มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 22 ฉบับที่ 322 ธันวาคม 2541]

การฝึกลูกให้มีวินัย

ร.ศ.สุพัตรา สุภาพ


มีพ่อแม่ไม่น้อยโกรธลูกที่บ้านเลอะเทอะ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ๆ จะพูดกันไม่ค่อยรู้เรื่อง เล่นอะไรก็ชอบทิ้งตรงนั้น ไม่ค่อยมีระเบียบวินัย พ่อแม่หลายท่านอาจสงสัยว่า ทำไมพอไปโรงเรียนอนุบาลครูบอกให้ทำอะไรก็ทำได้ แต่พอถึงบ้านก็เล่นเข้าของเกลื่อนกลาดเหมือนเดิม

เรื่องการให้เด็กเก็บข้าวของเป็นเทคนิคอย่างหนึ่ง ไม่ใช่แค่ดุหรือตีแกจึงจะทำ ยิ่งเด็กไม่กี่ขวบแกจะมีช่วงจำสั้น ๆ และชอบทำอะไรสั้น ๆ การให้แก่รู้จักเก็บเข้าของเป็นที่เป็นทาง จึงต้องใช้หลักวิชาด้านพฤติกรรมเด็กเข้ามาช่วย

โจแอน ฟรานซ์ (Joanne Frantz) สเตฟานี รอตเมเยอร์(Stephanie Rottmayer) แมรี่ ทริกเกตต์ (Mary Trickett) และแจน วอร์เตอร์ (Jan Waters ) ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กก่อนเข้าโรงเรียนและเขียน "Ways of Assessing Children Curriculum" แนะนำว่า ถ้าอยากให้เด็กมีระเบียบวินัยไม่เป็นคนทิ้งของไม่เป็นที่จะต้อง

ช่วยเด็กให้ทำ

เป็นการช่วยเด็กให้เก็บเข้าของแย่งนุ่มนวล จับมือน้อย ๆ ของแกและพาไปเก็บของเล่นแล้วบอกกับแกว่า
"ลูกคงไม่อยากเห็นของเกลื่อนกลาด แม่จะช่วยลูกเก็บของนะ ลูกจะได้หยิบใช้ง่าย ๆ "
เป็นการแสดงให้เด็กเห็นว่า การทำดีทำอย่างไร ในที่สุดจะช่วยให้แกเข้าใจว่าต้องมีกฎเกณฑ์อะไรบ้าง

ช่วยให้เด็กแก้ปัญหาเอง

เวลามีปัญหาพ่อแม่ไม่ควรแก้ปัญหาให้ลูกทุกอย่าง จะทำให้เด็กไม่รู้ว่าจะช่วยตัวเองได้อย่างไรหรือไม่รู้ว่าถูกหรือผิด
"ลูกกับพี่แย่งของเล่นกัน แม่รู้ว่าลูกแก้ปัญหาได้ว่าจะเล่นกันอย่างไรถึงไม่มีเรื่อง"

นี่เป็นเรื่องของเพื่อนวัย 6 ขวบ (โจ้กับลูกหมี)

ไม่ให้เล่น

หากโจ้เล่นม้ากระดกแล้วลูกหมีเล่นบ้าง โจ้ไม่ยอมจึงกระโดดขึ้นไปเล่นม้ากระดกของลูกหมี พ่อแม่ต้องบอกลูกว่า การเล่นม้ากระดกเล่นได้ครั้งละคน ถ้าเล่น 2 คน ม้าจะไม่กระดก เพราะอีกข้างมีคนเดียวม้ากระดกรับน้ำหนักได้เพียงคนเดียว และยังอาจทับขาด้วย แต่โจ้ไม่ยอม แม่ต้องบอกโจ้ว่า
"วันนั้นจะไม่มีสิทธิเล่นม้ากระดกอีก เพราะขาอาจเจ็บได้ โจ้ต้องไปคิดให้ดีว่าทำแบบนี้จะเป็นอันตรายไหม"
การสอนแบบนี้จะดีกว่าพูดหรือว่าแกซ้ำ ๆ ซาก ๆ แกจะไม่เข้าใจ แต่วิธีนี้แกจะเข้าใจว่า แกต้องมีหน้าที่อะไรและต้องทำตัวอย่างไร และจะไม่ทำอันตรายตัวเองรวมทั้งคนอื่น ๆ ด้วย

เข้าใจความรู้สึกของเด็กแม้จะก้าวร้าว

การที่โจ้ขึ้นไปคร่อมไม้กระดก ขณะที่ลูกหมีนั่งเล่นอยู่แค่นั้น ไม่พอยังทุ้งลูกหมีด้วย แม่อาจต้องห้ามลูกด้วยการจับมือไม่ให้ทุ้ง แล้วพูดว่า
"ตีลูกหมีไม่ได้ คนเราไม่มีมือไว้ตีกัน ลูกทำแบบนี้แม่โกรธนะ"
ถ้าโจ้ยังก้าวร้าวต่อ แม่อาจจะช่วยลูกด้วยการให้ลูกไปทำกิจกรรมอื่นที่ช่วยระบายอารมณ์ได้ เช่น ตีกลอง ขุดดิน เป็นต้น

