มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 21 ฉบับที่ 311 มกราคม 2541]

ลูกของคุณใจลอยไหม

รศ.ดร.สอางค์ มะลิกุล


ไม่ใช่ลูกวัย 5-6 ขวบ ของคุณไม่สนใจคุณหรอก เพียงแต่ว่าในวัยนี้เขามีอะไรในใจเขามากขึ้นเท่านั้นเอง

เมื่อเด็กวัย 6 ขวบ อยู่บ้าน เขาอาจจะอยากตัดขาดจากกฎเกณฑ์ และความเข้มงวดที่โรงเรียน หากอยากให้เขาสนใจเอาใจใส่ คุณพ่อคุณแม่ต้องบอกให้เขามองดูคุณเมื่อคุณกำลังพูดกับเขา

บ่ายวันเสาร์วันหนึ่ง แนนซี ยาโก บอกให้แมกซ์ลูกชายวัย 6 ขวบ แต่งตัวให้เรียบร้อยเพราะเธอจะพาเขาไปซื้อของ แมกซ์แต่งตัวได้เองมานานแล้ว พอได้ยินคำสั่งของคุณแม่ ก็วิ่งเข้าไปในห้อง ถอดเสื้อที่สวมอยู่แล้วก็ดึงเสื้อที่อยู่ในลิ้นชักออกมา อย่างรวดเร็ว ใส่แขนเข้าไปได้ข้างเดียว ก็ต้องถอดออก เพราะดูเหมือนจะมีอะไรไม่เรียบร้อย
คุณแม่เห็นว่า ลูกชายใช้เวลานานเกินไปก็เดินตามเข้าไปดู ปรากฏว่าแมกซ์แต่งตัวยังไม่เสร็จแต่ยุ่งกับวิดีโอเกม แนนซีตกใจ ที่เห็นภาพนั้นมากกว่าหงุดหงิด รำคาญใจ เพราะเธอสังเกตว่า แมกซ์เริ่มใจลอยมานานแล้ว คุณแม่เกรงว่าหากอยู่ที่บ้านมีพฤติกรรมอย่างนี้ เวลาอยู่ที่โรงเรียนเขาจะมีสมาธิเรียนหนังสือหรือ แนนซีไปพบครูเกรดหนึ่ง ของแมกซ์ที่โรงเรียน เธอกลับบ้านด้วยความอุ่นใจ เพราะคุณครูบอกเธอว่า แมกซ์เป็นเด็กที่ให้ความสนใจกับกิจกรรมทุกอย่าง และยังเป็นหัวหน้าชั้นด้วย แต่คุณครูบอกด้วยว่าเขาก็เหมือนเพื่อนๆ ของเขาเด็กวัย 5-6 ขวบอาจจะใจลอยบ้าง

ดอกเตอร์โคโรธี สจ๊วต ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับ การศึกษาเด็กวัยเริ่มต้นที่ลาฟาแยต แคลิฟอร์เนีย ชานเมืองซานฟานซิสโก กล่าวว่า
"ประมาณเศษหนึ่งส่วนสามของเด็กเกรดหนึ่งมีปัญหา ในการที่จะนั่งนิ่งๆ และเอาใจใส่ในการเรียน"

เด็กวัย 5-6 ขวบ ที่ใจลอยอยู่ครู่หนึ่งจะสามารถหันกลับมาเอาใจใส่ สิ่งที่เขาทำอยู่ในบัดดลได้อย่างไร พฤติกรรมอย่างนี้เป็นปกติสำหรับเด็กวัยนี้ เมื่อเด็กผ่านช่วงของความเจริญเติบโตทางพุทธศึกษาแล้ว ปัญหาของการเอาใจใส่จึงเกิดขึ้น เพราะแมกซ์และเด็กวัย 6 ขวบ คนอื่นๆ มีสิ่งใหม่ๆ หลายสิ่งที่เขาจะต้องเอาใจใส่

โรงเรียนเป็นที่ๆ เด็กเริ่มความสามารถและความรับผิดชอบใหม่ๆ

การเปลี่ยนแปลงความสามารถในการคิดของเด็กๆ จากช่วง วัยอนุบาลไปยังเกรดหนึ่งนั้น มีมากมายนักจนนักจิตวิทยาเรียก พัฒนาการช่วงพิเศษนี้ว่า "การเปลี่ยนนิสัยวัย 5-7 ขวบ" เด็กในวัยนี้เริ่มสำรวจคอนเซ็ปต์เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ แทนการเขียน หรือการพูดเลขซ้ำๆ เขาจะสามารถจำคำศัพท์ใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เข้าใจและสามารถติดต่อสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ง่าย การเพิ่มความสามารถ ทางปัญญาจะไม่สม่ำเสมอแต่จะเป็นสภาพที่เกิดปัจจุบันและชั่วคราว และเป็นการเริ่มต้นซึ่งอาจจะถดถอยบ้างเป็นบางครั้ง บางครั้ง เด็กที่สามารถอ่านคำหรือเลขสองตัววันนี้ วันพรุ่งนี้อาจจะอ่านไม่ได้แล้ว

