มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2542]

ลูก (ผัว) อินสแตนต์

สุภาวดี หาญเมธี


ในยุคสมัยใกล้ขึ้นศตวรรษใหม่ที่คนนิยมผลิตภัณฑ์ สำเร็จรูปไปทุกอย่าง ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสากกะเบือ เช่น น้ำพริกแกงเขียวหวานแม่ประนอม เรื่อยไปจนผลิตภัณฑ์เกี่ยวข้องไฮเทคโนโลยีระดับเรือรบ เช่น อินเตอร์เน็ต มือถืออิริเดียม เครื่องรับดีวีดี ฯลฯ...อะไร ๆ มันก็ดูจะอินสแตนต์ ทันใจสะดวกสบายไปหมด จนคนแทบไม่ต้องลงมือทำอะไรเอง

สิบนิ้ว สองมือที่พระเจ้าท่านให้มนุษย์วิวัฒน์เลยหน้าพวกลิง เพื่อจะได้ทำเครื่องมือการผลิต และทำการผลิตได้ ก็เลยไม่ค่อยจะได้ใช้ทำการงาน ตามหน้าที่เต็มที่อย่างท่านมอบหมายให้ อย่างมากคนรุ่นใหม่ก็ใช้แค่จิ้ม กด หรือเซ็น (บัตรเครดิตมั่ง เซ็นรับสภาพหนี้มั่ง)

กระทั่งสมองที่เป็นมรดกชิ้นสำคัญที่พระเจ้าท่านให้ แถมกำชับว่าพวกเอ็งต่างจากส่ำสัตว์ทั้งหลายก็ตรงนี้ จงเห็นคุณค่าหน่อยนั้น คนรุ่นใหม่เราก็ใช้กันน้อยลงๆ ถ้าไม่ใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยคิด ช่วยจำ ช่วยคำนวณ และตัดสินใจแล้ว ก็มักให้คนอื่นช่วยคิดแทน เช่น ให้สื่อคิดแทนบ้าง ให้พวกนักโฆษณาสินค้าคิดแทนบ้าง หรือไม่ก็ให้พวกนักการเมืองคิดแทนบ้างเป็นต้น

เอาล่ะ! ยุคสมัยมันไปซะอย่างนี้แล้วจะไม่ตามน้ำไปกับกระแสกระนั้นหรือ
...มันก็จะเป็นพวก "บ้าน" ไปหน่อยซี้ (ศัพท์วัยรุ่น ได้ยินเขาแปลว่า เชย ตกขอบ ล้าสมัย อะไรทำนองนั้นแหละ)

ถ้าเพียงเท่านี้ เรื่องมันก็คงจะไม่เป็นเรื่องมากนักหรอก หากกระแสตอนนี้เรื่องมันคือ พ่อ-แม่เผลอคิดไปด้วยว่า ลูกที่พระเจ้าให้เรามาทำหน้าที่เลี้ยงดูให้อยู่ดีมีสุข เอาไว้รับหน้าที่ดูแลโลกต่อไปจากเรานั้น ก็กลายเป็นผลิตภัณฑ์อินสแตนต์อย่างใหม่ของเราไปด้วยแล้วน่ะสิ

แค่อาศัยเขาอยู่ในท้องไม่กี่เดือน เอาเทปเพลงโมชาร์ต บีโธเฟน โชแปง บ้าค หรือไซคอฟสกี้ ให้ฟังไม่กี่นาที แหม้...คาดหวังเลยว่าพอเกิดมาเขาจะเป็นอัจฉะริยะทางดนตรีของโลกไปโน่น
ให้เขาเรียนอนุบาล อายุแค่ 3-4 ขวบ ก็คาดหวังหนักหนาว่า เขาจะต้องอ่านออกเขียนได้ บวกลบเลขหลายหลัก ทำการบ้านได้เป็นหลายหน้า เก่งจริงพ่อ-แม่ลองเอามือข้างที่ตัวเองไม่ถนัด เขียน ก.ไก่ ก.กา สักเต็มหนึ่งหน้า หน้าเดียวเท่านั้น ...ดูซิว่าจะทนได้ ...ไม่เครียด ...ไม่เบื่อหรือเปล่า

เด็กหญิง-เด็กชายอายุแค่ 5 ขวบ 10 ขวบ จับมาใส่ชุดวับแวมรัดรูปบ้าง ทาหน้าทาปากเป็นสาวมีเบอร์บ้าง ออกไปเต้นย็อกๆ แย็ก ๆ ร้องเพลงทำท่าเป็นดาราตามงานโรงเรียนตามหน้าจอทีวี ...อะไร้...เพิ่งเกิดมาไม่กี่ปีก็จะเร่งหนูเป็นสาวเป็นหนุ่ม หาเงินเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่แล้วเหรอ

