มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam

[คัดลอกจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ]

การเขียนหนังสือ เป็นความลำบากอย่างหนึ่งสำหรับคนเขียน "เป็น" ไม่ใช่ แค่เขียน "ได้" อย่างน้อยการหาข้อมูล เพื่อเก็บมาเรียบเรียงก็ไม่ง่ายนัก กว่าจะหาอะไรมาเขียนได้ ใช้เวลามากกว่านั่งจิ้มแป้นคอมพิวเตอร์ซะอีก ว่าแต่ให้มาเขียนเปิดใจ ฟังดูตลกๆ ยังไง ชอบกล

เอาเป็นว่า จากไม่เคยคิดมาก่อนเลยด้วยซ้ำว่า ต้องมาเขียนเรื่องทำนองรักๆ ใคร่ๆ เคล้าน้ำตาและปนรอยยิ้ม เพราะขัดกับบุคลิกชนิด 360

 เปลี่ยนเพื่อนมาเป็นแฟน

เมอร์ลิน

ของความรัก เพราะคำว่ารักร้าวก็มี รักแล้งก็มากแถมที่แต่งๆ แล้วมาหย่าทีหลัง จะจัดเข้าพวกรักแน่ แท้จริง ชัวร์ป้าด ด้วยหรือเปล่ามิทราบ

ต่อให้ไม่ใช้สมองด้วย เกรงว่าเซลล์เส้นเลือดบริเวณนั้น จะกระเทือน I Still Believe (ข้าพเจ้ายังเชื่อ) ว่าอะไรต่อมิอะไรก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอ คนจะนอกใจซะอย่าง ไม่ได้มีปัจจัย อยู่ที่ถูกเธอยั่วเลย แล้วจะเป็นไม่ได้ แต่ก็ยังดีกว่าพวกกะล่อนประจำสม่ำเสมอ

องศา เป็นวงกลมเลยนะ ไม่ใช่แค่มุมฉาก ก็ว่าตามน้ำไปก่อน พอเขียนไปเขียนมา จึงค่อยๆ ชอบ และทำให้ "เมอร์ลิน" กลายเป็นมนุษย์ที่มีความหลากหลาย ได้เจอความท้าทาย และได้ทำในสิ่งที่คนอื่นนึกไม่ถึงว่า เราทำได้ ทั้งๆ ที่ "เมอร์ลิน" เป็นคนขี้อายจะตาย อ้างแบบนี้ได้ เพราะเหลือบไปเห็นเนื้อหา ของนิตยสาร New Woman ในแซกชั่น Insider Mind ถามความในใจคนอ่าน ซึ่งก็คือข้าพเจ้าเองนั่นแหละว่า Do You Need An Anti-Shyness Pill ? หรือคุณต้องการยาต้านความเขินไหม? ก่อนที่จะเซย์ เยสหรือโน เค้า ให้ชั่งใจก่อนว่า คุณเป็นคนขี้อายจริงหรือ ? ด้วยการบรรยายไปตามท้องเรื่องว่า You're Probably Just Shy If... บางทีคุณอาจขี้อาย ถ้า...
  • คุณชอบอยู่กับบ้าน เพื่อได้อ่านหนังสือมากกว่า จะไปงานเลี้ยงหรือพบปะสังสรรค์
  • คุณตระหนกกับการออกเดทครั้งแรกเสมอ
  • คุณมักประหลาดใจบ่อยๆ ถ้าสามารถสร้างความประทับใจ ให้คนรอบข้างได้ แต่การมีลักษณะข้างต้น ใช่ว่าจะดีนัก เพราะอาจเป็นสัญญาณว่า ใครคนนั้นถูกโรคสันโดษเล่นงาน ถ้า....
  • รู้สึกผ่อนคลาย ก็ต่อเมื่อได้อยู่ลำพังเพียงคนเดียว
  • พยายามทำทุกอย่าง ที่จะหลีกเลี่ยงการเผชิญกับคนแปลกหน้า
  • กังวลใจกับสิ่งรายล้อม เพราะกลัวเปิ่นหรือเฉิ่ม
อ่านไปอ่านมา นึกว่าจะชม กลับลงท้ายให้สาสม ซึ่งดีแล้ว เราชอบความเจ็บปวด และเป็นสไตล์ที่เขียนให้คนอ่าน รู้สึกแบบเดียวกันนี่แหละ

