มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือhey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 21 ฉบับที่ 312 กุมภาพันธ์ 2541]

ตี (ก้น) ลูกบ้างจะเป็นไรไป

รศ.ดร.สอางค์ มะลิกุล


คำกล่าวที่ว่า ตี (ก้น) ลูกบ้างเป็นบางครั้งบางคราวไม่ทำให้ลูกเจ็บ หรือไม่ได้เป็นการการทำร้ายลูกจะถูกหรือผิด ได้มีการพูดคุยกัน ถึงอำนาจเก่าแก่ดั้งเดิมของคุณพ่อคุณแม่ที่ทำกับลูกกับดอกเตอร์ปาทริค เดอลารอช นักจิตวิเคราะห์และจิตแพทย์ ผลปรากฏออกมาว่าการตี (ก้น) ลูกบ้าง เป็นบางครั้งบางคราวนั้น ไม่ทำให้ลูกเจ็บหรือไม่ได้เป็นการทำร้ายลูกเลย

การที่คุณพ่อคุณแม่ตี (ก้น) ลูก เมื่อลูกไม่เชื่อฟังคำสั่ง ได้มีการถกเถียงกันมานาน ในช่วงปี ค.ศ.1970 การตี (ก้น) ลูก เป็นสัญลักษณ์ของการใช้อำนาจที่โง่และชั่วร้าย จึงมีการเรียกร้อง ให้เลิกตี (ก้น) ลูก ได้มีความเห็นว่า
ควรมีการพูดกับลูก แม้แต่กับลูกเล็กๆ คุณพ่อคุณแม่ ก็สามารถที่จะอธิบายว่า ทำไมจึงห้ามไม่ให้ทำโน่นทำนี่ หากมีการให้เหตุผล และมีการพูดคุยกัน ในที่สุดก็จะเกิดความเข้าใจกัน ปัจจุบันนี้ได้มีการปรับให้อยู่ระหว่างกลาง นั่นคือ ระหว่างการตี (ก้น) และการพูดคุยกันเข้าใจ มีความเห็นว่าไม่ควรมีการตีที่รุนแรง การตีที่คิดเตรียมไว้และการตีที่เป็นระบบ แน่นอนการตี (ก้น) หากจำเป็นย่อมทำได้ ปัญหาก็คือ ต้องรู้ว่าเมื่อไรการตี (ก้น) นั้นมีความจำเป็น

เมื่อคุณพ่อคุณแม่มีอำนาจ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องตี (ก้น) จริงหรือไม่ ?

จริง ยิ่งคุณพ่อคุณแม่มีอำนาจที่มั่นคงมากเท่าไร ความจำเป็นที่จะต้องออกคำสั่ง หรือการกำหนดโทษก็จะน้อยลงเท่านั้น เด็กต้องการขอบเขตที่ไม่จำเป็นจะต้องแสดงออกโดยการทำโทษ

แต่สำหรับเด็กทั่วๆ ไปแล้วนั้น การไม่เชื่อฟังมักจะมาก่อนการเชื่อฟัง การเชื่อฟังของเด็กจะได้มาจากการสอน หากลูกของคุณ เปิดตู้ที่คุณเก็บของที่อันตรายสำหรับเด็ก คุณอาจจะย้ายสิ่งของเหล่านั้น ไปไว้ในที่ใหม่ หรือคิดหาวิธีที่จะให้ลูกเชื้อฟังโดยการตี (ก้น) เบาๆ เพื่อทำให้เขาเชื่อถึงความเข็มแข็งและความมั่นคงของคุณพ่อคุณแม่

การตี (ก้น) ลูกเป็นการทำโทษ เปรียบเหมือนการเพิ่ม หรือการเน้นที่จำเป็นของการห้าม ดอกเตอร์ปาทริค เดอลารอช กล่าวว่า
"ตั้งแต่ทารกเกิดมา ตั้งแต่วัยต้นๆ ของชีวิตในสังคม การห้าม ที่ไม่มีข้อพิสูจน์จะลดความสำคัญ และในที่สุดจะกลายเป็น สิ่งที่ไม่มีประสิทธิภาพอย่างรวดเร็ว"

ควรจะตี (ก้น) เบาๆ ให้เหมาะสมกับความผิด ดีกว่าการไม่ทำอะไรเลยใช่ไหม ?