ได้ยินเขาโฆษณาอาหารเสริมเอย วิตามินบำรุงสมองเอย ก็รีบรุดไปซื้อมากินกันเป็นกอบเป็นกำ...มันก็คงทำให้สมองกระฉับกระเฉง มีประสิทธิภาพสูงอยู่มั้ง แต่ถ้าไม่เคยอ่านหนังสือให้ลูกฟัง ไม่เคยพาลูกไปเรียนรู้ธรรมชาติและสังคม บำรุงฮาร์ตแวร์ไปเท่าไร มันก็ครือ ๆ น่ะเจ๊...

ใครเขาพูดถึงคอร์สอัจฉริยภาพแบบไหนก็แบกลูกใส่รถไปส่งโรงเรียน คิดว่าเข้าคอร์สสัก 3-4 เดือนลูกจะออกมาเป็นอัจฉริยะ โดยไม่เคยสนใจอารมณ์ของลูก ไม่เคยดื่มด่ำซึมซับสุนทรีระหว่างอยู่ด้วยกัน ไม่เคยฟังคำถาม ลูกอัจฉริยภาพมันจะมาได้อย่างไร
(นี้ยังไม่นับพวกที่เอาเด็กไปเดินหน้าสภาเรียกร้องให้เด็ก ชกมวยเลี้ยงพ่อ-แม่นั้นด้วย...พวกนี้ก็พวกอินสแตนต์หนักอีกแบบ เลี้ยงให้เขากินข้าวไม่กี่ฤดู เรียกร้องของตอบแทนจากเด็กแทบทั้งชีวิต)

อิทธิพลของกระแสบริโภคนิยมบนความสะดวกสบายทันใจปุ๊บปั๊บ ทำให้เราเผลอกันไปง่ายๆ ว่า เลี้ยงลูก ดูแลคนก็เหมือนฉีกซอง เทกาแฟสำเร็จรูปใส่น้ำร้อนแล้วก็คน แบบนั้นสร้างคนไม่ได้หรอก สร้างคนต้องใช้เวลา ทุกๆ วัน ทุกๆ เดือน ทุกๆ ปี ทั้งสร้างเลือดสร้างเนื้อ สร้างการเรียนรู้ สร้างสติปัญญา สร้างภาวะทางอารมณ์และจิตวิญญาณ

คนไม่ใช่กาแฟที่เทลงไป เจอน้ำร้อนแล้วคนๆ ก็ดื่มได้ แล้วคนก็ไม่ใช่ผลผลิต ที่เทวัตถุดิบใส่ลงแล้วจะหลอมออกมาใส่แพ็กเกจจิ้ง ให้หน้าตาเข้าทีเอาไปโฆษณาขายได้ คนมีชีวิต มีจิตใจ มีการตอบสนอง มีปฏิสัมพันธ์ นอกจากต้องการเวลา ต้องการการสังคม การสร้างคน ยังต้องการคนสร้างที่มีจิตใจ ใส่ใจ เข้าใจและใกล้ชิด

อย่ารีบร้อนกันนักเลย โลกไฮเทคมันจะเร่งไปไหนก็ให้มันไปเถอะ เราเป็นคน ลูกเราก็เป็นคน ไม่จำเป็นต้องเดินทางด้วยความเร็วแสง ไม่จำเป็นต้องสะสมข้อมูลทั้งโลกเอาไว้อย่างเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ไม่จำเป็นต้องสื่อสารกับคนทั่วโลกได้อย่างอิริเดียม รวมทั้ง ไม่ต้องเผ่นไปถึงดาวอังคาร

เป็นคนธรรมดาๆ ที่มีความสุข มีความสามารถที่จะดำรงชีวิต มีความสามารถที่จะอยู่กับคนอื่นๆ และมีความตั้งใจที่จะดูแลโลก...อย่างที่พระเจ้าท่าน ฝากฝังตั้งใจกำหนดมาแต่แรก...แค่นี้ก็พอแล้วล่ะค่ะ
เมื่อไรเผลอคิดไปว่า ลูกเป็นพวกอินสแตนต์แล้ว ระวังมันจะลามปามต่อ ลงได้คิดว่าผัวหรือเมียก็เป็นพวกอินสแตนต์เข้าไปอีกละก็...จะว่าพี่ไม่เตือน

สุภาวดี หาญเมธี


ขอบคุณหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600