แม้ไม่เคยคิดมาก่อน ว่าจะได้เขียนอะไรเทือกนี้ แต่ตั้งใจให้คนอ่านมีโลกทัศน์ หรือมุมมองต่อชีวิตกว้างขวางขึ้น เพราะการดำเนินชีวิตส่วนตัวหรือชีวิตคู่ ไม่ใช่เลขสมการ ไม่ใช่วิชาคณิตศาสตร์ ที่ต้องมีคำตอบแน่นอนตายตัว ชีวิตไม่ใช่ 1+1 เป็น 2 หรือ 2+2 เป็น 4 เป๊ะๆ ทว่า คุณจะตายแน่ๆ หากไม่รู้จักขวนขวาย เรียนรู้ชีวิตในหลายแง่และหลายมุม มนุษย์รุ่นมิลเลนเนียม คงไม่อยากเป็นกบในกะลาหรอกจริงไหม

เขียนเรื่องครอบครัว เกี่ยวกับความรัก, ความแค้น, ความคิดถึง, ความหึงหวง ไปจนถึงความเข้าใจก็ดีไปอย่าง ทำให้รู้เขารู้เรามากขึ้น สามารถประยุกต์ใช้กับตัวเองได้อีกทอด แต่จะใช้ได้ผลหรือไม่ ขาดเพียงคู่ซ้อมเท่านั้น ส่วนคู่รักมีตั้งนานแล้ว....เออแฮะ โม้กะเค้าก็เป็นด้วย คาดว่าจะมั่วนิ่มอีกนาน ทนไม่ไหว ก็ขอประกาศเดินหน้าหลอกหลอน และราวีกันต่อไป งานนี้ไม่ไล่ไม่เลิก

จากเสียงสะท้อนของผู้อ่าน หากเป็นผู้เยาว์ (ไม่รู้อ่อนวัยทางอายุหรือปัญญา แต่ที่แน่ๆ ฉลาดกว่าเมอร์ลิน) มีถามบ่อยครั้งว่า จะแน่ใจในความรักของพวกเขาได้อย่างไร หรือสัญญาณแบบไหน ถึงรู้ว่าเขารักหรอก หรือไม่เคยมีนิสัยแบบนี้ หลวมตัวสวมกอดแค่นั้น

คำตอบแรกก่อน ขอบอกว่า ยังไม่ทราบเหมือนกันว่าอะไร คือความแน่นอนหรือเที่ยงแท้


บางคู่รักกันมาก แต่อยู่ด้วยกันไม่ได้ก็เยอะ หรือครองคู่หนุงหนิง แต่ไม่รักกันเลยสักนิดก็มี ไม่เห็นมีรักไหนจีรัง เท่า "รัก" ของพ่อแม่สักที แต่เวลาเรารักคน ที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัว เรามักจะ "หลง" จนกู่ไม่กลับซะมากกว่า

ส่วนรู้ได้ไงว่า เขาสนใจคุณเข้าแล้ว ให้สังเกตง่ายๆ ว่า ถ้าเขามองคุณถี่ยิบละก็ ใช่ แต่ควรตรวจตราด้วยว่า เขามองด้วยแววตาที่หวานหยดย้อย ไม่ใช่มองที่แก้วแหวน เงินทอง แล้วหวังดักปล้น ซ้ำหมายข่มขืนละก็ อย่ามองให้สะดุ้งดีกว่า ไม่งั้นก็จะเจอคำถามที่ว่า เป็นไปได้ไหมหากคนรัก ซึ่งไม่เคยมีประวัตินอกใจเดี๊ยนมาก่อน แต่ระยะหลังๆ มีพฤติกรรมผิดไปจากเดิม จะมีชู้?