ใช่ จริงๆ แล้วคุณพ่อคุณแม่ควรจะเริ่มด้วยการพูด แต่หากพูดแล้วไม่ได้ผล ลูกท้าทายคุณ คุณจะต้องหาวิธีที่จะให้ผลยิ่งขึ้น นั่นคืออาจจะมีการฟาดหรือตีเบาๆ

คุณพ่อคุณแม่ที่ไม่ลงโทษลูกรุนแรง เพราะไม่ต้องการให้ลูกรู้สึกผิด มากเกินไปนั่น เป็นการเข้าใจผิดอย่างมาก เพราะผลที่ได้จะตรงข้ามกัน เด็กรู้ดีเมื่อเขาทำอะไรเกินขอบเขต หรือทำอะไรที่สมควรจะถูกทำโทษ เขาจะรู้สึกผิดและความรู้สึกผิดจะคงอยู่อย่างนั้น หากไม่มีการลงโทษ นี่คือ สิ่งซึ่งสามารถทำให้เด็กได้แสดงความต้องการที่จะถูกทำโทษมากขึ้น

การตี (ก้น) เป็นบทบาทของคุณพ่อใช่หรือไม่ ?

ไม่ใช่ คุณพ่อไม่ควรเป็น "คุณพ่อจอมหวด" มีคำพูดซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า เมื่อคุณแม่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้ลูกเชื่อฟัง คุณแม่มักจะพูดเป็นประจำว่า
"เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวจะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อคุณพ่อกลับบ้าน ระวังไม้เรียวไว้ให้ดี"

ประโยคนี้คุณแม่ไม่ควรจะพูดเลย ประการหนึ่งคือ ไม่เป็นการดีเลยที่จะทรมานลูกด้วยคำขู่อย่างนั้น หากเขาจะถูกทำโทษก็ควรจะทำโทษเขาทันทีเดี๋ยวนั้นเอง ประการต่อมาคุณพ่อไม่ใช่คนที่จะต้องตี (ก้น) หรือทำโทษลูก โดยคำสั่งของคุณแม่ คุณพ่อไม่ควรเชื่อฟังคุณแม่
นั่นก็หมายความว่า หากลูกดื้อกับคุณพ่อหรือท้าทายคุณพ่อ คุณพ่อเองนั่นแหละจะต้องเป็นผู้มีปฏิกิริยาหรือเป็นผู้จัดการเอง

ไม่ควรจะตี (ก้น) ลูกวัยก่อน 8 เดือนใช่ไหม ?

ใช่ เด็กวัยก่อน 8-9 เดือน ไม่รู้ว่า "ไม่" คืออะไร การเรียนรู้ของเด็กในวัยนี้ไม่ใช่โดยคำพูด ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงไม่สามารถจะห้ามลูกในวัยนี้ด้วยคำพูด

แล้วจะทำอย่างไรกับลูกวัยแรกเกิดถึงแปดเดือน จงปฏิเสธเขาน้อยที่สุดที่จะน้อยได้ หากเขาร้องไห้นั่นแสดงว่า เขามีเหตุผลเพียงพอที่จะทำอย่างนั้น นั่นเป็นวิธีเดียวที่เขาจะสามารถ แสดงความต้องการ เด็กเล็ก ๆ ในวัยนี้ไม่สามารถที่จะมีมารยาแง่งอน หรือประท้วง จงอย่าปฏิเสธเขาในสิ่งที่จำเป็นจริงๆ

ต้องบอกว่าคุณคิดอย่างไรไม่ใช่ บอกว่า เขาถูกหรือไม่ ใช่ไหม ?

ใช่ เด็กจะต้องเข้าใจว่า ทำไมจึงถูกทำโทษ การประท้วง การทำโทษโดยไม่อธิบาย ไม่บอกเขา เป็นสิ่งที่เลวร้ายมาก เช่น เดียวกับการตี (ก้น) โดยไม่มีเหตุผล คุณแม่คนไหนบ้าง ที่หลังจากทำงานเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันจะไม่มีปฏิกิริยารุนแรงกับลูก ที่ทำผิดเพียงเล็กน้อย ซึ่งหากเป็นตอนที่คุณแม่ได้พักผ่อนสบายๆ จะทนได้มากกว่าตอนที่เครียด คุณแม่จะต้องอธิบายให้ลูกฟังว่า คุณเหนื่อย หากคุณแสดงอะไรรุนแรงต้องขอโทษลูกด้วย

การตีลูกโดยไม่ไตร่ตรองเป็นสิ่งที่ไม่ดีใช่ไหม ?

