มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2542]

กลุ้มใจสามีไปเป็นอื่น

อ.สมศรี สุกุมลนันท์


ดิฉันมีปัญหาอยากจะเรียนปรึกษาดังนี้ค่ะ ดิฉันอายุ 36 ปี สามี 39 ปี มีลูกชายคนเดียวอายุ 4 ขวบ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2540 สามีของดิฉันไปมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่น (ผู้หญิงคนนี้มีสามีและลูก 1 คน) สามีของดิฉันพยายามขอหย่ากับดิฉัน ประมาณ 7 ครั้ง ในที่สุดดิฉันก็ยอมหย่า เมื่อเดือนมกราคม ปี 2541 จากนั้นเขาก็ไปอยู่กับผู้หญิง (สามีของผู้หญิงรู้เรื่องก็เลิกกัน) อยู่กินด้วยกันประมาณ 4 เดือน ผู้หญิงเขาย้ายไปทำงานต่างจังหวัด (ดิฉัน สามีของดิฉัน ผู้หญิง ทำงานที่เดียวกันค่ะ) หลังจากที่ผู้หญิงย้ายไปแล้ว เขาก็ไปมาหาสู่กันเดือนละ 1 ครั้ง ดิฉันคิดว่าหลังจากผู้หญิงย้ายไปแล้ว สามีคงกลับมาหาครอบครัว เพราะเขารักและผูกพันกับลูกมาก แต่เขากลับไปเช่าแฟลตอยู่คนเดียว เขาบอกว่ายังตัดผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ และไม่แน่ใจว่าจะตัดได้หรือไม่ เขาจะมารับลูกไปนอนด้วยสัปดาห์ละ 3-4 วัน

หลังจากหย่า ดิฉันได้เปลี่ยนไปใช้นามสกุลเดิม ทำให้ดิฉันคิดมาก กลัวว่าแม่-ลูก นามสกุลไม่เหมือนกัน ลูกจะมีปัญหา เพราะลูกไปร.ร.แล้ว ดิฉันก็เลยขอให้เขา จดทะเบียนสมรสใหม่เขาก็ยอม (เดือน พ.ย.41) ดิฉันไม่เคยพูดถึง ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ลูกฟัง ไม่รู้ว่าลูกคิดอย่างไรที่พ่อ-แม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ดิฉันยังทำงานอยู่ที่เดียวกับสามี ทุกวันเจอกันพูดคุยกันปกติ ไม่ทะเลาะกัน ไม่เคยพูดถึงเรื่องอนาคต เขาก็ไม่เคยพูดว่าจะเอาอย่างไร ดิฉันเคยพูดให้เขาย้ายไปอยู่กับผู้หญิง เขาก็ไม่ไปบอกว่าห่วงลูก ดิฉันอึดอัด สับสน ลำบากใจ กลุ้มใจ ไม่รู้จะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร มันคาราคาซัง ไม่มีอะไรชัดเจนเลย ขอความกรุณาให้ทางสว่างกับดิฉันด้วยนะคะ

ผู้รอคอยคำตอบ

ความไม่ชัดเจนบางทีก็มีดีอยู่ในนั้น ส่องกระจกฝ้ามัว มองไม่เห็นสิวฝ้าริ้วรอยถนัดปลอบใจตัวเองได้

คุณอยากได้ความชัดเจนของความเป็นสามีภรรยาตามนิตินัย คุณก็ได้มาแล้ว ด้วยการจดทะเบียนใหม่ ส่วนทางพฤตินัย คาดว่า ก็คงจะได้เหมือนกัน ส่วนจะสาแก่ใจแค่ไหน เป็นอีกเรื่องหนึ่ง บางทีพฤติกรรมตามหน้าที่ อาจลดความชื่นมื่นลงได้ เมื่อเทียบพฤติกรรมชนิดเสี่ยงหรือไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม

สามีของคุณเห็นแก่ตัว เขาไม่อยากรับภาระของการเป็นสามี ที่เป็นไปตามกรอบของประเพณีและค่านิยม เขาเคยได้ลิ้มรส ของอิสรภาพของการเป็นสามี โดยไม่ถูกจำกัดด้วยการอยู่ร่วมกัน กับครอบครัว สิ่งที่สังคมเรียกว่า ครอบครัวอบอุ่นนั้น ต้องมีความหนักใจและกายของสามีภรรยาเป็นพื้นฐาน หนักด้วยความรับผิดชอบและหนักในการปฏิบัติจริง แค่จะมีข้าวปลาอาหาร กินด้วยกันก็หนักแล้ว โดยเฉพาะสำหรับฝ่ายภรรยา สามีของคุณ ไม่ชอบรับความหนักดังว่า เขาเบาเนื้อเบาตัว หายใจโล่งสบาย เมื่อแยกตัวไปอยู่คนเดียวในที่ที่เขาเลือกและกับผู้หญิงที่เขาปรารถนา จะให้อยู่ด้วยตามโอกาสและวาระ

ตรงนี้คุณก็อาจมอบความเป็นอยู่ของเขา ให้มาเป็นคุณแก่ตัวเอง คือ เอ็นจอยในอิสรภาพที่เขาเปิดโอกาสให้ อย่ามองว่าเขาละทิ้ง คุณพ้นภาระที่ต้องผูกพันอยู่กับหน้าที่ของภรรยา ไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารการกินและการปรนนิบัติรับใช้อื่นๆ น่าจะสบายกว่าเมื่อมีสามีอยู่ด้วย

อย่ามองว่าตัวเองอยู่ในสภาพสับสนคาราคาซัง เปลี่ยนทรรศนะใหม่ว่า คุณกำลังอยู่ในวิถีการดำเนินชีวิตคู่แบบหนึ่ง อาจเป็นแค่ฉากผ่าน หรืออาจเป็นลมหวน หรือถาวร อย่างไรก็ได้ ทั้งหมดตกอยู่ในสภาวะธรรม คือ ความไม่แน่นอน ทำให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสภาวะใด สามีพอใจในสภาวะของเขา ทำไมเรา จะยอมวุ่นใจไปคนเดียว ควรสร้างความพอใจให้แก่สภาวะของเราด้วย

รีบใช้โอกาสเอ็นจอยตัวเองเสียตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่สามี จะเปลี่ยนใจกลับมาเป็นนายที่บ้านดังเดิม

บอกลูกว่า พ่อแม่สะดวกที่จะอยู่กันคนละแห่ง เช่นเดียวกับพ่อแม่อีกหลายคู่ในปัจจุบันที่อยู่แยกเป็นบางเวลา เพราะเหตุผลเรื่องความสะดวกในการเดินทางเพื่อประกอบอาชีพ หรือเพื่อความสะดวกอื่นๆ

อ.สมศรี สุกุมลนันท์


ขอบคุณหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600