มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2542]

หลานเอาแต่ใจ

รศ.น.พ.อัมพล สูอำพัน


ดิฉันมีหลานชายอายุ 2 ขวบ เขาเป็นลูกชายคนเดียวและเป็นคนสุดท้อง พ่อและยายของหลาน จึงมักตามใจและคอยเอาใจ ตามใจตลอด ทำให้หลานกลายเป็นเด็ก ที่เอาแต่ใจตัวเอง ถ้าหากใครขัดใจหรือทำให้ไม่พอใจ ก็จะร้องไห้ดังๆ แล้วลงไปนอนดิ้นกลางดินกลางทรายจนกว่าจะเหนื่อยถึงจะหยุดร้อง ดิฉันอยากจะเรียนถามคุณหมอว่า จะมีวิธีไหนที่จะทำให้หลาน หายเป็นเด็กเอาแต่ใจได้และคนรอบข้างควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร ถึงจะช่วยให้เลิกนิสัยนี้ได้

เนตรนภิศ สร้อยคอ

ตามปกติแล้วเด็กอายุ 2 ขวบ ส่วนใหญ่จะมีลักษณะดื้อกันทุกคน ซึ่งถือว่าเป็นพฤติกรรมที่เป็นปกติตามพัฒนาการของเด็ก เพราะเด็กได้พัฒนาจากขวบปีแรกที่ยังทำอะไรไม่ค่อยเป็น ยังทำอะไรไม่ค่อยได้ อยากได้สิ่งของก็ยังเดินไม่คล่อง อยากหยิบจับอะไรเล่นก็ยังไม่ค่อยถนัด อยากจะบอกอยากจะพูดอะไรบ้างก็ยังพูดไม่ได้ แต่พอเข้าขวบปีที่ 2 เด็กมีพัฒนาการขึ้นอย่างมากมาย ทั้งระบบกล้ามเนื้อและสมอง เด็กจะเดินได้คล่องแคล่วหยิบจับอะไรได้ด้วยความถนัด อยากได้อะไรก็พูดบอกได้ ความสามารถที่พัฒนาการขึ้นนี้ ทำให้เด็กเกิดความรู้สึกมีความเป็นตัวของตัวเอง มีความรู้สึกมีสิทธิ์ในสิ่งของรอบตัว มีความรู้สึกเป็นบุคคลที่มีอำนาจ

จากความรู้สึกต่าง ๆ ที่พัฒนาขึ้นมานี้ จึงทำให้เด็กดื้อมากขึ้น ๆ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นในระยะนี้จะพบว่า เด็กมีพฤติกรรมดื้อดึง ปฏิเสธคำสั่ง แผลงฤทธิ์ถ้าไม่พอใจ กรีดร้องเมื่อเกิดความรู้สึกโกรธ และมีพฤติกรรมอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่พยายามเอาชนะผู้ใหญ่ ยิ่งถ้าผู้ใหญ่ตามใจอย่างมากและไม่มีขอบเขต เด็กก็จะยิ่งดื้อมากขึ้น

สำหรับวิธีการแก้ไขนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ยาก แต่ต้องเข้าใจหลักการสักเล็กน้อย

การแก้ไขเราใช้หลักการปรับพฤติกรรม ซึ่งตามทฤษฎีสรุปไว้ดังนี้ คือ ถ้าเราไม่ชอบพฤติกรรมใดและอยากให้พฤติกรรมนั้นหมดไป หรือลดระดับความรุนแรงลงบ้าง ควรใช้วิธีการเพิกเฉยไม่ต้องให้ความสนใจ เด็กอาจจะแสดงพฤติกรรมที่เราไม่ชอบนั้นต่อไปอีก แต่ถ้าเรายังหนักแน่นไม่ต้องให้ความสนใจต่อไปอีก เด็กก็จะค่อย ๆ เรียนรู้ว่าพฤติกรรมที่แสดงนั้นไม่ได้ประโยชน์ ไม่ทำให้ได้รับความสนใจได้เลย เราจะพบว่าพฤติกรรมนั้นจะค่อย ๆ จางหายไปและเด็กจะเลิกทำไปในที่สุด โดยที่เราไม่ต้องไปเฆี่ยนตีอะไรเลย

ในขณะที่พฤติกรรมที่เราไม่ต้องการค่อยๆ หายไปนั้น เด็กมักจะพัฒนาพฤติกรรมใหม่เข้ามาทดแทน ซึ่งโดยทั่วไปมักจะดีขึ้น เช่น เด็กค่อย ๆ เลิกร้องไห้เสียงดัง ๆ เลิกนอนดิ้นกลางดินกลางทราย แล้วเราจะพบว่าเด็กจะเปลี่ยนมาทำดีขึ้น เชื่อฟังขึ้น ตรงจุดนี้เราจะรีบบอกเด็กหรือแสดงให้เด็กได้รู้ว่าเราพอใจ เราชอบใจ ที่เขาเลิกพฤติกรรมเดิมและดีใจที่เขาดีขึ้นเชื้อฟังขึ้น ในที่สุดเด็กก็จะพยายามทำให้ดีขึ้น เชื้อฟังมากขึ้นเพื่อให้ได้รับความพอใจจากผู้ใหญ่ต่อ ๆ ไปอีก

ผมคิดว่าคุณเนตรนภิสทดลองใช้การปรับพฤติกรรมอย่างที่ผมแนะนำนะครับ แต่ขอให้อดทน เพราะอาจต้องปรับอยู่ช่วงเวลาหนึ่งจึงจะดีขึ้น ไม่ใช่ปรับกันแค่วันสองวันเท่านั้น ทดลองปรับดูนะครับผมขอให้กำลังใจ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่ทุกคนในบ้านควรมีทิศทางในการปรับเหมือน ๆ กันนะครับก็จะได้ผลดียิ่งขึ้น

รศ.น.พ.อัมพล สูอำพัน


ขอบคุณพิมพ์มติชนรายวัน ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600