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังอาการปวดท้องว่า มีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นกับลูกหรือไม่ ในกรณีที่ท้องอืด เพราะมีแก๊สมากเกินไป ให้ลูกนั่งย่อเข่าหรือนอนคว่ำหน้าบนเตียง โดยสอดกระเป๋าน้ำร้อนไว้ ใต้ท้องสักระยะหนึ่ง

อาเจียน

มีสองประเภท คือ อาการที่เกิดอย่างปกติ กับอาการรุนแรง ถ้าเป็นอาการอย่างปกติ มักจะกินเวลาไม่เกินหนึ่งวัน และไม่เลือดออก ไม่เป็นสีเขียว
ในกรณีที่มีอาการรุนแรง เช่น มีเลือดปนหรือมีสีเขียว ต้องหาหมอ และควรระวังอย่าให้อาการดังกล่าวเกิดขึ้นนานเกิน 8 ชั่วโมง (4 ชั่วโมงสำหรับทารก)

วิธีแก้ไข ให้ดื่มน้ำโซดาหรือน้ำเปล่าบ่อยๆ ตลอดเวลาสี่ชั่วโมงแรก ถ้าหลัง 8 ชั่วโมงแล้ว ควรให้กินอาหารอ่อนๆ แต่ถ้ายังคงอาเจียนอยู่ ต้องหยุดกินอาหารและให้ดื่มโซดาหรือน้ำต่อไปอีก
การสูญเสียน้ำมากผิดปกติ ถือเป็นเรื่องน่าเป็นห่วง สำหรับการอาเจียนที่รุนแรง คุณจึงควรระมัดระวังมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่ลูกทั้งอาเจียนและถ่ายท้อง และสิ่งที่ควรทำ ได้ง่ายดายมากที่สุดคือ พาไปหาหมอ

เมารถ

ให้มองออกไปนอกหน้าต่างรถ (อย่ามองที่กระจกมองข้าง) หรือเปิดกระจกหน้าต่างให้หมด อย่าอ่านหนังสือ พยายามหาของขบเคี้ยว ติดรถไว้เสมอ เช่น หมากฝรั่ง อย่ากินอาหารจนอิ่มมากเกินไป ก่อนที่จะออกเดินทางไกล หลายคนใช้น้ำขิงหรือยาอมขิง ช่วยผ่อนคลาย การเดินทางโดยรถยนต์ ในช่วงกลางคืนจะช่วยบรรเทาอาการเมารถได้ ยาแก้เมารถ อาจจะช่วยได้เช่นกัน แต่ระวังจะมีอาการข้างเคียง เช่น ง่วงสะลืมสะลือตามมา

กินสารพิษ

การกินสารอะไรก็ตามที่ไม่ใช่อาหารธรรมดา และก่อให้เกิด อาการผิดปกติ คุณต้องรีบปรึกษาเจ้าหน้าที่กองควบคุมสารพิษทันที สารเหล่านี้ ได้แก่ ยาต่าง ๆ วิตามิน เหรียญ ฝุ่นละออง ของเล่น ต้นไม้ หรืออะไรก็ตามที่ไม่น่าจะกินได้ ถ้าหากสารดังกล่าวอยู่ในขวดหรือหีบห่อ ต้องนำไปให้หมอดูด้วย ถ้าหากเจ้าหน้าที่กองควบคุมสารพิษ มิได้สั่งให้คุณทำให้ลูกอาเจียนก็จงอย่าทำเองโดยพละการเป็นอันขาด

ท้องเดิน

อาการท้องเดินส่วนใหญ่มิได้เกิดจากอาการทางประสาท เช่น ตื่นตกใจ กลัว และอาจจะมีอาการอื่นตามมา เช่น อาเจียน หรือเป็นตะคริว แต่จะไม่มีอาการของการสูญเสียน้ำในร่างกายอย่างผิดปกติ (ลักษณะอาการของการขาดน้ำอย่างรุนแรง เช่น ไม่ปัสสาวะ ปากแห้ง ผิวแตก) ทั้งหมดนี้น่าจะยุติได้ภายในสองสามวัน ส่วนมากจะมีอาการเป็นไข้หวัดตามมา

วิธีรักษาคือ ต้องพยายามให้กินอาหารบ้าง แม้จะในปริมาณที่น้อยกว่าปกติก็ตาม หรืออาจจะลองให้อาหารประเภท กล้วย ข้าว ขนมปัง หรือโยเกิร์ตบางชนิด (อ่านสรรพคุณจากฉลากหน้าถ้วย)

ท้องเสียรุนแรง

ปัญหาที่เกิดจากอาการท้องเสียแบบรุนแรง โดยเฉพาะในเด็ก หรือทารกคือ การสูญเสียน้ำมากเกินไป ซึ่งคุณจะสังเกต ระดับความรุนแรงของมันได้จากอาหารที่ปรากฏ เช่น ถ่ายบ่อยมาก ไม่ยอมหาย ของเหลวที่ออกมาเป็นน้ำเสียส่วนใหญ่ หรือบางที อาจมีเลือดปนด้วย เป็นต้น

วิธีรักษาคือ พยายามให้กินอาหารที่ข้นหรือแข็ง อย่าให้ดื่มน้ำผลไม้ และถ้าอาการยังไม่ทุเลาภายใน 10-12 ชั่วโมง ต้องพาไปหามอแต่ถ้าอาเจียนด้วย หรือมีอาการผิดปกติอย่างอื่น ต้องรีบพาไปเร็วกว่านั้น


ขอบคุณนิตยสารบันทึกคุณแม่ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600