ทว่าสุดท้าย ความดีทั้งปวงของตัวคุณเอง จะฉุดรั้งเขากลับคืน ถ้าเขายังมีสติสัมปชัญญะอยู่นะ สนามรักมีขวากหนาม มากยิ่งกว่าสนามรบหลายร้อยเท่า ยกทัพจับศึกก็แค่ตายไปเลยข้างหนึ่ง ตรงข้ามกับใจสลายทำให้เราตายช้าๆ แต่ทุกวัน

อ้อ...แถมท้ายที่จะอ่านต่อไปนี้ ถือเป็นของขวัญต้อนรับสหัสวรรษ เพราะสังเกตเห็นเดี๋ยวนี้ คนที่คบกันจากเพื่อน กลายเป็นแฟนมีเยอะมาก เนื่องจากความสนิทสนม นี่แหละชักพาให้ใครบางคนตกหลุมรัก ใครสักคนง่ายๆ ดังนั้น Move Closer: from friends to lovers หรือขยับเข้าใกล้ จากเพื่อนฝูงกลายเป็นคนรัก บอกว่า มิตรภาพเป็นพื้นฐานที่ดีเลิศ ของการผูกสัมพันธ์ เพราะคุณทั้งคู่มีสิ่งเชื่อมโยง ให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นอยู่แล้ว จะชักช้าอยู่ใย จงใช้เล่ห์เพทุบายนี้ ให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเองเร็วเข้าเถอะ เพราะมีกลอุบายอยู่เพียง 5 ขั้นตอนเอง ที่จะสับสวิตช์อาศัยไฟฟ้าลัดวงจร (แต่ไม่ใช่ปล่อยจนไฟดูด) เปลี่ยนข้างจากเพื่อนมาเป็นแฟน โอ้ย...จะมีไปทำไมเพื่อน เรามีตั้งเยอะแล้ว สู้มีแฟนไม่ดีกว่าหรือ เริ่มตั้งแต่...

  • ทำให้เขารู้ว่า เขามีความสำคัญต่อคุณแค่ไหน ถึงตรงนี้คงไม่ใช่ให้รู้แค่ว่า เขาเป็นเพื่อนที่ดีเพียงใด เพราะมันแหงอยู่แล้ว ไม่งั้นคุณจะพิศวาส อยากได้เขามาเป็นแฟนหรือ ต้องบอกเขาให้รู้ว่า ในชีวิตของคุณขาดเขาไม่ได้แล้ว ซึ่งเขางงแน่ ก็ปล่อยให้เซอร์ไพรส์ไป
  • ล่อด้วยการรู้ใจเขา ชวนเขาไปเที่ยวในบรรยากาศที่เขาชอบ ในเมื่อคุณเป็นเพื่อนกันมาก่อน ก็ต้องรู้สิว่าเขาชอบไปไหน ทำอะไร หรืออยู่กับใคร
  • ทำให้เขาตระหนักถึงเสน่ห์ที่มีอยู่ ล้นเหลือในตัวคุณ ข้อนี้เป็นห่วงว่า จะมีไหมน้า
  • ซื้อของขวัญให้เขา แต่ควรเป็นของที่ไม่ใช่แบบเพื่อนให้กัน ไปตรองดูเอง
  • ใจเย็นๆ ไว้ อย่าบุ่มบ่าม ถ้าความสัมพันธ์ของคุณๆ ไปกันด้วยดี ปาฏิหาริย์ย่อมเกิดขึ้น
ทั้งหมดที่อ่านมา ใคร่ครวญก่อนนะว่า ควรเชื่อหรือไม่ เพราะประสบการณ์ด้านรักๆ ของคนเขียนขนาดอนุบาล ก็ยังเรียนซ้ำชั้นอยู่นั่น จนโดนเพื่อนปรามาสบ่อยๆ ว่า เก่งแต่ทฤษฎี แล้วเอาสารพัดวิธีของเราไปใช้ทำไมก็ไม่รู้

แต่ที่แน่ๆ สงสัยให้มาเขียน เพราะรำคาญมันหาแฟนไม่ได้สักทีแน่เลย.


ขอบคุณหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600