ในขณะเดียวกัน เด็กกำลังเข้าไปรู้ข่าวสารรายละเอียดทั้งหมด เด็กกำลังเผชิญกับคำสั่งใหม่ๆ ในโรงเรียน ดอกเตอร์เจน เอ็ม ฮิลลี กล่าวว่า
"เด็กๆ จะต้องนั่งนานกว่าปกติและจะต้องเข้าใจคอนเซ็ปต์ใหม่ๆ ต้องทำตามตารางกำหนดเวลา และทำงานที่ครูสั่งให้ทำโดยไม่มีการควบคุม ดังนั้น การอยู่ในห้องเรียนเขาจะต้องสามารถที่จะเข้าใจคำสั่งสองและสามคำ ในขณะเดียวกัน จะต้องดูแลเสื้อผ้าและข้าวของส่วนตัวของเขาเองด้วย เขาจึงจะต้องใช้ทักษะทางมือตลอดวัน เด็กจะต้องหัดตัด หัดวาด หัดถือดินสอ หัดขีดเส้นด้วยไม้บรรทัด

เมื่ออยู่เกรดสาม เด็กส่วนมากจะโตพอที่จะรับการเปลี่ยนแปลงอย่างมากนี้ แม้จะรับได้แต่ก็เป็นงานหนักที่จะทำได้อย่างดี สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณพ่อคุณแม่ สามารถจะช่วยลูกวัย 6 ขวบที่ใจลอยก็คือ ปล่อยให้เขาสบาย อย่าเร่งรัดหรือเข้มงวดเกินไป ดอกเตอร์โคโรธี สจ๊วต กล่าวว่า
"จงเข้าใจว่าลูกของคุณอยู่ภายใต้ความกดดันมากมาย เกรดหนึ่งเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นสำหรับเด็ก จงปล่อยให้ลูกเล่นตามใจชอบโดยไม่กำหนดเวลาที่แน่นอน พยายามที่จะมีอารมณ์ขัน คิดเสียว่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นช่วงนี้ เป็นเหตุการณ์ชั่วคราวเท่านั้น "เดี๋ยวก็หาย"

อย่างไรก็ตาม สำหรับเด็กบางคนความกดดันที่โรงเรียน จะมีผลรุนแรง ทำให้เกิดปัญหาการขาดความเอาใจใส่ ปัญหาเหล่านี้ ไม่เพียงแต่มีผลต่อความสามารถในการอ่านและทำเลขง่ายๆ เท่านั้น ยังมีผลในการเข้าสังคมด้วย เด็กวัย 5-6 ขวบ ชอบเล่นเกมต่างๆ ซึ่งมีกฎเกณฑ์ซับซ้อนแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามเด็กที่ใจลอยสูง จะมีปัญหาในการทำตามกฎ ไม่สามารถเล่นกับเพื่อนได้ เพราะถูกเพื่อนปฏิเสธ ยิ่งเด็กต้องอยู่ตามลำพังมากเท่าไร เขาก็จะยิ่งพัฒนาทักษะทางสังคม ช้ามากขึ้นเท่านั้น หากความไม่ตั้งใจหรือความใจลอย ทำให้เด็กไม่ได้คบเพื่อน หรือไม่ได้ฝึกทักษะทางวิชาการด้านพื้นฐาน คุณพ่อคุณแม่ควรพยายามช่วยเขา ช่วยที่โรงเรียนก่อนหากจำเป็น ก็ต้องหามืออาชีพข้างนอก เช่น ไปศูนย์สุขภาพทางประสาทของชุมชน

โจนาธาน บลูมเบอร์ก จิตแพทย์เด็กและประธาน ของกรมจิตเวชที่รอดฟอร์ด โรงพยาบาลเมมมอเรียลในอิลลินอยแนะนำว่า
"จงถามตัวคุณเองว่า ความใจลอยของลูกของคุณ มันมีผลเสียต่อชีวิตของเขาหรือไม่ หรือเพียงว่ามันทำให้คุณเครียดเท่านั้น"

ถ้าความไม่เอาใจใส่หรือความใจลอยเป็นเพียงปัญหาที่บ้าน คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรกังวล ลูกของคุณอาจจะต้องการเวลาเล็กน้อย ที่จะทำให้ความกดดันหายไป หลังจากเอาใจอย่างมากกับการเรียน ที่โรงเรียนตลอดวัน (ผู้ใหญ่หลายคนก็ต้องการเวลาที่จะอยู่ตามลำพัง หลังการทำงานวุ่นวายทั้งวัน) มีกลอุบายที่จะทำให้เขาสนใจคุณ นั่นคือ จงบอกเขาให้มองดูคุณเมื่อคุณพูดกับเขา จงใช้คำสั่งที่สั้น ง่าย และจงบอกเขาให้พูดซ้ำคำสั่งที่คุณสั่งเขา เพื่อแน่ใจว่าเขาเข้าใจคุณ แต่อย่าแสดงให้เขารู้ว่า คุณหมดความเชื่อถือหรือหมดความอดทน

ชั้นเรียนแบบไหนจะดีที่สุดสำหรับลูกของคุณ

หากลูกของคุณเป็นเด็กใจลอยง่าย เวลาเรียนหนังสือ คุณควรเริ่มพูดกับครูประจำชั้นและครูใหญ่ของโรงเรียน เพื่อที่จะหาครูที่เหมาะสมกับเขาในปีการศึกษาต่อไป
ดอกเตอร์โคโรธี สจ๊วต ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการศึกษา เด็กวัยต้นในลาฟาแยต แคลิฟอร์เนียกล่าวว่า
"ถ้าคุณบอกครูใหญ่ว่า ลูกของคุณใจลอย เขาจะสนใจคุณมาก"

ต่อไปนี้คือ สิ่งที่โรงเรียนอนุบาลหรือเกรดหนึ่งควรจะทำ เพื่อดึงดูความสนใจเด็ก

รศ.ดร.สอางค์ มะลิกุล


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600