ใช่ เหตุผลแรกที่คุณพ่อคุณแม่ควรจะใช้กำลังก็คือ เมื่อจะมีอันตรายเกิดขึ้นกับลูก ลูกคุณเข้าไปใกล้เตารีดที่ร้อน คุณต้องดึงเขาออกมาอย่างแรง ขณะคุณเดินจูงเขาที่ทางเท้า เขาดึงมือกลับแล้ววิ่งไปในถนน คุณวิ่งไปจับแล้วตี เพราะคุณกลัวจะได้รับอันตราย นี้คือปฏิกิริยาธรรมชาติ และถูกต้อง สำหรับการทำโทษแบบนี้ คุณพ่อคุณแม่ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะต้องรู้สึกผิด
การที่คุณตีลูก เพื่อป้องกันอันตรายจากภายนอกเป็นสัญชาติ ญานของสัตว์โลก ว่าที่จริงแล้วคุณแม่ป้องกันลูกบ่อยๆ จากอันตรายภายใน

รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี เป็นคำพูดที่ถูกต้องใช่ไหม ?

ใช่ มีคุณพ่อคุณแม่หลายคน ไม่สามารถทำโทษลูก และมีคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่ต้องการทำโทษลูก นั่นเพราะทั้งสองกรณีนี้ ทำให้เขาย้อนไปถึงวัยเด็กของเขา หรือย้อนนึกถึงความไม่สามารถ ที่จะใช้อำนาจความเป็นคุณพ่อคุณแม่ของตนเอง

เดลฟีนตั้งปณิธาณไว้ว่า จะเลี้ยงลูกโดยไม่มีการตีลูกเลย จนถึงวันที่อาเดรียงลูกชายวัยสองขวบครึ่ง นอนกลิ้งบนพื้นพร้อมทั้งร้องว่า
" หนูอยากถูกตีก้น"
เดลฟีนมีความทุกข์มาก แต่ไม่สามารถแก้ปัญหา และไม่รู้ว่า จะตีลูกได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ลูกอยากให้ตี

การตี (ก้น) ก็เหมือนการตบหน้า ซึ่งการทำโทษทั้งสองอย่าง มีความหมายว่า
"พ่อ (แม่) ไม่พอใจ พ่อ (แม่) จะต้องทำให้ลูกรู้ แม้ว่าลูกจะเกลียดพ่อ (แม่) ก็ตาม"

การตีลูกเป็นการเสี่ยง เพราะคุณพ่อคุณแม่กลัวว่าจะไม่รัก หากตี แต่จริงๆ แล้วไม่เป็นอย่างนั้น กลับตรงกันข้ามลูกจะรักคุณพ่อคุณแม่เสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขารู้ดีว่าการที่คุณพ่อคุณแม่ตีเขา นั่นเพราะ คุณพ่อคุณแม่รักเขา การตีทำให้เด็กรู้สึกผิดน้อยลง สำหรับเด็กที่รู้ว่า ทำไมเขาถึงถูกตี

ดอกเตอร์ปาทริค เดอลารอช กล่าวว่า
"การไม่มีขอบเขตในการเลี้ยงลูกเหมือนกับ การดูแลหรือการปฏิบัติที่ไม่ดี"
ว่าที่จริงลูกต้องการคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นผู้นำทาง การมีทางเลือก ทำให้เขาอึดอัดใจ มีความทุกข์ จะต้องมีคนตัดสินใจให้เขา จนถึงวัยอันสมควรที่จะคิดเองได้

การตีจะทำให้กระทบกระเทือนจิตใจลูกใช่ไหม ?

ใช่ และไม่ใช่ ในขณะเดียวกัน นั่นคือ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับวิธีที่เราตีลูก ควรจะหลีกเลี่ยงการตีในที่สาธารณะ เพราะนั่นเท่ากับเพิ่มการทำให้ลูกของคุณ ขายหน้ามากขึ้น อย่าทำให้ลูกอายหรืออย่าทำให้เขารู้สึกต่ำต้อย ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะให้การตี (ก้น) เป็นการแสดงการติเตียน คุณพ่อคุณแม่ย่อมทราบดีว่าการตี (ก้น) ลูกและเฆี่ยนนั่นแตกต่างกันเพียงใด

รศ.ดร.สอางค์ มะลิกุล


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600