ให้เวลานอก

ถ้าเด็กพูดไม่รู้เรื่อง คงไม่ต้องพูดต่อเพราะตอนนั้นแกไม่รับรู้อะไร และยังอาจทำร้ายใครได้ตามประสาเด็กพาลเกเรไปชั่วขณะ คงไม่มีวิธีใดจะดีไปกว่าให้เด็กไปมีเวลานอกของแก เป็นการให้แกไปสงบสติอารมณ์คนเดียวตรงไหนก็ได้ เช่นให้อยู่ที่มุมห้อง หรืออยู่ในห้องของแก หรือไม่อาจพาแกไปคุยกันแบบเปิดอก (น้อย ๆ ของแก) พูดกันว่าแกทำอย่างนั้นทำไม และเราเองต้องบอกแกว่า แกทำอะไรผิด และควรทำให้ถูกอย่างไร
"ลูกตีลูกหมีไม่ได้ เพราะเขาเป็นเพื่อนลูก คนเป็นเพื่อนกันต้องไม่ตีกัน"
"ถ้าลูกอยากได้อะไร เอาแต่ร้องไห้กระทืบเท้า มีแต่ทำให้คนรำคาญ ลูกอยากได้อะไรควรพูดจาดี ๆ กับทุกคน"

เรื่องการฝึกเด็กให้มีระเบียบวินัยนี้ สมาคมเอ็นเออีวายซี (The National Associstion for the Education of Young Children) เขียนเรื่อง "Helping Children Learn Self-Control : A Guide to Discipline" เน้นว่า ไม่ควรลงโทษเด็กเป็นหลัก ถ้าเด็กไม่เชื่อฟังเพราะจะทำให้เด็กกลัวหรืออยากเอาชนะ หรือก้าวร้าวมากขึ้น แต่ควรออกมาในรูปให้มีระเบียบวินัย (Descipline) เพื่อให้แกมีพฤติกรรมในทางที่ดี โดยเฉพาะการใช้ของเล่น จะช่วยให้เด็กเข้าใจว่าควรทำตัวอย่างไร

และหากมีลูกหลายคน ควรมีของเล่นให้พอกับทุกคนจะได้ไม่แย่งชิงกันเอง โดยต้องมีกฎเกณฑ์ง่าย ๆ ให้เด็กรู้ว่าจะต้องเล่นกันอย่างไร เป็นการสอนเด็กให้รู้การใช้ชีวิตในสังคมที่ต้องการแบ่งปันเขาจะได้ให้เราได้บ้าง ไม่ใช่เห็นแก่ตัวอยากได้อยู่คนเดียว แต่เด็กจะทำอย่างนี้ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ว่าทำตัวดีแค่ไหน พอเป็นแบบให้เด็กได้มากน้อยเพียงไร เป็นการสอนเด็กแบบเข้าใจความรู้สึก ขณะเดียวกันไม่สอนแบบใช้อารมณ์ทั้งท่าทางและวาจา

ข้อควรระวังในการสอนเด็กให้รู้ดีรู้ชั่ว
  1. อย่าตี หยิก ทุบ ผลักเป็นหลัก
  2. อย่าประนาม เช่น โง่ แย่มาก
  3. อย่าฉีกหน้าให้อาย เช่น แกมันเลว หน้าไม่อาย
  4. ไม่สนใจ เช่นไม่พูดจา ปล่อยให้แกว้าเหว่อยู่คนเดียว หรือสน ใจแต่ลูกคนอื่น ๆ ยกเว้นลูกตัวเอง
  5. ไม่ยอมรับว่ามีปัญหา ไม่ว่าเด็กจะทำผิดเท่าไรก็เอ็นดูอยู่ เรื่อย จนเด็กคิดว่าเป็นสิ่งถูกหรือเป็นของธรรมดา เช่น ไม่ว่าลูกจะพูดเท็จ ขี้ขโมย แกล้งคน จะเห็นว่าน่ารักอยู่เรื่อย

การเตรียมเด็กให้สู่โลกภายนอกบ้านเป็นสิ่งสำคัญ เราคงไม่อยาก เห็นลูกของเรามีปัญหาเวลาไปบ้านคนอื่น มีเด็กไม่น้อยที่เพื่อนบ้านกลัวไม่อยากให้เข้าบ้าน เนื่องจากแกไม่รู้จักทำตัวให้น่ารัก เช่น หยิบของมาเล่น โดยไม่ได้รับอนุญาต พอไม่ให้ก็ร้องหาแม่ เหมือนใครมาขโมยแม่ของแกไป หรือเที่ยวรื้อค้นของตามชอบใจ โดยไม่ได้ใส่ใจว่าเป็นบ้านใคร เด็กแบบนี้มีแต่ทำความขายหน้าให้กับพ่อแม่ หรือพูดจาไม่ไพเราะ ดื้อเงียบ ดื้ออาละวาด ไปตามเรื่อง พ่อแม่อาจจะเห็นว่าน่ารัก แต่คนอื่นเห็นว่าน่าตี

เด็ก คือ สิ่งบริสุทธิ์อยู่ที่พ่อแม่จะเลี้ยงดูให้แกอยู่กับคนอื่นได้ดีแค่ไหน การให้ลูกมีระเบียบวินัยจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อลูกจะได้รู้ว่าอะไรถูกอะไรควร เป็นการให้เด็กรู้เขา รู้เรา ไม่ใช่เอาแต่ตัวเป็นหลักจนชาวบ้านอยากฟาดสักป้าบ

ร.ศ.สุพัตรา สุภาพ


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600